My first Halloween

ลูกรักของแม่

 

เรามีโอกาสได้ฉลอง เทศกาล ฮัลโลวีน กันเป็นครั้งแรกของลูก แต่เทศกาลขอบคุณพระเจ้าและเทศกาลคริสต์มาส เราสองคนแม่ลูก ได้เดินทางกลับประเทศไทยกัน เราเลยพลาดสองเทศกาลนี้ไป แต่เทศกาลนี้ ได้ ทำให้ลูกได้รู้จัก สิ่งใหม่ ๆ รอบตัว

 

ช่วงเทศกาลนี้ อากาศจะเริ่มหนาวเย็น ใบไม้เริ่มร่วงมากแล้ว ลูกเองก็สนุกสนานกับการได้ คลาน ได้ยืนเล่น แล้วล้มก้นจ้ำเบ้า ลงกับกองใบไม้ที่แดดดี้กับแม่ กวาดเตรียมไว้ สำหรับ ให้คนมาเก็บไป

 

ตอนแรก แม่เองก็กังวลว่า การที่ลูกออกมาเล่นแบบนี้จะ คันไหม ผิวลูกจะเป็นอะไรไหม การหายใจด้วย เพราะใบไม้แห้ง มีฝุ่น และหน้าใบไม้ร่วงจะมีพวก รา และอื่น ๆ มากเป็นพิเศษ แต่อีกที แม่คิดว่า การที่เลี้ยงลูกไม่ให้เจออะไรบ้างเลย เป็นการปกป้อง ลูกมากไปไหม อย่างน้อยการที่ลูกได้เจอ ได้พบเสียตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก และ เป็นประสบการณ์ ที่ดี ของลูก แม่เชื่อว่า ได้เจอเสียเนิ่น ๆ แล้วค้นพบว่า ลูกแพ้ หรือ ไม่แพ้อะไร แต่เนิ่นๆ น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะ การรักษา จะได้ ฉับไว ดีกว่า เราไปค้นพบเมื่อสาย หรือเมื่อลูกได้โตมากแล้ว  และ แดดดี้ก็มีความเห็นเช่นเดียวกับแม่ เราเลยปล่อยให้ลูกคลานเล่น เสียสนุกสนาน บนใบ ไม้ และ บนหญ้าในสนามบ้านของเรา

 

แม่แต่งตัวชุดวัว และสิงโตน้อย ให้ลูก สำหรับ ถ่ายรูปรับฮาโลวีน ลูกก็ดึงหญ้าเข้าปากเสียงั้น ดูแล้วก็น่ารักดี แต่ หญ้ามันไม่ใช่อาหารของเรานะลูก ถึงลูกจะแต่งตัวเหมือน ก็ตามที แต่ลูกของแม่ เป็นวัวตัวน้อยที่น่ารักที่สุดของแม่นะลูก ส่วนสิงโตน้อยของแม่ ไม่มีคนกลัวเลย มีแต่คนอยากจะมาขย้ำสิงโตน้อยของแม่เสียอย่างนั้น

 

จริงๆ ลูกมีชุดฮาโลวีน หลายเซต มาก เนื่องจาก ครอบครัว ของ แม่ และ เพื่อนของแม่ ได้ส่งมาให้ลูกหลายชุดเลยเชียว แม่เอง ก็จับลูกใส่เสียทุกชุด แล้วก็ถ่ายรูป แม่เชื่อว่า แม่ปัจจุบันนี้ที่มีกล้องดิจิตอล ต้องมีรูปถ่ายของลูกเกือบทุกอิริยาบทเช่นกัน มันเป็นความ สุข ความภาคภูมิใจของแม่นะลูกที่ได้เห็นลูก ในสิ่งใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ เสมอ มันเหมือนกับว่าตัวแม่เองได้ ทำสิ่งใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ไปพร้อมๆ กันกับลูก เพราะวัยขนาดนี้ของลูก เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง และ เรียนรู้ ได้อย่างรวดเร็ว แม่ไม่อยากพลาด ช่วงจังหวะหรือวินาทีที่งดงามในชีวิตของลูก

 

แม่ได้เอาลูกไปฟาร์มด้วย ลูกเองตื่นตาตื่นใจกับ สัตว์ เล็กน้อยใหญ่มาก แต่ลูกกลับกลัว การที่แม่ให้ลูกนั่งโดดเดี่ยวในกองภูเขาฟักทอง ลูกของแม่ร้อง โยแย แม่ไม่แน่ใจว่าลูกกลัวฟักทอง หรือ กลัวเพราะเป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ แปลกๆ สำหรับลูกหรือไม่ แต่ แม่ก็ ได้แนะนำให้ลูกรู้จักไปเรียบร้อยแล้ว ลูกสนุกหรือไม่ แม่คิดว่าสนุกนะลูก เพราะ ลูกได้จับได้สัมผัส กับสิ่งใหม่ๆ ต้นไม้ ผลไม้ ผักสีสัน ต่างๆ ลูกได้ เห็นได้ จับ มัน แม่รู้ว่า เด็กวัยขนาดลูกมีความสุขกับการได้จับได้สัมผัส และลูกก็มีรอยยิ้มให้แม่กับแดดดี้ได้เห็นลูกส่งเสียงดัง และ ทักทายคนแปลกหน้าทั้งๆ ที่แรกเริ่มการเข้ามาในเทศกาลเก็บเกี่ยวในฟาร์มคนค่อนข้างเยอะและเสียงดัง

 

ในที่สุด วันเทศกาลฮาโลวีนก็มาถึงจริงๆ ลูกของแม่ ได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งฮัลโลวีน สนุกและน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน แรกๆ แม่เองก็หวั่นใจว่าลูกจะทำสำเร็จไหม ลูกจะกลัวไหม ผลคือ ลูกสอบผ่าน ลูกสนุกสนานมาก กับการได้เจอ คนกลุ่มใหม่ๆ และ ไม่ร้องไห้ เมื่อเจอ คนแต่งหน้าตาหน้ากลัว ลูกกลับ โบกมือ ทักทาย ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด สนุกสนานมาก และ เป็นครั้งแรก ที่ลูกของ แม่ได้รู้จักรสชาด ของ ช๊อกโกเลต เพราะ แม่ลืม ไป ลูกปีนมา แล้วก็แกะเอง แม่เห็น แม่ก็ ถือว่าเป็นความบกพร่อง ของแม่ แม่เลยให้ลูกลอง โอโห อะไรกันนี่ ลูก ทำท่า แบบ เหมือนขึ้นสวรรค์เลยลูก ท่าทางจะชอบมากนะลูก และ นั่นก็เป็นช๊อกโกเลต คำแรก ของลูก ในชีวิต และ อีกนานเลยกว่าแม่จะให้ลองอีกครั้ง 

 

คืนนั้นเราสองคนกว่าจะได้เข้านอน กันก็ดึกดื่น แต่ แม่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งของลูก ได้เรียนรู้ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ และ ลูกก็รับกับมันได้ดี เสียด้วย เพราะ แม่เห็นเด็กเล็กหลายคนโยเย และ มีทีท่า ว่ากลัวกับ การ ออกมาเจอ สิ่งแปลกๆ เหล่านี้

 

หากลูกของแม่ จะโยเย แม่ก็จะไม่ว่าอะไรเลย  เพียงแต่ แม่คิดว่า แม่จะรับมืออย่างไร และ จะอธิบาย ให้ลูกเข้าใจยังไง แม่ ได้เตรียมพร้อมกับสิ่งเหล่านั้น แต่ ลูกไม่โยเยแม่ก็ถือว่า เป็นความโชคดีของแม่ และ ความเก่งของลูกด้วยนะลูก นั่นหมายถึงว่า แม่ต้องภูมิใจในตัวแม่เช่นกัน เพราะแม่สามารถ สร้างความมั่นคง และ มั่นใจให้กับลูกได้ เพราะแม่กับแดดดี้อยู่ใกล้ๆ ลูกเสมอ แม่ดีใจที่อย่างน้อย ลูกก็รู้สึกอบอุ่นใจ และ รู้ว่า สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดที่พร้อมจะปกป้องลูกก็อยู่ใกล้ๆกับลูก นั่นเอง

 

     Share

<< The relationshipFly me to Thailand >>

Posted on Wed 13 Dec 2006 0:42