Weight concern

ลูกรักของแม่

 

เมื่อลูกอายุ ได้ 18 เดือน แม่ก็เอาลูกไปเช็คอัพ ตามตารางของลูก คุณหมอที่นี่ค้นพบว่า น้ำหนักของลูกต่ำกว่าเกณท์ มาตรฐาน เด็กอเมริกันอยู่ แต่ส่วนสูงอยู่ระดับมาตรฐาน แต่หัวไม่ต้องพูดถึงนะลูก ลูกของแม่ เกินมานานแล้ว

 

แม่ก็เองก็ คิดมาก เกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควร เนื่องจากลูกเป็นเด็กทานยากมาก แม่เองพยายามสรรหาอาหารแต่ละชนิด แต่ละอย่างให้ลูก โดยแนะนำอาหารใหม่ ทุกๆ สามวัน เพราะ แม่ไม่อยากเปลี่ยนอาหารใหม่ทุกวัน เนื่องจาก ลูกยังทานอาหารได้ไม่ดีนัก ดังนั้น หากเปลี่ยนอาหารใหม่ ทุกวันเหมือนเป็นการเพิ่มภาระ ในการ แนะนำ หรือ รู้จักอาหารใหม่ การเรียนรู้รสชาดอาหารใหม่ของลูก

 

และ ยิ่งไปกว่านั้นแม่สังเกตดูแล้วว่าลูกจะติดนมแม่มากๆ ลูกจะได้ หม่ำนมของแม่เสมอไม่ว่าเวลาไหนที่ลูกต้องการ แม่เลย คิดว่า ต่อไปนี้แม่ต้องจัดระบบใหม่ให้ลูก เพราะพยายามให้นมใหม่ ๆ กับลูกด้วย และอันนี้ก็คือปัญหาของแม่เช่นกัน คือลูกไม่ รับนมใหม่เลย ลูกรับแต่นมแม่เท่านั้น ทั้งๆ ที่แม่ผสมนม แม่ในนมธรรมดา ลูกก็ดื่มแต่น้อย นี่ละหนา พยายาให้ลูกดื่มนม แม่อย่างมาก พอลูกติดนม ก็ต้องหานมอื่นให้ลูกดื่มอีก

 

จริงๆ แล้วแม่พยายามฝึกให้ลูกดื่มนมอื่นมาตั้งแต่อายุ 12 เดือนแล้วนะลูก แต่ลูกไม่ยอมรับ แล้วแม่เองก็ไม่จริงจัง กับมันด้วย เพราะ แม่มีความเชื่อ และ มีเหตุผล ในการอ่านหนังสือ สนับสนุนความเห็นของแม่ ว่า การให้นมลูกนานที่สุดก็ยังมีประโยชน์กับลูก เพราะนมแม่ คือนมที่ผลิตจากธรรมชาติ และเหมาะสมกับ เด็ก แม่ตั้งใจจะให้นมลูก ไป สองขวบครึ่งในตอนนั้น แม่เลยไม่ได้มีความตั้งใจกับการ ให้ลูกสลับนม แต่เมื่อถึงตอนนี้ แม่เห็นแล้วว่า น้ำนักลูกน้อยจริงๆ เพราะ 18 เดือนน้ำหนัก แค่ 10.5 กิโลกรัม เท่านั้นเอง

 

แม่เองก็ได้ลองเอานมผสม เนสเล่ ช๊อคโกเลต คาร์เนชั่น ซึ่งอันนี้ คุณหมอวิคทอเรียหมอประจำตัวคนแรกของลูก ได้แนะนำแม่ มา เพราะลูกต้องการ เครื่องดื่ม และ อาหารที่ให้พลังงานสูงเนื่องจากลักษณะนิสัยการทานอาหารของลูกนั่นเอง แม่เลยให้ลูกหัดดื่มพวกนี้ และ แม่เองก็เริ่มลดการให้นมลูก ด้วย แรก ๆ เราสองคนก็ลำบากนะลูก ลูกติดนมแม่ ไม่ว่าเวลาไหนลูกก็ได้ นั่นทำให้ลูกทานได้น้อยลง พอแม่ลดจาก ที่ลูกต้องการเมื่อไหร่ก็ได้เหลือแค่สามมื้อต่อวัน และ แม่ก็เริ่มคิดว่า บางทีอาจจะถึงเวลาที่ลูกต้อง เลิกนมแม่เสียแล้ว แค่คิดแค่นี้แม่ก็ใจหายเสียเหลือเกิน แต่ แม่จะหันมามองแต่ความสุข ส่วนตัวอย่างเดียวไม่ได้สุขภาพลูกก็สำคัญเช่นกัน แม่เลย หาอ่านหนังสือ และ ค้นคว้ามากมาย ว่านมชนิดไหน ดีกับลูก เหมาะสมกับลูก ในที่สุด แม่ก็ตัดสินใจไม่ได้ เพราะ มันมีข้อดีและข้อเสียปนกันไป แม่เลย สลับให้นม ถั่วเหลือง นมจากข้าว และนมวัวให้กับลูกผสมกับนมแม่

 

หมอเองก็ต้องการที่จะนัดเจอลูกทุกสองอาทิตย์ แม่ยังถามว่า ทำไมเพื่ออะไร ลูกมีปัญหาอะไรหรือไม่ หมอบอกว่าไม่ได้มี

ปัญหาอะไร หมอต้องการ แค่ติดตามผล ว่าน้ำหนักลูกได้ทำเพิ่มขึ้นมาบ้างหรือไม่ หากไม่เพิ่ม ลูกต้องทำอย่างไร แม่ต้องทำ อย่างไร แม่เลยบอกว่า แล้วหมอจะทำอย่างไร หมอบอกว่า อาจจะต้องให้ไวตามินเสริม แม่ก็ถามว่า พวกไหน หมอก็บอกมา แม่ก็บอกว่า แม่ให้ลูกบ้างอยู่แล้ว แต่แม่ไม่ได้ให้ทุกวัน เพราะ แม่อ่านและ มีความเชื่ออีกว่าหากเราได้รับไวติามินทุกวัน ร่างกาย เราไม่ได้ สร้างมาเพื่อรับ ไวตามินสมบูรณ์ แบบนี้ทุกวันมันจะไปเร่งให้ตับไต ทำงานหนักเกินไปไหม ที่สำคัญไวตามิน พวกนั้น ก็ผลิตมาจาก สารเคมีเช่นกัน สู้ว่าเรารับจากธรรมชาติก่อนดีไหม การให้อาหารของลูกแม่เองก็เน้นอาหาร พวก เน้นแคลอรี่ มากๆ เช่น แม่อบมันใส่เนย และ ชีสให้กับลูก แต่แม่ว่าเป็นเพราะส่วนหนึ่งลูกเป็นเด็ก แอคทีฟด้วยก็ว่าได้

แม่เองก็บ้าจี้ เอาลูกไปชั่งน้ำหนักตามหมอบอก แล้วน้ำหนักลูกก็ไม่ได้ขึ้นมามากมายขนาดนั้น แม่เลย ปวดหัว กับการ กดดัน จากหมอ แม่เลยบอกว่า แม่จะไม่เอาลูกมาชั่งน้ำหนัก แล้ว เพราะสิ่งที่หมอพูดแม่ได้ มองเห็นประโยชน์อะไร และหมอก็เห็นแล้ว ว่าลูกไม่ได้ขาดสารอาหาร หมอก็บอกว่า ได้ แต่แม่ต้อง เสี่ยงเอาเอง ((Take your own risk)) แม่ เลยถามหมอว่า อะไรเสี่ยงอะไร หมอ ก็บอกว่า ลูกอาจจะน้ำหนักน้อย แม่ก็เลยบอกว่า แน่นอนต้องน้อย อยู่แล้วเพราะแม่ มองจากครอบครัว ของ แดดดี้ มีแต่คนรูปร่างโปร่ง ไม่มีใครอ้วนเลย ครอบครัวบ้านแม่ก็มีคนโปร่ง แม่เลยคิดว่า แล้วลูกของแม่จะน้ำหนักเยอะ แล้วอ้วน ได้ยังไง ที่สำคัญ ลูกของแม่ แข็งแรง และไม่ได้เจ็บป่วยไข้อะไรเลยตั้งแต่ครั้งโน่นมา แข็งแรง และ พลังเยอะ แบบนี้ แม่เลยบอกหมอ ว่า ตกลง แม่จะไม่ เอาลูกมาพบหมอทุกสองอาทิตย์ แล้วเราจะเจอกันอีกทีเมื่อลูกอายุ สองขวบ แต่ตอนนี้ สิ่งเดียวที่แม่จะทำคือ จะเลิกให้นมลูก เพราะลูก ต้องการพลังงานมากกว่านมแม่ หากลูกเป็นเด็กที่ทานได้เก่ง ลูกก็คงจะยังดื่ม นมแม่ได้ต่อไป แต่นี่ ลูกต้องการ พลังงานและสารอาหารมากขึ้น นมแม่ยังมีสารอาหารครบทุกประการ แต่ มันไม่มากพอต่อ การเจริญเติบโตและขนาดของลูก  เมื่อคิดได้แบบนี้ แม่ ก็แพลนการ เลิกนม และ จัดการเรื่องอาหารให้กับลูกต่อไป

     Share

<< We are movingImagination >>

Posted on Sat 6 Jan 2007 2:39