Way we home

ลูกรักของแม่

 

วันที่แม่ได้กลับบ้าน แม่ดีใจมาก เพราะแม่ไม่ชอบนอนโรงพยาบาลเลย แม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญมากมายคอยดูแเลเรา สองคนแม่ลูก อาหารและการบริการต่างๆ ดีมาก จนแดดดี้บอกว่าเหมือนกับอยู่โรงแรม แต่ความรู้สึกแม่ แม่ก็อยากกลับบ้าน  สุดท้ายหมอเช็คเราสองแม่ลูก บอกว่าสภาพพร้อมกลับบ้าน

 

แม่เมื่อเดินออกจากโรงพยาบาลอันแสน อบอุ่น เพราะ ร้อนเสียจนแม่ ไม่อยากจะใส่เสื้อผ้าเอาเสียเลย เมื่อเดินออกจากโรงพยาบาลก้าวแรก พบกับความหนาวเย็นแห่งความเป็นจริง ช่างหนาวเหน็บเสียเหลือเกิน แม่เป็นห่วงลูกตัวน้อย ของแม่เหลือเกิน ว่าจะหนาวเพียงไร เพราะชีวิตของลูก ไม่เคยเจอความหนาวเหน็บเท่านี้มาก่อน แต่ ลูกก็ทำได้ดี แม่เสียอีก ตัวสั่นงั่นงก และปีนขึ้นรถแดดดี้ไม่ไหว เนื่องจากใหญ่ สูง และ มัมมี้ไม่สามารถปีนได้เลย เจ็บแผลผ่าตัด แดดดี้เลยต้องอุ้ม แม่ขึ้นรถ และ ประคองแม่ ขึ้นรถ และ เราก็ เดินทางกลับบ้านกันใน วันอันแสนหนาวเหน็บ

 

ถึงบ้าน แม่ หนาวสั่นมากๆ หนาวจนบอกไม่ถูก โทรหาคุณยาย คุณยายบอกว่า คนคลอดใหม่ๆ ธาตุไฟไม่ดี จะหนาว ต้องอยู่ไฟ แหม จะอยู่ได้ยังไง เลยทนหนาวต่อไป ซักพักแม่ปรับตัวได้ แม่ก็ ก็อาบน้ำ เป็นครั้งที่สองหลังผ่าตัด แม่รู้สึกสดชื่นดีมากก็เริ่มปั๊มนมให้ลูก ต่อไป ลูกหลับสนิทดี แต่ พอซักพัก ลูกร้อง ร้อง ไห้ แบบ เยอะ มาก ทำเอา แม่ขวัญผวาว่า ลูกของแม่เป็นอะไรหนอ แม่รีบโทรหาน้านิ้ง น้านิ้งบอกว่า คืนแรกที่เด็กอ่อน กลับบ้าน ต้องร้องไห้ธรรมดาล่ะ เพราะชีวิตที่ เกิดใหม่ ออกจากท้องแม่ ก็เจอ โรงพยาบาล แล้วก็คุ้นเคยกับโรงพยาบาลแล้ว พอมาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ อะไรใหม่ๆ เลยเกิด ความไม่ชิน และ ไม่คุ้นเคย เลยร้องแบบนั้น โทรหาคุณยาย คุณยายออกแนวไสยศาสตร์หน่อยนะลูกนะ บอกว่าให้ไว้บอก ว่า เอาลูกมาอาศัย เป็นลูกของแม่ ขอให้ดูแล แม่ก็ทำลูกทำทุกอย่าง แม่ก็กอดลูกแนบแน่น ลูกกับแม่ก็หลับไปด้วยกัน ในคืนแรก

 

การดูแลลูก ในการ ห่อผ้า แม่คิดว่าแม่เป็นผู้หญิง แล้วก็มีสัญชาตญาณในการดูแล ลูกได้ดี ไม่ใช่เลย แดดดี้สามารถห่อผ้า ทำให้ลูกรู้สึกแนบแน่น และ ห่อได้ดีกว่าแม่มากมายนัก งานนี้แม่เลยให้ แดดดี้ห่อให้ลูกทุกครั้งที่แม่ทำความสะอาดลูกเสร็จ เพราะเด็กเล็กๆ อย่างลูก มีสามอย่าง ที่ทำ คือ นอน  อึ/ฉี่   ร้องเพราะหิว ร้องเพราะอึดอัด รำคาญผ้าอ้อมเปียก เท่านี้จริงๆ แต่ สำหรับลูกแล้ว แม่ศึกษาและเรียนรู้ได้เร็วลูก ลูกของแม่ไม่ใช่เด็กโยเย ไม่ใช่เด็กเลี้ยงยากเลย เพราะลูกยากอยู่แล้วคือ ไม่ยอมดื่มนมจากเต้า ลูกให้แม่ตื่นมาทุก สามชม ปั๊มนม ป้อนนมลูก แล้วก้ล้างอุปกรณ์ต่างๆ อบ แล้วก็นอน แล้วก็ตื่น เป็นแบบนี้ไปสามเดือนเต็ม

 

อึ ของลูก เป็นสีเขียว ดำๆ หนืดๆ อยู่ สามสี่วัน เมื่อออกจากโรงพยาบาล ป้าอ้อ และ ลุงเจมส์มาดูแลแม่อย่างดี ช่วยทำอาหาร และทำความสะอาดบ้านอย่างดี แม่ละซึ้งกับป้าอ้อจริงๆ ปกติป้าอ้อ จะคุณนายมาก ไม่เคยจับแตะอะไร นี่ต้องมาทำให้แม่ ให้ลูก แม่ ซึ้งน้ำใจป้าอ้อ มากๆลูก พอวันที่ ห้า หก อึของลูกเป็นสีเหลืองสวย และ ลูกก็ไม่ต้อง ดื่มนมผสม + นมแม่ อีกต่อไปแล้วเพราะน้ำนม ของแม่ มีมากพอ ที่จะให้ลูก อิ่มอร่อยได้ตลอดเวลา

 

ช่วง 3 อาทิตย์แรก แม่ ยังหาหมอประจำตัวของลูกไม่ได้ แม่ ต้องหาหลายที่มาก สุดท้าย แม่เจอที่หนึ่งคือ Lexington pediatric คุณหมอ Victoria ดูแลลูกเป็นอย่างดี ยิ่งลูกสะดือยังไม่แห้งเสียที 3 อาทิตย์แล้ว แม่ก็กลัวลูกจะสะดือเน่า หมอบอกว่าไม่หรอก เพราะแม่ดูแลทำความสะอาดอย่างดี แม่ไม่ได้ใช้แอลกอฮอล์หรืออะไรเช็ดหรอกนะลูกนะ เพราะแม่ กลัวว่า แอลกอฮอล์จะ ไหม้ผิว อ่อนๆ ของลูก แม่ใช้แค่น้ำอุ่น ชุ่มสำลี สะอาด เช็ดรอบๆ แผลให้ลูก แล้วก็รอให้แห้งเท่านั้นเอง คุณหมอบอกว่า ที่แห้งช้า เพราะลูก คลอดหน้าหนาวและได้รับการห่อผ้าตลอดเวลา ไม่ค่อยได้โดน แดดลมเหมือนเด็กหน้าร้อน เลย หลุดช้าหน่อย

 

ลูกระยะนี้ก็มีอาการ ปกติ แข็งแรงร่าเริงดี แม่จับลูกคว่ำ วันล่ะ 5-10 นาทีเพื่อฝึกกล้ามเนื้อคอ แม่ไม่เคยให้ลูกนอนคว่ำเลย หลายคน มีความเชื่อว่าการจับลูกนอนคว่ำแล้วหัวจะสวย สำหรับแม่ แม่ไม่เคยสนใจตรงนั้นเลย แม่ คอยกังวลใจกับ การนอน ของลูกว่านอนหงายจะปลอดภัยมากกว่านอนคว่ำ และธรรมชาติของคนจะนอนหงายแล้วหลับสนิทกว่า เพราะการนอนคว่ำคือ การนอนกดทับปอด ในความคิดของแม่ อีกอย่างคือ ลูกอายุยังน้อย นัก บางครั้งก็มีการแหวะน้ำนม ออกมา ดังนั้น การคว่ำแบบนั้น หากห่างสายตาของแม่ อาจจะทำให้ลูก สำลัก น้ำนม หรือ แหวะตัวเอง หายใจไม่ออก ได้ และ แม่อ่านตำรา ว่ากัน ว่า การจับเด็กนอนคว่ำ มีอัตรา การ เสียชีวิตของเด็กมากกว่าการจับเด็กนอนหงาย และ ก็คงจริง ลูกของแม่ หัวก็ออกมาสวยดี ธรรมชาติ ล้วนๆ แม่ไม่เคยฝืนอะไร เพราะ เด็กเล็กนอนหลับจะเอียง คอเอียงหัวนิดหน่อย ตามธรรมชาติอยู่แล้ว

 

ช่วงสามสี่อาทิตย์ ลูกมีฝ้าที่ลิ้น หมอให้ยามากวาดลิ้น อาการนี่ เป็นอาการปกติที่จะเกิดกับเด็กทารก แต่ควรได้รับการรักษา เช็ดทำความสะอาดให้ดี ด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น หากไม่ออก แสดงว่า เชื้อยีสต์หรือเบคทีเรียเกาะตัวหนาแน่น เกิดจากคราบนม นะลูก และ เด็กที่ดื่มจากขวดนมจะเป็นสูงกว่าเด็กจากนมแม่ หมอก็ให้ยามากวาดลิ้นลูก  ไม่นานก็หายไป และแม่เปลี่ยนวิธีการทำความสะอาดขวดนมใหม่ เดิมแม่ แค่ ต้มน้ำ แล้ว ใส่ไมโครเวฟ พอลูกมีฝ้าที่ลิ้น แม่เปลี่ยนโดยการ นึ่ง แล้ว เอาไปใส่ไมโครเวฟอีกที แม่เองก็เปลี่ยนจุกนมให้ลูกบ่อยๆ และ จุกนมของลูกก็ไม่ธรรมดา หาซื้อไม่ได้ ตามท้องตลาดทั่วไป ต้องหาตามโรงพยาบาล หรือ ร้านค้าสำหรับเครื่องมือแพทย์ ราคาไม่ต้องถามถึง แพงมากลูก แม่ไม่ได้บ่น แต่แม่ คิดว่า ของพวกนี้ ออกแบบมาสำหรับเด็กต้องการความช่วยเหลือ ทำไมแพงเสียขนาดนี้ แค่ ขวดนมเซตละ 23 เหรียญ ขวดเดียวนะลูก จุกนม อันละ 15 เหรียญ แม่ยังเคยคิดเลยว่า ทางการแพทย์ นี่ อะไรๆ เกี่ยวกับชีวิตนี่แพงจริงๆ

 

     Share

<< Postpartum syndromeSpinal Tap >>

Posted on Fri 1 Dec 2006 2:19