The relationship

ลูกรักของแม่

 

พักนี้ ตั้งแต่ลูกคลานได้ ลูกจะชอบปีนป่ายไปด้วยในเวลาเดียวกัน บันไดกับลูกนี่เป็นของคู่กันเลย ลูกชอบปีนมาก อันไหนที่แม่ห้ามล่ะชอบนัก ยิ่งปีนขึ้นโซฟาได้ ลูกยิ่งชอบมากๆ เพราะ มันสูงสำหรับลูก ทุกครั้งที่ลูกเห็นสมูทตี้ ((หมาบ้านเรานะลูก พันธุ์ เซนต์เบอร์นาด ไม่ต้องแปลกใจว่า สมูทตี้ตัวใหญ่กว่าลูกมากมายนัก))  นอนข้าง เก้าอี้ โซฟา เมื่อไหร่ล่ะ ลูกจะต้องปีน ขึ้นไปบนตัวสมูทตี้ แล้วเหยียบหัวขึ้นไปเลย สมูทตี้ก็ช่วยน้องมาก น้องเหยียบหัว ก็ยกหัวให้ น้องขึ้น บนโซฟาเรียบร้อย แม่สังเกต เห็นมาหลายครั้งล่ะ  แม่เลยคิดว่า การเลือกสัตว์เลี้ยงในบ้าน และ ชนิดสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง นั้นๆ มีความสำคัญมากๆ ในบ้านที่มีเด็กเล็ก แม่คิดว่า แม่เลือกหมาอันเป็นที่รักของแม่ได้อย่างดีแล้ว เพราะแม่เองก็รักสมูทตี้ เหมือนลูก คนคนสำคัญในชีวิตของแม่ เพราะ แม่ เชื่อว่า หมา คือเพื่อนสนิท หมารับรู้ทุกอารมณ์ของเรา เพียงแค่เรามีความรัก ความผูกพันดูแลเอาใจใส่เค้า เหมือนที่เค้าเอาใจใส่เรา เพราะชีวิตของหมาตัวหนึ่ง ในชีวิตของเค้ามีแค่เรา สมาชิกในบ้านเท่านั้น แต่ คนอย่างเรา มีสังคมมากมาย ดังนั้น เรา คือ คนสำคัญที่สุดในชีวิตของเค้า แต่เค้าสำคัญกับเราไหม อยู่ที่ใจเรานะลูก สำหรับแม่ แม่รับเค้ามาเลี้ยงแม่ก็ดูแล รักษา เอาใจใส่อย่างดีที่สุด เพราะ แม่เชื่อ ว่า เค้าคือเพื่อนแท้ เค้าคือ ส่วนหนึ่งในชีวิตของแม่เช่นกัน แม่มีความรักให้กับเค้า อย่างเต็มหัวใจเช่นกัน แม่มีความเชื่อเช่นนี้ และ สมูทตี้คงรับรู้ เค้าเลยดู แล และ ใจเย็นกับลูกตลอดเวลา ไม่เคยหงุดหงิดกับลูกเลย ทั้งๆ ที่การกระทำบางอย่างของลูกมันชวนหงุดหงิดยิ่งนัก เช่นการไป เหยียบหัว ปีนขึ้น โซฟา การเข้าไปนอนทับ ไปขี่ แม่ก็จะเข้าไปกอด ไปลูบหัว บอกสมูทตี้ว่าน้องยังเล็ก และ น้องยังรักสมูทตี้นะ เพราะการที่ลูกทำเช่นนั้น ลูกก็ต้องมีความเชื่อมั่น ระดับหนึ่งว่าสมูทตี้ต้องไม่ทำร้ายลูก อีกอย่าง ลูกชอบนัก กับการที่จะให้สมูทตี้เลียหน้าเลียตา หากสมูทตี้ไม่เลียลูก ลูกจะเลียสมูทตี้เสียอย่างนั้น แม่ก็ได้แต่ขำ   และ ความสัมพันธ์ ของ ลูกกับสมูทตี้ยิ่งเป็นไปได้ดี เมื่อลูกเริ่มทานอาหาร ลูกจะแบ่งให้ สมูทตี้เรื่อยเลยนะลูกนะ

 

แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ ขอให้ลูกรู้จักหน้าที่และต้องอิ่มด้วย ดูเหมือนลูกจะสนุกสนานกับการให้อาหาร มากไป แม่เลยต้องปรามๆ บ้าง ลูกเองเหมือนจะเข้าใจ พออิ่มปุ๊บ ลูกจะทำมือว่า “All done” แล้วก็ส่งจานอาหารให้แม่ แล้วก็บอกว่า “Share” ทั้งภาษาของลูก และ ภาษามือของลูก ที่เราเข้าใจกันดีนะลูก

 

พฤติกรรมใหม่ ๆ ของลูกมีมากมาย ในระยะนี้ ลูกชอบรื้อ ข้าวของกระจัดกระจายมากๆ แม่ต้องคอยตามเก็บ และ ต้องคอยร้อง เพลง การทำความสะอาด ลูกจะเหมือนจะเข้าใจเข้ามาพยายามช่วยแม่เก็บด้วย แต่ แม่ก็เว้น ตู้ในครัวให้ลูกหนึ่งตู้นะลูก แม่มีกระทะ หม้อ ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมให้กับลูก ในการรื้อ รื้อ และ รื้อ ลูกจะสนุกกับมันมาก แม่ก็ไม่ว่าอะไร เพราะแม่คิดว่า เป็นการตอบสนองความอยากรุ้อยากเห็นของลูก ที่สำคัญ อย่างน้อย ก็มีซักมุมที่ลูกรื้อได้ ดีกว่าไม่มีเลยอะไรๆ ก็ โน ไม่ได้ไปหมด เพราะ แม่คิดว่า การพูด ไม่ได้ ไม่ ไม่ อย่างเดียวเหมือนเป็นการสอน ในการมองโลกในแง่ลบให้กับลูกไป แม่ อยากจะสอน ความสมดุลย์ เพราะ โลกนี้มันจะมีได้ ไม่ได้ แน่นอน และ ไม่แน่นอน แม่อยากให้ลูกของแม่เข้าใจ พื้นฐานเล็กๆ เท่านั้นเอง

 

นอกจาก การได้รื้อ ข้าวของกระจัดกระจายแล้ว ลูกยังสนุกสนาน กับ การได้เล่น ถ้วยชาม อาหารของสมูทตี้  ซะอย่างนั้น แม่ต้องคอยมองว่า หากลูกคลานไปในครัว เล่นตรงไหน หากเล่นอาหารสมูทตี้ แม่ก็ต้องบอกว่า อาหาร ห้ามเล่น แต่ห้ามได้เสีย ที่ไหน เพราะ เด็กกับน้ำ ของคู่กัน ดีหน่อย ที่ลูกไม่หม่ำ อาหารสมูทตี้ไปด้วยนะลูก แค่เอามากำๆ เล่น แล้วก็เอามือ แกว่งใน ถ้วยน้ำ ของสมูทตี้เสียงั้นนะลูก

 

การคลานได้ของลูก เหมือนเป็นการสร้างความมั่นใจ เชื่อมั่นในกับลูกเอง แม่ให้ลูกคลาน ขึ้นบันได แต่แม่คอยดูแลลูกตลอด แม่ คิดว่า การเรียนรู้โดยการปฎิบัติ โดยมีแม่ หรือ แดดดี้ ดูแลลูก อย่างน้อย ลูกจะได้รู้ว่าทำไม แม่ถึงไม่อยากให้ ลูกปีนขึ้นบันไดคนเดียว เพราะลูก เคยขึ้น กับแดดดี้ แล้วพลาดตกลงมา แล้วแม่ก็ ต้องอธิบาย ว่า นี่แหล่ะ แม่ถึงได้บอกว่า มันอันตรายนักหนา ลูกเองก็ไม่ได้เข็ดขยาด แต่มีความ ตั้งใจและระมัดระวังในการปีนขึ้นบันไดมากขึ้น แม่ว่า แม่มองเห็นพัฒนา การลึก ๆ ของลูกนะลูก ยิ่งไปกว่านั้น แม่มองเห็นความมั่นใจในตัวของลูกด้วย ว่า ลูกทำได้ แม่เห็นแววตา แบบนี้ แล้ว แม่ต้องบอกคำเดียวว่าแม่ชื่นใจ และ แม่ก็ปล่อยให้ลูก ปีนไปมา

 

จนกระทั่งแม่มีความเชื่อมั่นในตัวลูก ว่า ลูกสามารถทำได้ เมื่อลูกเดินได้ และ เดินขึ้นลงบันได เอง อย่างมั่นคงมั่นใจ เมื่อลูกอายุได้ 14 เดือน แต่วิธีการปีน ของลูก ไม่เหมือนใครแน่ๆ ลูกเดินขึ้นปกติ แต่ตอนลงสิ ลูกสไลด์ ลงมาเลย เพราะบ้าน เรามันเป็นพรมด้วยนะลูก ลูกเลย นอนคว่ำ ยกหัวขึ้น เอามือ คอยเบรค ไม่ให้ลง เร็วนัก แม่เห็น ครั้งแรก แม่ก็ตกใจ แต่มองอีก ที นั่น เป็นความตั้งใจของลูก ในการลงแบบนั้น จริงๆ และ ลูกก็ ทำแบบนี้ จน 27 เดือน เมื่อเราย้ายบ้านแล้วนั่นแหล่ะ ลูกต้องเดินขึ้น ลง อีกเหมือนเดิม เพราะ บันไดไม่ได้เป็นพรมอีกแล้ว มันเป็นไม้ ดังนั้นลูก ก็ต้องระวังตัวเอง ลูก ไม่เคยตกบันได เลย ตั้งแต่พลาดครั้งนั้นกับแดดดี้ และ แม่เองก็ไม่ปรารถนาจะเห็นการผิดพลาดอีก แต่แม่ ก็สอนลูก ในการระมัดระวัง และ แม่ว่าลูกทำได้ดี

 

     Share

<< Mother instinctMy first Halloween >>

Posted on Tue 12 Dec 2006 0:24