First time we met

ลูกรักของแม่

 

ในที่สุดวีคที่ 35  คุณหมอก็ได้ตารางที่ลงตัวคือวันที่ 16 มกราคม 04 วันที่หนาวที่สุดในเขตนิวอิงแลนด์ ในรอบ 80 ปี ลูกชายของแม่ ก็พร้อมจะออกมา

 

แม่กับแดดดี้ยังเป็นหวัดอ่วมกันทั้งคู่เลย คืนก่อนผ่าตัดแม่ไม่ได้นอนเลย แม่เลยโทรไปหาน้านิ้ง น้านิ้งเป็นหมอเด็ก ที่เมืองไทย น้องสาวแท้ๆ ของแม่นะลูกนะ น้านิ้งบอกว่าจะผ่าตัดแล้วให้คิดด้วยนะว่าหากไม่มีนมให้ลูกจะทำไง เพราะน้านิ้งถามแม่ว่า จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ต้องมีออฟชั่นเสริมด้วยเพราะ เหตุผลคือ แม่ ไม่ได้ปวดคลอดเอง และที่สำคัญคลอดก่อนเวลากำหนด ค่อนข้างเร็ว ปัญหาเรื่องการผลิตน้ำนม ย่อมมีแน่นอน แต่ตอนนั้นแม่ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดตื่นเต้นอย่างเดียวที่จะได้เจอ ลูก

 

เช้า 9.00 แม่กับแดดดี้เตรียมตัวออกจากบ้าน เพราะกำหนดผ่าคลอดคือ เที่ยง แม่ก็ไป เตรียมนั่น นี่กับพยาบาล หลายอย่างการเตรียมผ่าคลอด ช่างแตกต่างจากสิ่งทีแม่เรียนรู้จากห้องคลอดธรรมชาติมากๆเลยลูก เพราะ คลอดธรรมชาติมีทั้งคลอดใน น้ำ มีห้องพักมีสิ่ง เอือ้อำนวยความสะดวกหลายอย่าง แต่ผ่าตัด มีแต่เครื่องอะไรไม่รู้ลูกเยอะไปหมดเลย

 

แล้วพยาบาลก็เข้ามาฉีดยาให้แม่ ยาแก้ปวด และ น้ำเกลือ และ โกนขน ตรงนั้นให้แม่นิดหน่อย ให้สะอาด ไม่ไปรบกวนรอยมีด คุณหมอ แดดดี้ ตอนนั้นหลับสลบแน่นิ่งไปแล้ว

 

ราวๆ 11.45 หมอวิสัญญี มาอีกแล้ว เจอกันสองครั้งระยะห่างกันไม่นาน แต่ ต่างคนกันเท่านั้นเอง เอาแม่เข้าห้องผ่าตัด ห้องกว้าง เตียงเล็กนิดเดียว สว่างและหนาวมากมาก เลยลูก หมอให้แม่งอตัว แล้วฉีดยาเข้าไขสันหลัง แม่จำได้ว่ามันเจ็บแล้วก็ แม่ตัวสั่น สั่นจนบอกไม่ถูก แล้วเค้าก็เปลี่ยนเตียงให้แม่ ซักพัก ใครก็ใครก็ไม่รู้ มาวุ่นวายขึงผ้า ดึงนั่น ดึงนี่ให้แม่ใหญ่เลย แม่ตอนนี้ได้แต่นอน มองเพดาน เพราะแม่มองอะไรไม่เห็นเลย  แล้วเค้าก็ให้แดดดี้เข้ามานั่งข้างๆ แม่ คุณหมอก็มา แล้วก็ จัดการ แม่แค่รู้สึก ว่าหมอ เล่นอะไรแถวๆ พุงแม่ นะลูกนะ ไม่รู้สึกอะไรนอกเหนือไปจากนี้เลย แล้วหมอก็คุยกับพยาบาลเพลิน

 

แม่ก็ฟังไปเรื่อย ซักพัก คุณหมอบอกว่า ต้องใช้เครื่องดูด อะไรกัน หมอบอกว่าแม่จะรู้สึก เหมือนใครดึง หรือ ผลักอะไรแรงๆ หน่อย นะ เพราะลูกว่ายน้ำหนีหมอ หมอเลยต้องดูดออกมา แม่รู้สึกถึงแรงสะเทือนแต่แม่ไม่รู้สึกอื่นใดเลย ไม่นาน ไม่นานเลย แม่ได้ยินเสียง ร้องดัง ดังมาก จนคุณหมอบอกว่า เออ เสียงดี คะแนน Apgar score ของลูก ออกมาเกิน 7 ซึ่งหมอบอกว่า แข็งแรงมาก และ เราตัดสินใจไม่ผิดที่ ผ่าลูกออกมาตอน 35 วีค เพราะลูกตัวยาว 53 ซม หนัก 3.8 กิโลกรัม ใหญ่ไหมล่ะ อีกตั้ง 5 สัปดาห์จะครบเทอมคลอด แม่คิดไม่ออกเลยว่าลูกแม่จะตัวโตแค่ไหน

 

แล้วพยาบาลก็อุ้มลูกมา ตัวลูกมีไขมันเต็มเลย ขาวร้องไห้เสียงดังหัวเปียกเหนอะหนะ แต่ ลูกน่ารักที่สุดในสายตาของแม่แม่ รู้สึก รักลูกตั้งแต่แรกเห็น แม่มีโอกาสได้กอด ได้จับลูกแป๊บเดียวเอง แล้วพยาบาลก็เอาลูกไปทำความสะอาด และเช็ค ผลต่างๆ เนื่องจากหมอต้องเช็คลูกละเอียดเพราะ แม่ เป็น การท้องที่เสี่ยง ดังนั้นลูกต้องได้รับความสนใจ และ เอาใจใส่โดยละเอียด หมอจัดการกับแผลเย็บของแม่ แล้วแม่ก็ได้พักฟื้น ห้องเดิม โดยปกติ ควรจะขยับนิ้วเท้าได้หลังจากผ่าตัด 2 ชม แต่แม่ กว่าจะขยับนิ้วเท้าเองได้ ปาไป 4 ชม และ พยาบาลเอาลูกมาให้ แม่ ลูกของแม่น่ารักเหลือเกิน ตัวสีชมพูอ่อนใส แก้มยุ้ย ผม สีอ่อนทองๆ แม่เห็นสีตาของลูก ลูกตาสีฟ้าอมเขียว แม่อดมองอีกไม่ได้ว่า นี่ลูกชั้นเหรอ เพราะตอนแม่ถามแดดดี้ว่า เออ จำลูกได้ไหมว่าเหมือนใคร แดดดี้บอกว่าเหมือนแม่ ผมดำ หัวหยิกหยอง((แม่ก็คิดหยิกหยองจากไหน)) แล้วก็ผิวคล้ำๆ แต่พอพยาบาลเอาลูกมาให้แม่อุ้ม คนละสิ่งที่แดดดี้บรรยายเลยลูก แดดดี้ มาแก้ตัวบอกว่า ก็แดดดี้เห็นตอนนั้น ลูกไขมันเต็มตัวแล้วก็ร้องแว๊ดๆ ตัวก็แดงๆ ผมก็เปียก เห็นแล้วก็สีเข้ม หัวหยิกไง ฟังแล้วก็ให้อภัยได้นะลูกนะ

 

พยาบาลพยายาม ที่จะให้แม่ให้นมลูกให้ได้ ลูกยังอ้าปากไม่เป็นเลย ทำแต่ปากแหลมๆ จู๋จู๊บ น่ารักน่าเอ็นดู นมแม่ก็ไม่มีแม่ลูก และ พยาบาล เพียรพยายามกันหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ จน พยาบาลบอกว่า ยังไม่เป็นไร ลูกยังได้อาหารจากแม่บ้าง หลังคลอดยังไม่ทานอะไรมาก ก็ไม่เป็นไร คืนแรกที่แม่พักฟื้น ก็ต้องแชร์ห้องอีกแล้ว เพราะว่า ห้องเดี่ยวเต็ม คืนนั้นแม่หลับ สนิทเพราะฤทธิ์ยา แต่ก็โดนปลุกบ่อยๆ ให้ตื่น จากพยาบาลทำนั่นทำนี่ แล้วเที่ยงคืนก็ให้แม่ลุกจากเตียง ตอนนี้แม่รู้แล้วว่า การเจ็บ จากผ่าตัดเป็นไง แม้ว่า จะมีประสบการณ์จากการผ่าตัดครั้งแรกผ่านมาไม่นาน ก็เจออีกรอบ แม่ค่อยๆ ลุก แล้ว พยาบาล ก็บอกให้แม่เตะขา แม่ก็เตะ แล้วเลือดจากไหน ก็พรั่งพรู แม่ไม่รู้ เพราะแม่ไม่ศึกษาเรื่องการผ่าตัดเลย แม่คิดอย่างเดียวว่าแม่จะคลอดเอง แต่แม่ก็ทำไม่ได้ แรกๆ แม่เองก็รู้สึกแย่ แย่ที่ว่าไม่สามารถทำได้อย่างที่แม่ควรจะเป็น แต่นะ เลือกทางที่ปลอดภัยที่สุดของเราสองคนดีกว่า แม่ก็ถามพยาบาลว่าเลือดมาจากไหน เค้าก็อธิบายว่า ถึง ผ่าตัดเลือดก็ออก เหมือนคนคลอดเองแหล่ะ เพราะ หมอจัดการยังไงก็ไม่หมด มันมาจาก มดลูกนั่นเอง

 

กลางดึก ทุกๆ สามชม พยาบาลก็จะพยายาม เอาลูกมาให้ แม่ แล้วก็ให้ลูกหัดดูดนม ลูกเอ๋ย แม่ ง่วง แม่เหนื่อย แม่เจ็บ แต่แม่ก็อยากจะเห็นลูกของแม่ อ้าปาก กว้างๆ ดูดนมจากแม่นะลูกนะ แต่ เราสองคน ก็ทำไม่สำเร็จ จนแล้วจนรอด  เช้า มืด แดดดี้มา เจมส์ และ พี่อ้อ เพื่อนที่ดีของเราก็มา แวะ เยี่ยมแม่ และ แม่โชคดีมากได้ห้องเดี่ยว แดดดี้สามารถนอน ค้างกับแม่ได้แล้ว วันนี้แม่ มีอาการ เครียด และ กังวล เป็นอย่างมาก ว่าทำไง ลูกจะได้มีนม แล้วแม่ก็เป็นหวัด ไอ แต่ละครั้ง เจ็บบาดแผลผ่าตัดมาก คุณหมอให้แม่ ทานยาแก้หวัด มันก็ดีไม่ไอ มาก น้ำมูก ลดลง แต่สิ่งที่คุณหมอทำคือผิดพลาดการ ให้ยาแก้หวัด คือการทำให้นมของแม่แห้ง ไม่ยอมผลิตน้ำนม ลูกของแม่ ต้องอดนมต่อไปเป็นวันที่สอง และ แม่ต้องตัดสินใจ ครั้งใหญ่คือ การ ทำ Circumcision ให้กับลูก อันนี้แม่ขอบอกเลยว่า แม่เสียใจมากที่แม่ยอมให้แดดดี้ตัดสินใจเรื่องนี้แทน แต่นะ มันผ่านมาแล้วต่อไปเราสองคนจะตัดสินใจ และ พิจารณาอะไรให้มากกว่านี้ ในตอนนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสองคน คิดแล้ว  แม่จะไม่โทษใครทั้งสิ้น เพราะ ณ ตอนนั้นเวลานั้น แดดดี้ให้เหตุผลที่ดีกับแม่มาก แต่หากแม่ย้อนกลับไปได้ แม่คงจะไม่ยอมให้ เกิดขึ้นเลย เพราะแม่เป็นคนเชื่อเรื่องธรรมชาติให้สิ่งใดมา มักจะมีเหตุผลเสมอ

 

     Share

<< Heart burn and play timePostpartum syndrome >>

Posted on Wed 29 Nov 2006 0:39