Developing milestone

ลูกรักของแม่

 

การพัฒนาการ ของเราสองแม่ ลูก ที่แม่บันทึกแบบนี้ เพราะเราสองคนเติบโตไปด้วยกันจริงๆ

 

การให้นม ของเราสองคน สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แม่มีความสุขเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะ แม่ไม่ต้องทำความสะอาด เครื่องปั๊มนม และอุปกรณ์ การให้นม  เมื่อแม่มาลองใช้กับตัวเอง แม่สามารถผลิตน้ำนมในสามเดือน ได้มากมาย เต็มตู้เย็นแช่แข็งซึ่งเราซื้อมาใหม่ เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากร่างกายของแม่ จะผลิตน้ำนม ตามที่ลูกต้องการ แต่นี่เครื่องปั๊ม แม่ปั๊มทุก 3 ชั่วโมง และ ยิ่งไปกว่านั้น แม่ปั๊ม นานครั้งละ 15 นาที ตามชั้นตอนที่หมอบอกแม่ทุกอย่าง ดังนั้นการผลิตนมของแม่ในการปั๊มแต่ละครั้งจะได้ ราวๆ 50 ซีซี -75 ซีซี ในแต่ละข้าง ซึ่งปริมาณมากเกินพอแก่ความต้องการของ ลูก  ในการปั๊ม ของแม่ตลอดวัน แต่แม่ก็พอใจที่จะปั๊มเก็บ ไว้ในช่องแช่แข็งเพราะ แม่รู้ว่า แช่แข็งแบบ อุณหภูมิต่ำมากๆ นั้นสามารถเก็บได้นานถึง 6-8 เดือน แต่หากไว้ในช่องแช่แข็งหรือตู้เย็นธรรมดาตามบ้าน เต็มที่ คือ 24-48 ชม เท่านั้น ((และเมื่อต้องการที่จะใช้ ก็เอามา แช่หรือ ให้น้ำร้อนวิ่งผ่านนม หรือ เอามาใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา ห้ามเอาเข้าไมโครเวฟ หรือตั้งไฟโดยเด็ดขาดเพราะการทำแบบนี้ทำให้ ประสิทธิภาพของน้ำนมแม่ หมดลงไปเลย เพราะ ความร้อนจากไมโครเวฟจะ

ทำลายโมเลกุลและคุณค่าของน้ำนมของแม่ นะลูกนะ))

 

นั่นคือเหตุผล ที่เราต้องมี ตู้แช่ แบบใหม่ ทุกสิ่ง เพื่อลูกจริงๆ ลูก แม่ไม่เคยได้เอานมเหล่านั้นมาใช้เลย ลูก แต่ มันเป็นความมั่นใจ ของแม่ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแม่ ลูกจะมีนมแม่ ไปตลอดอย่างน้อย ก็เกือบปี ซึ่งแม่ ภูมิใจมาก เพราะในระยะแค่สามเดือน แม่ปั๊มได้เยอะขนาดนั้น เพราะ แม่ ไม่มีนมมาก่อน ต้องได้รับความช่วยเหลือ จาก หมอ พยาบาล และ ผู้เชี่ยวชาญมากมาย ดังนั้น น้ำนมของแม่ แต่ละหยด แม่จะรักษา และ ดูแล อย่างถนุถนอมที่สุด มันมีค่าทางใจต่อแม่

 

ภายใน 6 เดือน แม่ไม่เคย ให้อาหารอื่น ไม่เคยให้น้ำ หรืออื่นใดเลย ชีวิตของลูก ตลอด 6 เดือนได้รับนมผสม เพียงแค่ 150 ซีซี นอกนั้น ลูกเจริญเติบโตมาด้วย นมแม่ล้วนๆ มันอาจจะทุลักทุเล บ้างในช่วงแรก  แต่ เชื่อแม่เถอะลูก สิ่งที่แม่ตั้งใจ และ สิ่งที่แม่ทำ คือ แม่คิด และ ศึกษาแล้วว่า นมแม่ดีที่สุดสำหรับลูกจริงๆ แม้ว่า แม่เป็นโรคประจำตัวและต้องทานยา ก็ตามที่ แม่ปรึกษาหมอ และ ศึกษากับตัวเอง ว่า ยาบางชนิด มีปัญหาต่อการให้นมลูก ยาบางชนิดไม่มีปัญหา ดังนั้น ทุกครั้งที่แม่ ที่ให้นมลูก ต้องศึกษา และ ปรึกษา หมอเด็ก และ เภสัชกรให้ดี ว่า การทานยาแต่ละชนิดมีผลต่อการให้นมลูก หรือ มีผลช้างเคียงหรือไม่

 

ลูก ของแม่ เติบโต เป็นเด็กสมบูรณ์แข็งแรง จน เมื่อลูกครบ 6 เดือนเต็ม แม่เริ่มคิดว่า ถึงเวลา แก่การให้อาหารเสริมแก่ลูก แม่ให้ลูกช้า เพราะ แม่ มีความเชื่อส่วนตัวว่า ลูกยังไม่มีฟัน แม้ว่าลูกของแม่จะนั่ง ได้ดี ตัวตรง และ นั่งเองได้ มาสองเดือนแล้ว แต่แม่เชื่อว่า ในเมื่อลูกยังไม่มีฟัน ระบบธรรมชาติย่อมรับอาหารเหลวได้ดีกว่า ฟังดูอาจจะ ไม่เข้าท่า แต่แม่เชื่อของแม่แบบนั้น เพราะมนุษย์ เป็น พวกฟันตัด นั่นหมายถึงเหมาะกับการเคี้ยวอาหารพวกผักผลไม้ ได้ดีกว่า เนื้อสัตว์ แม่เลย เริ่มอาหารให้ลูกช้า และ แม่มองไม่เห็นความจำเป็นว่า ทำไมต้องเร่งให้ตั้งแต่ 3-4 เดือน เพราะ ตอนนั้น เด็กทารก หลายคนยังนั่งเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ การนอน หรือ การเอน ทานอาหารแบบนั้น แม่มีความเชื่ออีกว่า ทำให้เด็กสำลักได้ ง่าย แม่เลยเริ่มช้า กว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ได้ช้าเกินไปนักเพราะแม่เห็นว่าลูกของแม่เริ่มมีฟันล่างสองซี่ขึ้นมาแล้ว  แม่เริ่มด้วย ข้าว – Rice cereal ผสมกับนมแม่ จนเกือบเหลว ลูกของแม่ รับอาหาร มื้อแรก ได้ค่อนข้างดี ส่วนหนึ่งคือ แม่ยังผสม เหลวจนเกือบเป็นน้ำนมแม่เสียอย่างเดียวเสียอีก แม่ไม่ได้ คิด ถึงขนาดว่า ต้องให้ลูกทาน ได้แบบ Puree หรือข้น ขนาดนั้น

 

เพราะแม่ อยากแน่ใจว่า การให้อาหารลูกครั้งแรก หรือ ครั้งต่อไป ในการแนะนำอาหารใหม่ให้กับลูก ลูกจะไม่ท้องอืด หรือมีอาการแพ้อาหาร หรือปฏิเสธอย่างรุนแรง

 

การให้อาหารเสริมกับลูก แม่ให้ข้าวอย่างเดียวไปหนึ่งอาทิตย์ แล้วเริ่มต้นด้วย ผัก อื่นๆ สลับกันไป ทั้งนี้ แม่เริ่มเพียงอย่างเดียว และ ให้ติดๆ กัน 3-4 วันเพราะแม่ต้องการความมั่นใจ ว่า ลูกของแม่จะแพ้ หรือ ไม่แพ้อาหารชนิดใดบ้าง เด็กไทยจะมี ปัญหาเรื่อง การแพ้ อาหาร แพ้ไข่ หรือ ปลา น้อยกว่า เด็กฝรั่ง ในความรู้สึก และ ประสบการณ์ของแม่ ดังนั้น แม่ เลยต้อง ระวัง เนื่องจากลูกของแม่ มีเชื้อฝรั่ง อยู่ครึ่งหนึ่ง ดังนั้น อะไร ก็แล้วแต่ หากแม่เริ่มต้นด้วยความรู้ความเข้าใจ และระมัดระวัง แม่คิดว่า แม่มีเหตุมีผล และทุกสิ่งที่แม่ปฎิบัติต่อลูก ไม่ว่า ลูกตื่นนอน อาบน้ำ ให้นม ฉี่ อึ การปั๊มนม การให้อาหาร เวลานอน ทุกสิ่งทุกอย่าง แม่บันทึก เขียน จดหมดทุกอย่าง เพราะแม่รู้ว่า ข้อมูลเหล่านี้มีความหมาย เมื่อลูกต้องการความช่วยเหลือ ทางด้าน พยาบาล และ มีความหมายสำหรับคนเป็นแม่ที่จะได้ศึกษา และ รู้ตารางเวลา และการปรับตัวของเราสองคนแม่ลูก นอกจากนี้แล้ว แม่ยัง ได้เก็บกระดาษเหล่านั้น จนเวลานี้ แม่มองย้อนกลับไป แม่ถามตัวเองว่า แม่ทำได้ยังไง อ่านแล้ว เวลาของแม่ พักผ่อนน้อย และ มีเวลาให้กับตัวเองน้อยนิดเหลือเกิน แต่ ลูกเชื่อหรือไม่ วันเวลาที่แม่อยู่กับลูก แม่รู้สึกว่า ทุกเวลา นาทีมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม่ มีบันทึกแม้กระทั่งว่า ลูกของแม่ ตด ครั้งแรกเมื่อไหร่ หัวเราะให้แม่ เมื่อกี่สัปดาห์ กระดาษเหล่านี้ มันมีคุณค่าทางจิตใจ ของแม่((อีกแล้ว))







 

     Share

<< Magnetic Resonance Imaging (MRI)Daddy 101 >>

Posted on Tue 5 Dec 2006 0:52