Constipation

ลูกรักของแม่

 

อาการท้องผูกของลูก แรกๆ แค่สองสามวัน หลังจากที่แม่ เลิกให้นมแม่แล้ว แต่ต่อมา การท้องผูก ของลูกเริ่มเพิ่มจำนวนวันมากขึ้น  จากสองสาม วันกลายเป็น  สี่ห้าวัน 

 

 แม้ว่าแม่จะคอยให้ลูกดื่มน้ำ  น้ำผลไม้ และ ผักบ่อยๆ แม่ก็ยังรู้สึกว่า การอึของลูกยังไม่พัฒนาเลย เหมือนกับว่า ยิ่งแย่ลงมากขึ้นทุกที  ยิ่งลูกรู้ว่า การอึของลูกทรมาณเช่นไร ลูกเหมือนกับว่าจะอั้นเอาไว้อย่างนั้น แม่เองต้องใช้ กลีเซอรีน สวนให้ลูกบ่อยๆ แม่เองก็ไม่อยากจะทำแบบนี้ เพราะแม่กลัวว่า ลูกต้องใช้มันไปตลอดเวลา

 

แม่เองก็พยายามให้ลูกทานอาหารพวกมีไฟเบอร์สูงเช่นข้าวไม่ขัดขาว ผักสด ผลไม้   ทุกอย่างต้องมีใยอาหารปริมาณสูงให้กับลูก รวมถึงให้ดื่มน้ำเยอะ แต่ดูเหมือนกับว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากเลย นับวันก็ทรมาณขึ้นทุกที ทุกวันๆ จน บางครั้งแม่เห็นว่า ลูกเบ่ง หน้าตาแดงก่ำ ร้องไห้ ลูก หัวใจแม่ เจ็บ นัก แม่รู้ว่าลูกทรมาณเช่นไร แม่เองต้องช่วยลูกส่งเสียงลุ้น และ หลายสิ่งๆ เพื่อให้ลูกผ่อนคลาย ลูกบางครั้ง อึ ถึงกับมีเลือดปน เพราะ อึที่แข็งและแห้งบาดก้นลูก ทุกครั้งที่อึ ลูกต้องร้องไห้

 

ครั้งสุดท้าย คือ ลูกพยายามเบ่งอึ เบ่งอยู่นานมาก และ ท่าทางกระสับกระส่าย ร้องไห้ แม่เลยจับลูกนอน เพราะลูก ทำแบบนี้ ร่วมครึ่งชม แล้ว แม่เลยจับลูกนอน แล้วเช็ค แม่เห็นอึคาก้นลูกเลย แม่รู้ว่าลูกเจ็บ และทรมาณ

เพราะแม่มองเห็นแล้วว่า เนื้อเยื่อ ของก้นของลูกบวมเป่ง มาจากการดันของอึ หรือโดนอากาศนานแม่ก็ไม่แน่ใจ แม่เลย เอามือไปล้าง และ ทาวาสลีน แม่ใช้นิ้วของแม่นี่ล่ะลูก เขี่ย และ ช่วยดึงอึ ของลูกออกมา อารมณ์ของแม่ตอนนั้น หากแม่ต้องดูด อึ ของลูกด้วยปากของแม่ แล้วลูกหายเจ็บ หายทรมาณ แม่ก็จะทำ ทำด้วยความรักที่แม่มีต่อลูก อย่างแท้จริง

 

แม่เห็นว่า ครั้งนี้แม่ต้องการความช่วยเหลือจากหมอแน่ๆ แม่ต้องการคำปรึกษา เพราะแม่คิดว่า มันอันตรายต่อลำไส้ของลูก และ จะมีผลต่อการอึครั้งต่อๆ ไปของลูก

 

 แม่เลยได้พบหมอ ใน สองชั่วโมงถัดมา หมอนัดจับตรวจลูก ตรวจท้อง ตรวจก้น และ เอ๊กซเรย์ ตรวจโดยละเอียด หมอไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติในระบบขับถ่ายของลูก แต่หมอบอกว่า การที่จะให้ลูก อึแบบนี้ต่อไป มันจะเป็นอันตราย ต่อกล้ามเนื้อ ลำไส้ใหญ่ของลูกได้ เพราะการพัฒนาการ การบีบรัดของ ลำไส้ใหญ่ของลูก ในวัยขนาดนี้ อาจจะยังไม่สมบูรณ์และแข็งแรงเท่ากับผู้ใหญ่ หมอเลย บอกว่า หมอคิดว่าจะให้ลูก ทานยา ชื่อว่า Miralax เป็นยาที่ต้องได้รับ ใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น ยาตัวนี้ ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้อึของลูก อึง่ายหรือ มีคุณสมบัติด้าน ยาถ่ายแต่อย่างใด แต่จะช่วย ให้อึ ของลูกอุ้มน้ำมากขึ้นทำให้อึ นุ่มขึ้น การเบ่งของลูกก็จะไม่ต้องทรมาณ

มากอีกต่อไป เพราะ ไม่เช่นนั้นลูกจะไม่อยากอึ และจะอั้นไว้แบบนี้ตลอดไป มันเหมือนกับว่า เป็นการฝึกนิสัยการอั้นอึของลูกโดยที่ลูกไม่รู้ตัว และ หมอบอกว่าไม่เป็นผลดี

 

แม่เลยตัดสินใจรับยา เพราะ แม่คิดว่านี่คือวิธีที่ดีที่สุด เพราะ ตอนแรก แม่เคยอ่านเจอ เด็กบางคนถึงกับต้องผ่าตัดเลยก็มี และ หมอต้องการให้ยาตัวนี้ไปราว 4-6 เดือน เพื่อให้กล้ามเนื้อของลูกทำงานได้ดี และ ได้พักผ่อนจาก การบีบรัดที่ผ่านๆมา แม่ก็ลองให้ลูกทานยาตัวนี้ สองวันแรก ลูกก็ยังท้องผูกอยู่แต่ตด เก่งมาก แม่ไม่กังวลเพราะ เภสัชได้อธิบายแล้วว่า ลูกจะ ท้องอืดนิดหน่อยและมีแก๊ส และ จะอึ ภายใจ 2-4 วัน และวันที่สี่ ลูกของแม่อึได้ดาวกระจายดีมากครับลูก แม่ ก็ให้ลูกรับยาตัวนี้ไปราวๆ สามเดือน ลูกก็อึได้ดี และ แม่ก็ค่อยๆ ลดปริมาณยาลง และหานมที่เหมาะสมกับลูกต่อไป

 

พอดีกับว่า เดือน ธันวาคม เราสามคนแดดดี้ แม่ และ ลูก เดินทางกลับไทยอีก แม่เลยให้ลูกลองนม ซิมิเลค ลูกก็ดื่มได้ดี และไม่มีปัญหาอะไร และ ไม่ว่านมชนิดไหน ที่เมืองไทย ลูกไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูกเลย ลูกกลับชอบดื่มนมทุกชนิดในเมืองไทย ทุกยี่ห้อ และ น้ำหนักของลูกก็ขึ้นมา ครึ่งกิโลกรัมเลยเชียว ถึงตอนนี้แม่เลยคิดว่า พอดีเลย เลิกยาเลยแล้วกัน หากมีปัญหาอะไร ที่เมืองไทยแม่ไม่กลัว เพราะอย่างน้อยแม่มีน้านิ้ง แม่เลยเลิกเลย แล้วลูกก็เก่งมาก อึทุกวันเลย แม่ภูมิใจมาก เห็นไหม แม่บอก แล้วไงลูก คนที่เป็นแม่นะลูก ไม่ว่าลูกทำอะไรได้ แม่ก็ภูมิใจไปหมด ไม่ว่าจะ กิน จะนอน จะอึ จะฉี่ เก่งไปหมด ภูมิใจไปหมด แหละครับ  ลองถามแม่ๆ ทั้งหลายดูสิลูก จะได้คำตอบนี้ด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะลูก

     Share

<< Working momMaking a friend >>

Posted on Thu 11 Jan 2007 1:26