Imagination

ลูกรักของแม่ 

 

*** วันนี้ แม่ขออนุญาต ข้ามจากวัย 2 ขวบ  มา 2-3 ขวบ ของลูกก่อนนะลูก เพราะแม่มีเรื่องที่แม่อยากจะบันทึกเก็บไว้ แม่กลัวว่า หากมาบันทึกทีหลังแล้วจะไม่ได้ ใจความและรู้สึกอย่างที่แม่เป็นตอนนี้ ***

 

แม่ได้อ่านหนังสือ และ ได้ศึกษาว่า วัยขนาดเด็ก คือ 3+ ขึ้นไป จะมีขบวนการที่เรียกว่า จินตนาการ

สำหรับลูก หมอเด็กบอกว่า อาจจะเร็วซักนิด แต่ก็ไม่แปลก เพราะอ่านจากประวัติการพัฒนาการของลูกแล้ว ลูกค่อนข้างเร็ว ดังนั้น การที่ลูกมีจิตนาการ ในช่วงก่อนวัยสามขวบก็ ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ปกติของลูกเอง

 

แม่ได้สังเกตุเห็นว่าลูกเริ่มเล่น เริ่มบอกแม่ ถึง Immagination friends มาได้ซักระยะ หนึ่งแล้ว แม่คิดว่าเริ่มตอนอายุราว ๆ 2 ขวบ 8 เดือน เพราะ ลูกเริ่มเล่น ฝากของ ที่ลูกพูดขึ้นมาเอง แล้วทำทีท่าว่า นี่นะ อยู่ในกระเป๋าแม่นะ ฝากไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวมาเอา ทำนองนั้น

 

จนเมื่อระยะ ช่วงนี้ 2 ขวบ 10 เดือน ลูกเริ่มมีจิตนาการสูงมากขึ้น ตั้งแต่เริ่ม บอกว่า มี สัตว์ประหลาดในห้อง ไม่ชอบความมืด และ เริ่มมากขึ้น จน ในระยะ สองขวบ 11 เดือน แม่ต้องรับมือ กับ จิตนาการ และ ความกลัวของลูกไปพร้อมๆ กัน ตอนนี้แม่เริ่ม เข้าใจแล้ว หลังจาก เสียสติ และ งอมพระรามกับลูกมา หลายค่ำคืน

 

เนื่องจากลูก ไม่ยอมนอน เตียงตัวเอง และไม่ยอมนอนในห้องตัวเองจะนอน กับแม่ หรือต้องมีแม่ หรือแดดดี้อยู่ด้วยเท่านั้น ไม่ว่าแม่จะทำอย่างไร อธิบายหรือ ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเจ้าสัตว์ประหลาดออกมา ตามวิธีเดิม ๆที่แม่เคยทำ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย ลูกจะคอยบอกว่า ไม่ชอบความมืด แต่ แม่ยังไม่เคยสอน คำว่า กลัว ให้กับลูก และ ลูกก็ยังไม่พูด คำนี้กับแม่ ลูกเพียงแค่ บอกว่า ลูกไม่ชอบ แม่กับแดดดี้ต้องจัด เปิดไฟ หรี่ ให้ลูกนอน แม่รู้ว่าการนอนเปิดไฟ เป็นการรบกวน การนอน และ เป็นการทำลายสายตา((ยังไม่มีเอกสารยืนยัน)) แม่ไม่อยากแต่แม่ก็จำเป็น ลูกก็ยังหลับไม่สนิท เหมือนมีความกังวล และ หลับๆ ตื่นๆ ร้องกรี๊ดๆ ตลอด สาม สี่คืน แม่ เครียด และ พยายามจะคิดหาวิธี ให้ลูก Get over ให้ได้

 

แม่ เริ่มเย็บผ้าห่ม ปลอกหมอน และ อุปกรณ์ เกี่ยวกับการนอน ต่างๆ ให้กับลูก และ ลูกเองก็ได้มีส่วนร่วมโดยการ ช่วยแม่เลือก ผ้า เลือกลาย และ ช่วยแม่จับผ้า และ ช่วยแม่หลายๆ อย่าง เราสองคน ช่วยกันทำ ในที่สุดก็สำเร็จ ระหว่างที่เราสองคนได้ใช้เวลาร่วมกัน เนื่องจากช่วงระยะนี้ที่ทำงานของแม่หยุดงานให้ 2 อาทิตย์ แม่เองก็ได้มีเวลากับลูกเต็มที่ แม่เองก็ได้อาศัยช่วงเวลาเหล่านี้ ทำความเข้าใจและปรับ พูด อธิบายให้ลูก ให้เข้าใจโดยง่ายที่สุด และ สร้างความมั่นใจให้กับลูกว่า แม่ กับแดดดี้จะ ปกป้องดูแล ลูกเป็นอย่างดี และ คืนที่ผ่านมาลูกรักของแม่ ก็สามารถเข้านอน ได้แต่หัวค่ำ และไม่มีอาการกระวนกระวายเหมือนหลายๆคืนที่ผ่านมา ลูกนอนอย่างมีความสุข และ ก่อนนอน แม่ได้ บอกลูก ได้กอด และ พูดจากับลูกนุ่มนวลขึ้นกว่า หลายๆ คืนที่ผ่านมา แม่พูดสร้างความ Comfort ให้กับลูก และ สร้างความมั่นคงให้กับลูก และ ลูกก็หลับสนิท

 

วันนี้ แม่ได้ไปคุยกับหมอ ทางด้านจิตวิทยาเด็ก เกี่ยวกับ Parenting consults แม่ได้รับความรู้ และ ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ว่า เด็กวัยขนาดนี้จิตนาการเกี่ยวกับด้านความกลัว และ ความมืด จะมี แต่ จะไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร รู้อย่างเดียวว่ากลัว และ ไม่ชอบ จะไม่เข้าใจเหตุผล คนที่เป็นพ่อแม่ จะต้องสร้างความมั่นคงมั่นใจ และ สามารถ พูด ให้ลูกสามารถที่จะ หลับนอนต่อไปได้ และ ทำห้องให้อบอุ่น ไม่ใช่ห้องแห่งความกดดัน การนอนก็คือการพักผ่อน สบายอกสบายใจ และ สบายกายไม่ใช่ ความกดดัน ไม่ใช่ความต่อต้าน ไม่ใช่ความไม่พอใจ ดังนั้น สิ่งที่แม่ทำสองสามคืนที่ผ่านมา มีทั้งผิดมีทั้งถูก เพราะแม่เร่ง และ แม่บังคับให้ลูกนอน จริงๆ แล้วแม่ควรจะ Sooth  ให้ลูกรู้สึกดี เพียงเมื่อคืน เท่านั้นที่แม่ทำถูกต้อง

 

เมื่อแม่ฟัง หมอด้านจิตวิทยาเด็ก บอกแม่แล้ว แม่เสียใจ รู้สึกผิด ว่าแม่จะเอาอะไรนักหนากับ เด็กตัวเล็กๆ ทำไมแม่ ไปเร่งไปกดดันว่าต้องนอน ไม่นอน ไม่ได้ อย่างนั้น อย่างนี้  แม่มองเห็นแล้วว่าทำไม ลูกถึง ได้เครียด และไม่สามารถข่มตาหลับได้ เพราะ สมองของลูก เต็มไปด้วยแรง จิตนาการ แห่งความกลัวความมืด สัตว์ประหลาด แล้วยังเจอแม่ ที่คอยเร่งให้หลับ เมื่อไม่หลับ แม่ก็หงุดหงิด ผลเลยเป็นแบบนี้ แม่ฟังหมอพูด น้ำตาแม่ไหลพรากๆ แม่เสียใจ หมอเองก็บอกว่า สิ่งที่หมอพูดไม่ได้ บอกให้แม่รู้สึกผิด หรือบอกว่า แม่ผิด เพียงแต่ หมอต้องการให้แม่เข้าใจ ถึงความคิด หัวอก และ ขั้นตอนการคิด การจิตนาการของเด็กวัยขนาดลูก หากเด็ก เล็ก ๆ ขนาดนี้ โดนปล่อยให้ มีจิตนาการด้านใด ด้านหนึ่งกระเจิดกระเจิง นั้นย่อมไม่เป็นผลดี และ สิ่งที่แม่ทำ ที่ผ่านมาค่อนข้างไม่ดี ในความคิดแม่ คือ บังคับ และ จัดการมากเกินไป บอกอย่างเดียวว่า สัตว์ประหลาดไปแล้ว แต่แม่ไม่อธิบายต่อว่าห้องมืด แม่สามารถทำให้สว่างนิดๆ ได้ และ ไม่ว่ายังไง แม่ก็จะอยู่กับลูก และ รอให้ลูกหลับสนิท มากกว่านั่ง หน้าหงิกหน้างอ มองลูกร้อง ด้วยความเครียด และ กดดัน

 

แม่อยากบันทึกหน้านี้ไว้ ให้เกิดประโยชน์กับตัวแม่เองว่า แม่ ควรจะทำความเข้าใจกับเด็ก ตัวน้อย บ้างไม่ใช่คิด จากตัวแม่เองทั้งหมด เพราะแม่ทุกคนย่อมหวัง ดี และ ปรารถนาที่จะให้ลูก กินอิ่มนอนหลับ และ สุขภาพดีทั้งนั้น แต่ไม่ได้คิด จากลูก มาถึงตัว แม่ แม่เสียใจจริงๆ แต่ แม่เองก็ไม่ได้เอาความเสียใจ มาทำร้ายตัวเอง

 

วันนี้ เมื่อแม่กลับมาถึงบ้าน เราสองคนได้พูดคุยกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม่เอง ก็ได้อธิบาย ว่า เรามีไฟ แบบนี้ ความมืดจะช่วยให้เรา หลับสบายขึ้น การมีแสงสว่างมาก เราสามารถนอนได้ แต่แสงมันรบกวน สายตามากเกินไป ดังนั้น แม่มีไฟ ที่อ่อนพอ เหมือนเมื่อคืนให้กับลูก ลูกก็สบายมองเห็นมากขึ้น ไม่มืดเหมือนอย่างเคย

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผ้าห่ม ปลอกหมอน ที่นอนที่แม่ทำให้ มันน่ารักน่านอน ทั้งนั้น ลูกเองก็เข้าใจ และ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกบอกว่า ลูกรู้สึกดี ที่ได้นอน หลับแบบนี้ เพราะ สามสี่วันที่ผ่านมา ลูกบอกแม่ว่า ลูกเจ็บตา ลูกรู้สึกว่าสายตา ลูกล้า (( my eyes hurt and my eyes tired)) แต่วันนี้ ลูกบอกว่า ลูกรู้สึกดีมากแล้ว ((It all better))

 

วันนี้ เป็นการเริ่มต้นที่ดีของเราอีกสองคน แม่เองไม่ได้กังวลอีกต่อไปแล้วว่า ลูกต้องนอนกลางวัน ยกเว้นเสียว่า วันไหน ลูกแสดงท่า เหนื่อย หรือ ต้องมีกิจกรรม เสริม เช่น ยิมนาสติก และ Music and movement แม่ก็จะให้ลูกนอน กลางวัน ลูกก็จะนอน บ้างไม่นอน บ้าง แม่เองก็ไม่ได้บังคับอีกต่อไป อย่างน้อย กลางคืนตอนนี้ไม่ใช่เรื่อง ที่เราสองคนต้องมา ต่อรอง หรือ สร้างความกดดันให้แก่กัน แม่จะพยายาม สร้างความ อุ่นใจ ความมั่นคงในใจของลูก และจะใช้จิตนาการที่ลูกมีมาใช้ประโยชน์ในการนอนของลูกให้มากขึ้น

 

แรงจิตนาการของลูกตอนนี้คือ  แสงสว่างจากไฟโทมัสเป้นเพื่อนสนิท โทมันหลับ แต่ก็ยังมีไฟให้ลูกได้เห็น  ทำให้ลูกอุ่นใจขึ้น และ ลูกต้องการแม่ แม่จะเข้ามาเช็คลูกเสมอ แม่จะไม่ปล่อยให้ลูกร้องไห้ นานเกินรอ อีกต่อไป เพราะ สิ่งที่แม่ได้รับและเรียนรู้คือ การจิตนาการและการเชื่อใจกัน มันสำคัญสำหรับเด็กวัยอย่างลูกอย่างมากๆ โดยเฉพาะลูก เป็นเด็กที่ได้รับ การเอาใจใส่มาโดยตลอดเวลา มันยากที่จะ สร้าง Transition แบบ เด็กฝรั่งโดยทั่วไป อันนี้ทั้งหมดทั้งมวลมันมาจาก ตัวแม่เองทั้งนั้น แม่สัญญานะลูก ต่อไปแม่จะ พยายามที่จะสร้างความสบายใจให้กับลูกให้มากที่สุด ครั้งนี้เป็นบทเรียนของเราสองคนอย่างแท้จริง

     Share

<< Weight concernWeaning >>

Posted on Sat 6 Jan 2007 8:00