High risk pregnancy

ลูกรักของแม่

 

เมื่อแม่ทราบแน่นอนแล้ว จากปากของหมอ ที่แม่ฝากท้องด้วย บอกว่า แม่เป็น High risk pregnancy นั่นหมายถึงแม่ต้องดูแลตัวเอง  อย่างไรบ้าง และดีขนาดไหนแม่เองตอนท้องในช่วงสามเดือนแรก เป็นช่วงที่แม่เครียด แม่ทรมาณที่สุด และ หมอไธรอยด์ต้องปรับลดยาให้แม่ หลายครั้งมาก และนัดตรวจเลือดทุก ๆ เดือน เพื่อให้แน่ใจ และ เลิกยาที่ลดอัตราการเต้นของหัวใจทันที จากนั้น แม่ก็ต้องยุ่ง โทรศัพท์เกี่ยวกับการติดต่อโรงพยาบาลและ เปลี่ยนโรงพยาบาลใหม่ เพื่อที่จะทำการผ่าตัดเมื่อผ่านไตรมาสที่หนึ่งไปแล้ว

 

ในระหว่างนี้ แม่กลุ้มใจ กลัว เครียด และกังวลมาก ได้รับคำปลอบใจ จาก ทางบ้านและเพื่อนที่เมืองไทย ตลอดจนเพื่อนแม่ที่นี่ คือ พิม และ น้องขิม โดยเฉพาะสองคนนี้ให้กำลังใจกับแม่ ด้านกำลังใจอย่างดียิ่ง แม่ ซาบซึ้งเสมอมา ยิ่งน้าขิม ให้ความรู้กับแม่เกี่ยวกับเรื่องยา และ การรับยาในคนท้อง เยอะมาก ทั้งหมดที่ทุกคนให้กำลังใจกับแม่ แม่จำได้เสมอ เพราะ เวลาที่เราลำบากที่สุด ต้องการกำลังใจมากที่สุด แล้วเราได้รับ สิ่งนั้นเราจะไม่มีวันลืมไม่มีวันเลือนเลยนะลูกนะ

 

แม่ได้อ่าน หนังสือจำนวนมาก เกี่ยวกับการท้อง และ การรักษาครรภ์ อย่างไร การรับประทานอาหาร และ อื่นๆ อีกมากมายตอบได้เลยว่าหนังสือที่แม่ศึกษาค้นคว้ามีปริมาณมากเหลือเกิน นอกจากหนังสือที่แม่ค้นคว้าแล้ว แม่ยังอ่านจากเวปไซต์ต่างๆ จนแม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการท้องระหว่าง เป็นไธรอยด์ อย่างดี แม่ศึกษาจนแม่มีความเข้าใจ ชัดเจน และ ไม่มีคำถามคาใจ อีกเลย  นั่นทำให้แม่ มีความมั่นใจเรื่องการท้อง และ การรักษาลูกของแม่ไว้ได้อีกระดับ

 

แม่ ศึกษาการทานอาหาร ล่วงหน้า การดูแลรักษาสุขภาพเด็กล่วงหน้า และ อื่นๆ ที่ล้วนแต่เป็นประโยชน์ในความคิดของแม่เมื่อแม่ได้ฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอได้ใช้เครื่องอัลตร้าซาวน์ตรวจท้องแม่ และ ฟังเสียงหัวใจของลูก แม่เห็นลูก ตัวน้อย ๆ เต้นดึ๋งดั๋งในท้อง อันกว้างใหญ่ของแม่ หัวใจของแม่ ซาบซ่า ไปด้วยความสุข ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจของลูกด้วยแล้ว น้ำตาของแม่ไหลพรากๆ แม่ไม่สามารถ บรรยายความรู้สึกของวินาทีนั้นของแม่ได้เลย และ แม่เองก็เชื่อว่าแม่ทุกคนมีความรู้สึกนี้เหมือนกับแม่จริงๆ เหมือนกับ วินาทีแห่งหัวใจ บานฟู่ฟ่อง ลอยไปถึงไหนๆ แล้วหัวใจก็กระตุก มันรู้สึกซาบซ่า หัวใจ บอกทันทีเลยว่ารักคนตัวเล็กๆ คนนี้เหลือเกิน และสัญญากับตัวเอง ว่าชีวิตนี้ จะดูแลและปกป้องชีวิตเล็กๆ ในท้องของแม่ ให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนนี้จะทำได้  

 

คุณหมอที่แม่ฝากครรภ์ด้วย ต้องการที่จะให้แม่ทำเจาะน้ำคร่ำ เพราะตอนที่เจาะ ทริปเปิ้ลเทสต์ ผลออกมา ลูกปกติ แต่หมอบอกว่า การเทสต์ด้วยวิธีนี้ไม่การันตี แต่อย่างใด คุณหมอต้องการตรวจด้วยน้ำคร่ำ เพราะเป็นการยืนยันได้ชัดเจน ว่า ลูกปกติหรือไม่ แม่ ตัดสินใจทันทีว่า แม่จะไม่ทำ เหตุผลเพียงเพื่อดูว่าลูกของแม่ปกติหรือไม่ เพราะ แม่คิดว่า การที่แม่ได้มีชีวิต หนึ่ง เติบโตในร่างกายของแม่ เป็นความรับผิดชอบของแม่ ไม่ว่าลูกจะปกติหรือไม่ปกติแต่อย่างใด ก็ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลง ความรักของแม่ ที่มีต่อลูกได้เลย และ แดดดี้ ก็เห็นด้วยกับแม่ เราสองคน ตกลงบอกกับหมอว่า จะไม่ทำ เพราะ เรารับได้ ไม่ว่า ลูกของแม่ จะสอง แขน สาม ขา หรือ อย่างไร ก็ได้ เพียงขอให้ มีชีวิตรอด ออกมาที่เหลือ แม่กับแดดดี้จะดูแล ลูกให้ดีที่สุด

 

หมอบอกว่าที่แนะนำให้ตรวจวิธีนี้ เผื่อว่าต้องมีการเตรียมการอย่างไร แต่แม่ยังยืนยันว่า หากลูกออกมาพิการจริงๆ แม่ก็ต้องหา วิธีการ ที่จะรับมือ และ รักษาลูกได้ อย่างดี แม่ไม่ทำแน่นอน เพราะ แม่อ่านและศึกษา การทำเจาะน้ำคร่ำ แล้ว  เพราะ แม่อ่านและศึกษา การทำเจาะน้ำคร่ำแล้ว http://www.ds-health.com/prenatal.htm  แม่มองเห็นว่า การท้องของแม่ ก็มีความเสี่ยงพออยู่แล้ว แล้วแม่จะไปเสี่ยงเพียงเพื่อลดความกดดัน ให้ตัวเอง สบายใจว่า เมื่อเจาะแล้วตรวจแล้วลูกปกติ เท่านี้หรือ แม่ไม่ทำ หมอก็โอเค

 

จน แม่ครบ 14 วีค หมอนัด แม่ผ่าไธรอยด์ ต้นเดือนสิงหาคม คุณหมอน่ารักมาก ดูแล และ อธิบาย กับแม่และแดดดี้ทุกขั้นตอนก่อนผ่าตัด คุณหมอ ทำการดูอัลตร้าซาวน์กับลูกก่อน แม่ก็ได้เห็นลูกอีกครั้ง ลูกเปลี่ยนแปลงไปมาก ลูกตัวโตขึ้น และ ท้องของแม่ ไม่กว้าง อย่างเคย และ ลูก ยกแขนขา เตะ มากกว่าจะเต้นดึ๋งดั๋งไปมา

 

หมอได้อธิบายบอกแม่ว่า หัวใจของลูกแข็งแรงดี เต้น 128 ครั้ง/นาที อวัยวะทุกอย่างครบสมบูรณ์  แข็งแรง หมอนัดผ่าตัด 10 โมงเช้า แต่ บังเอิญว่าเคสก่อนแม่นั้น มีปัญหาหมอไม่สามารถ ผ่าตัดได้ตรงตามเวลา ต้องเลื่อนการผ่าตัดของแม่ออกไปเป็นเวลา บ่ายสองโมง  แล้วแม่ต้องอดข้าวอดน้ำนานขนาดนั้นได้อย่างไร แค่ ใกล้แที่ยงแม่ ก็ หิว ก็งอแง แล้ว พยาบาลก็ มาให้น้ำเกลือ ตอนเที่ยงครึ่ง จนบ่ายโมง แม่บอกให้แดดดี้ไปทานอาหารก่อน แล้วค่อยกลับมาหาแม่ แดดดี้ออกไปได้ไม่ทันไรพยาบาลก็มาบอก ว่าได้เวลาไปผ่าตัด แต่ดีหน่อยแดดดี้แค่ไปดื่มน้ำไม่ได้ไปไกลเพราะแดดดี้บอกว่า รู้สึกผิดหากทานอาหาร ก็เลย ได้บอกลากัน แม่ก็ไม่เข้าใจพยาบาลว่าทำไมต้องให้บอกลา ทั้งๆ ที่แค่ผ่าตัดไธรอยด์เท่านั้นเอง

 

     Share

<< Lesson of lifeOperation Time >>

Posted on Tue 28 Nov 2006 0:38