Operation Time

ลูกรักของแม่  

 

เมื่อแม่ ได้ไปถึงหน้าห้องผ่าตัด โดยรถเข็น แม่ก็ได้เจอ หมอวิสัญญีแพทย์ อธิบาย เรื่องยา และ สิ่งต่างๆที่แม่จะได้รับ และ หมอได้บอกแม่ว่า ไม่ต้องกลัว หมอ และ พยาบาลที่นี่ (( Mass General  Hospital:  MGH)) มีประสบการณ์  ในการผ่าตัด และ รักษา คนท้องมานักต่อนักแล้ว บางคน ผ่าตัด ที่ใกล้กับ ท้องซึ่งอันตรายกว่าของแม่เยอะ ให้แม่ทำใจให้สบายๆแม่ก็ เชื่อหมอ เพราะสิ่งที่หมอพูด กับ แววตาที่มองแม่ มา แม่เชื่อแบบนั้น แต่แม่ก็ร้องไห้ แม่บอกไม่ถูกเพราะส่วนลึก แม่กลัวเพราะ เป็นการผ่าตัด ครั้งแรกในชีวิตของแม่ และ มี เลือดเนื้อเชื้อไข ของแม่ ชีวิตเล็กๆ ที่แม่รัก สุดหัวใจ และ แม่ปรารถนาที่จะให้อยู่กับแม่ ไปตลอดรอดฝั่ง และ แม่ก็ได้รับยา แม่จำไม่ได้ว่าเพื่ออะไร เพราะตอนนั้นแม่เบลอๆมากแล้ว หมอให้มาสอง สามขนาน รสชาดมันแย่มากๆ แต่หมอบอกว่า จะดีกับแม่ เพราะแม่ท้องว่าง ก่อนผ่าตัด นั่นคือเท่าที่แม่จำได้

 

เข้าไปถึงห้องผ่าตัด หมอและพยาบาล ทุกคนน่ารักมาก ห้องผ่าตัด สว่าง ขาว สะอาด เค้าถึงว่านะลูกนะ ห้องผ่าตัด ทำให้คนรู้สึกเหมือนสวรรค์ ตอนหมอให้แม่ดมยา แม่ยังกลัวว่าแม่ต้องไป สวรรค์เลยลูก  หมอบอกว่า จะนับ 1-3 แล้วให้แม่หายใจ  ลึกๆ แม่ก็ทำตามที่หมอบอกทุกประการ แม่ก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

 

แล้วแม่ก็ตื่นขึ้นมา แปลกมาก แม่ไม่เจ็บอะไรเลย แต่ปวดกรามมากๆ หมออธิบายว่า การปวดกราม เพราะ หมอต้องใส่ท่อทาง ปาก ให้แม่ ป้องกัน การสำลัก ระหว่างการผ่าตัด และ ได้ผ่าตัด ไธรอยด์เนื้อร้ายชิ้นนั้นออกไปแล้ว เหตุผลที่ต้องผ่าตัดออก เพราะ แม่มีเนื้องอกในไธรอยด์อีกที ซึ่งหมอบอกว่าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อีกทั้งไธรอยด์ของแม่ เป็นแบบชนิด Over active ทุกส่วน หมอเลยไม่อยากเก็บไว้

 

แม่ได้เข้าไปห้องพักฟื้น ซึ่งร้อน และไม่สบายตัวมาก มีหลายคนไข้ที่ผ่านการผ่าตัดมารอที่ห้องนี้ หลายคน ครวญครางจนแม่ รำคาญ และหงุดหงิด อยากไปจากห้องนี้เร็วๆ แต่หมอที่ผ่าตัดแม่ ได้มาอธิบายแม่ ว่าทำอะไรไปบ้าง และ ผลเป็นอย่างไร หมอ จะมาเยี่ยม มาดูแลแผลแม่ใหม่ ในวันรุ่งขึ้น และหมอที่ดูแลเกี่ยวกับท้องแม่ได้มาตรวจอัลตร้าซาวน์อีกครั้ง หัวใจลูกเต้นอ่อนลง แต่หมอ บอกว่า การเต้นอ่อนลง เนื่องจากลูกเมายาสลบพร้อมไปกับแม่ แต่ โดยรวมลูกแข็งแรงดีและปลอดภัย เท่านี้หัวใจของแม่ก็โล่งแล้วลูก หมอที่นี่ แม่รู้สึกดี แม่รู้สึกว่า อาชีพหมอต้องเป็นแบบนี้จริงๆ เป็นครั้งแรกที่แม่รู้สึกดีกับหมอต่างชาติ

 

กลางคืน แม่ต้องนอนคนเดียว แต่ ป้าอ้อ และ เจมส์ได้มาเยี่ยมแม่ รวมถึงแดดดี้ด้วย รอจน หมดเวลาเยี่ยม แม่ปวดฉี่ แต่ ฉี่ไม่ ออก พยาบาลคอยดูแลแม่อย่างดี แม่ก็ไม่ลืมที่จะทาน พรีเนตัลไวตามิน ในคืนนั้น แม่รู้สึกว่าอย่างน้อย แม่ไม่ได้ทานอะไร เลยทั้งวัน ลูกของแม่ คงไม่ได้อะไรเลย คงหิว และ อย่างน้อยได้พรีเนตัลไวตามินไป คงช่วยได้บ้าง สมองของแม่คิดได้แค่ นั้นจริงๆ  ต่อมา แม่ก็ได้เพื่อนร่วมห้องอีกคน แม่ไม่รู้หรอกว่าเค้าผ่าตัดอะไร แต่ เค้าก็ ครวญคราง นิดหน่อย แต่แม่สิ นอนไม่ หลับเลย เพราะโรงพยาบาล ร้อนมาก และ สายอะไรพะรุงพะรังแม่ไปหมด จะฉี่ จะอะไรก็ลำบาก

 

จน เช้ามืด คุณหมอที่ผ่าตัดแม่ มาเยี่ยมแม่ มาดูแผล และ ดึง แผ่นสเตอริไลต์และไหมเย็บออก หมอได้ใช้ sterile stripe ปิดให้แทน เพื่อบาดแผลจะได้สวย จากนั้น แม่ขอหมอกลับบ้าน เพราะแม่ไม่อยากนอนโรงพยาบาลอีกแล้ว ตอนสายแดดดี้ ก็มารับแม่ เราได้กลับบ้านกันนะลูกนะ แม่รู้สึกดีเมื่อได้กลับบ้าน ตอนนี้ เพื่อนบ้านและเพื่อนของแม่ และแดดดี้ เข้ามาเยี่ยมแม่และ ทำอาหารมาให้แม่ด้วย แม่ยังระลึกถึงความน่ารักของเพื่อนบ้านและเพื่อนที่นั่นเสมอ

 

จากนั้นแม่ก็ต้องติดต่อหมอ รักษาไธรอยด์ของแม่ เพื่อปรับเปลี่ยนยา จาก ผลิตมากไป เป็นไม่ผลิตเลย ต้องเปลี่ยนชนิดของยา และ เหุตผลหลายอย่าง แม่กับแดดดี้ เลยตัดสินใจเปลี่ยนจากหมอ เดิมมาเป็นหมอที่โรงพยาบาลที่แม่ฝากท้องอยู่ อย่างน้อย เรคคอร์ดการรักษาของแม่ จะอยู่ที่โรงพยาบาล และง่ายต่อการดึงข้อมูล และ เป็นจริง แม่ประทับใจหมอที่โรงบาล Emerson Hospital มากกว่ามากๆ

 

เมื่อผ่านขั้นตอนนี้มาแล้ว หมอที่แม่ฝากครรภ์ต้องการให้แม่ ไปปรึกษาหมอที่โรงพยาบาล Brigham hospital เพื่อตรวจดู อัลตร้าซาวน์ และ Genetics consults

     Share

<< High risk pregnancyGenetics consults >>

Posted on Sun 26 Nov 2006 11:31