Spinal Tap

ลูกรักของแม่

 

 อาทิตย์ ที่ 6 คุณปู่ กับ แฟนคุณปู่มาเยี่ยมลูก ทำให้แม่ได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง แม่เลยไปตัดผม และ ได้มีเวลาออกไปข้างนอก กับแดดดี้ แม่ จากไปทำผม ไปทานอาหารนอกบ้าน แค่ สองชม ใจแม่ ร่ำร้องจะกลับบ้าน ตลอดเวลา เพราะแม่คิดถึงลูกของแม่เหลือเกิน คิดถึง คิดถึง แปลกเหลือเกิน ที่หัวใจของแม่จะคิดถึงใครได้ขนาดนี้

 

เมื่อคุณปู่อยู่กับลูก ราว ๆ 4-5 วัน ก็กลับจากเยี่ยมเราแล้ว วันต่อมา แม่ ต้องเอาลูกไปรับวัคซีนเซทแรก  ลูกเอ๋ย สามวันต่อมา ลูกของแม่โยเย และ ตัวร้อนแม่หัวใจจะขาด เพราะสำหรับตัวเล็กๆ แบบลูก 99.9 ดีกรี นี่จัดว่าเยอะ แม่ เครียดมาก รีบโทรหาหมอประจำตัวของลูก แล้วก็เอาไปตรวจ แต่เช้ามืด หมอตรวจ เช็คทุกอย่าง หมอหาสาเหตุไม่เจอ ว่าลูกของแม่ตัวร้อนเพราะอะไร หัวใจของแม่ไหวหวิว เหลือเกิน แม่เริ่มใจไม่ดีล่ะ

 

ต่อมา หมอวินิจฉัยว่า ต้องเอาลูกส่ง ที่ ER – Children Hospital ฟังคำว่า ห้องฉุกเฉิน หัวใจของแม่ แทบจะแหลกเป็นชิ้นๆ เลยลูก แม่กับแดดดี้ รีบรุด เอาลูกไป ที่ โรงพยาบาลเด็กที่บอสตัน ตอนนั้น เจอเด็กแต่ละคนอาการหนักๆ ทั้งนั้นเลย หัวใจ ของแม่ บอบช้ำเหลือเกินลูก แม่กอดลูกของแม่ แล้วก็ร้องไห้ไป ยิ่งหมอมาตรวจ มาเช็ค มาถาม และดูอาการของลูก เจาะเลือด ทำสารพัด หมอยังหาสาเหตุไม่ได้ว่า ทำไม ลูกตัวร้อน และมีไข้ขนาดนี้ จนหมอ บอกว่า ต้องเจาะกระดูกไขสันหลัง เพราะหมอกลัวว่า ลูกจะเป็น manigitis ภาษาไทยว่า เยื้อหุ้มสมองอักเสบไหมนะ จำไม่ได้น้านิ้งบอกแม่ แม่ลืม หัวใจแม่กระตุก วูบ แม่รีบโทรหาน้านิ้ง เพื่อความมั่นใจ น้านิ้งบอกว่า วัยเด็กทารก 0-6 เดือน หากมีไข้สูงแบบนี้หมอจะตรวจเลือด ฉี่ อึ แล้วหากยังหาไม่เจอ สุดท้ายจะเจาะไขสันหลัง เพื่อดูว่าเป็นอะไร มีเชื้ออะไรค้างอยู่หรือไม่ ถือว่าเป็นความเสี่ยงระดับหนึ่ง แม่กับแดดดี้ กอดคอกัน ตัดสินใจว่า ตกลง จะทำ รู้ไหมลูก หัวใจแม่ แทบ แหลกเป็นชิ้นๆ

 

การเจาะไขสันหลังของลูก เป็นความทรงจำอันสะเทือนใจของแม่มากที่สุด ตัวน้อยๆ ของลูก อายุ แค่ 7 วีค ลูกก็ต้องมา รักษาตัว ห้อง ฉุกเฉิน และ ต้องนอน งอเข่าเพื่อให้หมอเจาะ น้ำกระดูกไขสันหลังลูกเอ๋ย เชื่อแม่เถอะว่า ไม่มีแม่คนไหนทนดูลูกได้เลย แม่เจ็บเองเสียดีกว่า แต่ แม่ก็ไม่สามารถทิ้งลูกได้เช่นกัน แม่ มองหมอ เอาเข็ม ยาวๆ แทงเข้าไขสันหลังของลูกของแม่ แม่หัวใจจะขาด แต่ อย่างน้อย แม่ก็ได้เห็น และ รู้ว่า หมอทำอะไรกับลูกบ้าง และ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว เนื่องจาก หมอไม่สามารถดูดน้ำไขสันหลังออกมาได้ สิ่งที่ผ่านออกมากับเข็มคือ เลือดของลูก แม่เสียใจนักหนา หมอทำอีก 6 ครั้ง แม่รับไม่ได้แล้วจริงๆ จนสุดท้ายแม่บอกหมอว่า ไม่ต้องทำอีกแล้วพอเถอ ะ อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด แม่ทนไม่ได้อีกแล้วที่เห็นลูกแม่เจ็บแล้ว ได้ยินเสียงลูกร้องแบบนั้น ลูกมองแม่เหมือน แม่ไม่ได้ช่วยอะไรลูกเลย หัวใจของแม่ พังยับเยิน แม่เสียใจนะลูกนะ ที่ เจ็บแทนลูกไม่ได้ แต่ แม่ได้ตัดสินใจที่ดีสุดแล้ว แม่ ให้ลูกได้อยู่ในมือหมอของโรงพยาบาลที่จัดว่าดีที่สุด ในอเมริกาแล้วนะลูก โรงพยาบาลที่ผลิต หมอ มามากมาย แม่ พยายามแล้ว ในที่สุด หมอบอกว่า คงต้องให้ยาปฏิชีวนะ กับลูก และ ต้องการเอาลูกไว้ที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน แม่บอกว่า ไม่ ยังไง แม่ก็ไม่สามารถทิ้งลูก ไว้ที่โรงพยาบาลแล้วให้แม่กับแดดดี้กลับไปนอนที่บ้านได้ แม่บอกหมอว่ายังไง แม่จะเอาลูกของแม่ กลับไปบ้านด้วย ไม่ว่าอะไรก็ตาม แม่จะอยู่กับลูกเสมอ

 

ระหว่างที่รอตรวจ รอสังเกตอาการ หมอผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้เข้าๆ ออกๆ ตรวจอาการของลูกของแม่ ทำให้แม่รู้สึกว่า อย่างน้อย หมอก็เอาใจใส่ และ พยายามที่จะหาวิธีรักษาให้ได้ รวมถึงมี หมอขอเลือดตัวอย่าง เพื่อทำการศึกษา ว่า ทำไมถึงมีอาการไข้สูง อันนี้เป้นการขอบริจาค แม่ยินดีให้ เพราะเป็นการวิจัยเกี่ยวกับ โรค คาวาซากิในเด็ก วันนี้ ตั้งแต่ลูกของแม่เกิดมา เป็นวันที่ลูกเสียเลือดมากที่สุดแล้วนะลูกนะ

 

หมอก็อนุญาติให้เรากลับบ้าน แต่ต้องกลับมาหาหมออีกรอบในเช้าของวันรุ่งขึ้น คืนนั้นทั้งคืน แม่ไม่นอนเลย แม่ กลัว กลัวว่า หากแม่ หลับไปแล้ว ลูกเป็นอะไรไป แล้วแม่จะไม่รู้ แม่ กอดลูก นั่งมองลูกของแม่ ทุกลมหายใจ เข้าออก แม่ ภาวนา กับสิ่งต่างๆ ว่า ขอให้ลูกของแม่ปลอดภัย คุณยาย คุณตา และ น้าๆ เป็นห่วง ลูกมาก โดยเฉพาะน้านิ้ง ซึ่งเป็นหมอ เด็ก ไม่เข้าใจ ว่าทำไมการทำ เจาะไขสันหลัง ถึงพลาดได้เยอะ ขนาดนั้น น้านิ้งเสียใจมาก แม่เองสิ เสียใจยิ่งกว่า แต่กำลังใจ จากครอบครัวของแม่ ทำให้แม่ มีแรงฮึด มีแรงพลังที่จะ สู้ต่อไปพร้อมๆ กับลูกของแม่

 

อาการไข้ของลูกลดลง อย่างเกือบปกติในเวลาเช้า แต่แม่กับแดดดี้ รีบออกจากบ้านแต่เช้า เอาลูกไปพบหมอ หมอตรวจดู อย่างละเอียด และ ปล่อยให้ลูกกลับบ้าน หมอบอกว่า ลูกอาจจะได้รับ เชื้ออะไรบางอย่าง เพราะเมื่อได้รับยาปฏิชีวนะแล้ว อาการไข้ลดลง และ หมอก็ฉีดยา ซ้ำอีกครั้ง และให้สังเกตอาการต่อไป หากมีปัญหาจะได้ รีบกลับไปอีก

 

แต่ เราก็ไม่ต้องกลับไปอีก แม่ดีใจยิ่งนัก ……แม่รู้เลยว่า ความรักของ คนที่เป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่เพียงไหน ต่อให้ควักหัวใจ ของแม่ ออกมาเดี๋ยวนั้น เพื่อให้ลูกของแม่หายเจ็บ แม่ก็ยอม แม่ ซึ้ง แม่สำนึกในความรักของแม่ เหลือเกิน ครั้งนี้ แม่ยิ่งรักคุณยายของลูก มากขึ้น ท่วมท้นหัวใจ แม่ ขอบคุณครอบครัวของแม่ที่ให้กำลังใจ กับแม่อย่าง หาที่เปรียบไม่ได้ และ เพื่อนที่แสนดีของแม่ ซินดี้ ที่แม่ต้องร้องไห้ สะอึกสะอื้น เพียงแค่แม่ โทรตาม บอกให้มาหาแม่ แม่ต้องการร้องไห้ ซินดี้มาหาแม่ ทันที ทั้งๆ ที่ตอนนั้น คอลลิน บัดดี้ของลูกอายุเพียง 8 เดือน กว่าๆ แต่ซินดี้ ก็ได้ทำหน้าที่ ของเพื่อน ที่ดีให้กับแม่ แม่ร้อง จน หมดใจ การร้องแบบนี้ทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น แม่ก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่อย่างน้อย แม่ก็สบายใจ แม่รู้ว่าแดดดี้ไม่สบายใจ แต่ แม่ไม่อยาก ให้แดดดี้ ต้องมารับความกดดันจากแม่ แม่รู้ว่า การเป็นคู่รัก การใช้ชีวิตร่วมกัน มันต้องสุขร่วมเสพ ทุกร่วมต้าน แต่ ยามลูกป่วยแบบนี้ แม่คิดว่า เราทุกข์เกินกว่าที่จะมานั่งฟังทุกข์ ของกันและกันอีก แม่ จำความรู้สึกแห่งการเป็นทุกข์ครั้งนั้นได้ดีเลยลูก แม่รู้เลยว่า การทุกข์ และ การควบคุมสติมันสำคัญแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น การเป็นเพื่อน ที่แค่เพียง รับฟัง เป็นไหล่ ที่พร้อมจะรับน้ำตาให้เพื่อน มัน ทำให้หัวใจของแม่ ผ่อนคลายเหลือเกิน แม่ ผ่านวันเหล่านั้นมาได้ เพราะ ลูก ครอบครัว แดดดี้ และ เพื่อนของแม่ แม่

 

 

แม่เสียอีก ยังแอบมาคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของแม่กันแน่ แม่ถนอนกล่อมเลี้ยงดูแลอย่างดี แม้กระทั่ง ป้องกันเด็กตัวเหลือง Jaundice แม่ก็ให้ลูกอาบแดดทุกวันตอนเช้า  แม่คอยดูทุกอย่าง อย่างที่แม่อ่านหนังสือ และ ความรู้ ความสามารถของแม่ ยังคิด เลยว่า แม่ไปทำอะไรมาไหม ทำให้ต้องรับกับประสบการณ์อันเจ็บปวดแบบนี้

 

แต่อีกทีแม่เอง ต้อง ขอบคุณกับประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดนั้นเหลือเกิน แต่ ลูกรักของแม่ เชื่อหรือไม่ ประสบการณ์ของเรา มันไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ชีวิต ความเป็นแม่ของแม่ ผ่านบททดสอบ มากมายเหลือเกิน แม่ เริ่มอ่านหนังสือ และ ตระหนัก ถึงสิ่งสำคัญ ต่างๆ อีกมากมาย แม่ ค้นคว้า ทุกอย่างไม่เพียงแค่การดูแลรักษาเด็กเท่านั้น แต่แม่อ่านเกือบทุกโรค ที่เป็นอัตราเสี่ยงและอันตรายแก่เด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ น้านิ้งยังแซวแม่เลยว่า หาก น้านิ้งจำอะไรไม่ได้คงต้องถามแม่ เพราะแม่อ่านเสียจน ปรุโปร่ง แม่ต้องการพร้อมที่จะรับมือและทำความเข้าใจกับทุกสิ่งอย่างมีสตินะลูกนะ

 

 

**ทุกวันนี้ ความทรงจำอันนี้ยังเจ็บปวดอยู่ในทุกความรู้สึกเมื่อแม่นึกถึง แต่แม่รู้

ลูกจำมันไม่ได้หรอกคงเหมือนซินดี้บอกแม่นะลูกว่า แม่จะจำความรู้สึกนี้ไปจนชั่วชีวิตของแม่ 

 

You will remember this feeling for the rest of your life"   และมันก็คงจะเป็นแบบนั้น

     Share

<< Way we homeAnother test >>

Posted on Sat 2 Dec 2006 2:47