No baby on board-Long journey

ลูกรักของแม่

 

การเดินทางออกนอกประเทศครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของลูก ดูง่ายๆ สบายๆ เพราะครั้งนี้แดดดี้ ไปพร้อมกัน แม่ไม่แน่ใจว่าการเดิน ทางของเราจะเป็นอย่างไร แม่เลย คิดว่าอย่างน้อย ให้แดดดี้ไปด้วย แม่จะได้เห็นว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง แม่เองก็จะได้เตรียมตัว ไว้ในตอนขากลับ ที่แม่ต้องกลับกับลูกเองตามลำพัง

 

การเดินทางครั้งนี้ เราไม่ได้ใช้สายการบิน เจแปนอีกแล้ว เพราะแดดดี้บอกว่า ที่นั่งเล็ก แดดดี้นั่งไม่สบายเราเลยต้องเปลี่ยนสาย การบิน แม่เลือก อเมริกันแอร์ไลน์ เพราะ เช็คแล้วเก้าอี้ใหญ่((เหมาะสมกับคนตัวใหญ่แห่งโลก)) ขาไปทำไมมันสะดวกแบบนี้นะ เดินทางแต่เช้า จาก โคลัมบัส ไปชิคาโก แล้ว ชิคาโก ไปญี่ปุ่นลูกเล่น ลูกสนุกสนานกับแดดดี้กับแม่ ซึ่งสลับกันหลับเป็นพักๆ แม่เองเตรียม ขนม และของเล่นให้ลูกไว้ เพียงพอ รวมถึงอาหารสำหรับลุกด้วย เผื่อว่าลูกไม่ชอบอาหารบนเครื่อง และ เป็นจริง คือ ลูกไม่ชอบอาหารบนเครื่องเลย ดีหน่อยที่แม่มีเตรียมไว้ เลยแค่ขอ ให้แอร์ช่วยอุ่นอาหารให้เท่านั้นเอง ลูกก็ทานได้ และ ก็เล่น ต่อ ทริปนี้สิ แม่กลับง่วง หลับตลอดเลย แดดดี้ เสียอีกดูแลลูกตลอด แม่หลับชนะเลิศ

 

จนมาถึงญี่ปุ่น แดดดี้เหนื่อยมากแล้ว และ มันก็มืดแล้วด้วย เราสามคนพ่อแม่ลูกหลับ ไม่สนใจ อะไรเลย แม่สิ หลับไม่รู้เรื่องเลยดี หน่อยที่ แม่สามารถให้ลูกนั่ง และ หลับได้ บนเก้าอี้ของลูกเอง พอถึงเมืองไทย ลูกก็ตื่นเต้นเหมือนเคย แต่คราว นี้ไม่เกาะแม่เหมือน อย่างที่เคยเป็น ลูกเรียนรู้ และ พร้อมจะยอมรับคนใหม่ๆ ที่เข้าหาลูกเสมอ และ ลูก มีความสุข กับการ ได้เที่ยวเมืองไทย ครั้งนี้มาก

 

เราพักอยู่ที่บ้านกรุงเทพ ราวๆ 6 วัน เพื่อรอน้านิว ซึ่ง ทำงานด้านการเดินเรือเช่นกัน มาขึ้นฝั่งที่ สิงคโปร์แล้ว บินมาหาเรากันที่กรุง เทพ จากนั้นเรา กับเพื่อนแม่ น้าดาว กับ ลุงบัง เพคกระเป๋า ขึ้นไปเที่ยวเหนือกัน การเดินทางของเราดีมาก ลูกไม่งอแง โยเย เลย อาจจะเป็นเพราะขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ อากาศเย็นสบาย ลูกก็เพลินด้วยนะ เราไปพักที่พะเยาว์ แล้วจากนั้นก็ไปเที่ยวเชียงราย โอโห ลูกสนุกจนไม่รู้จะสนุกยังไง เพราะอากาศดีมากๆ ยิ่งไป เที่ยวที่ตำหนักดอยตุง ของสมเด็จย่า สวยงาม และ ทำให้แม่คิดถึง พระองค์ท่านเหลือเกิน ลูกก็ร่าเริงมาก สนุกสนาน และ ไม่โยเย แม้วันนั้นจะอากาศไม่ค่อยดี แต่ลูกก็ สนุก

 

วันต่อมา เราไปเที่ยวดอยแม่สลอง สวยมากลูก แต่ทางเดินทาง ช่างน่ากลัวจริงๆ หมอกลงหนักเลย แม่นี่นั่งกอดลูกแน่นเลย แดดดี้บอกว่า รีแลกซ์บ้างเดี๋ยวลูกจะรู้ว่าแม่กลัว แหม เค้ารักกันต่างหาก

 

จากนั้นเราก็ไปเที่ยวหลายๆที่ ลูกก็ทำได้ดีอีกเช่นเคย แล้วเราก็ไปเทียวเชียงใหม่กัน ไปหลายๆที่ ลูกก็สนุกทุกที่ แม่ว่า ส่วนหนึ่งลูก ชอบเพราะอากาศเย็น และได้รับ ความสนใจมากก็เป็นได้นะลูกนะ เราไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ ได้เจอน้าดาว ด้วย น้าดาว ช่างเป็นเพื่อนออนไลน์ทางไดอารี่คลับที่แสนจะน่ารัก แม่ประทับใจมาก

 

เราเที่ยวทางเหนือกันอยู่ได้ 12 วัน ถึงเวลากลับกรุงเทพ ลูกก็ยังทำได้ดีเลย เก่งมาก ส่วนหนึ่งแม่ว่าน้าดาวคอยเอนเตอเทนลูก และ อีกอย่างคือ เราแวะซื้อของเล่น ราคาถูกให้ลูกตลอดเวลา ลูกเลยมีของเล่นใหม่ๆ เล่นตลอดระยะการเดินทางครั้งนี้ ทำให้ ลูกไม่เบื่อก็ได้นะลูก

 

ต่อมาเราก็บินไปเที่ยวที่ใต้กัน จนแดดดี้ได้เวลากลับ ลูกก็ยังทำได้ดีกับการตากแดดตากลมที่ใต้ ไม่มีป่วยไม่มีเจ็บไข้เลย...ลูกรักท้องทะเลเหมือนแม่เลย

 

อีกหนึ่งอาทิตย์ก่อนกลับ แม่เอาน้ำผลไม้ ((แม่จำยี่ห้อได้)) ให้ลูกดื่ม ลูกอาเจียน และ มีไข้ รวมถึงพี่ฟ้าใสด้วย เพราะดื่มกันสองคน สรุปคืออาหารเป็นพิษเดือดร้อน จนต้องได้รับยา และ คอยอยู่ในการดูแลของน้านิ้งอีกแล้ว เราบุก ไปโรงพยาบาลกันเลย ไปลัดคิวให้น้านิ้งเช็ค สุดท้ายได้ ยาแก้ท้องอืด แก้อาเจียน และ น้ำเกลือแร่ ที่แม่คอยตื่นตลอดคืนคอย เช็ดก้นให้ลูก ดีหน่อยที่แม่เอา ยาจากที่นี่มาด้วยคือ ที่ทาก้น แก้ผื่นแดง ให้กับลูก ป้องกันอาการก้นแดง  ในกรณี ที่ลูกอึบ่อยๆ ลูกอึ แม้กระทั่งหลับ ห้องนอนตลบ อบอวลไปด้วยกลิ่นอึ ทำเอาคุณตาคุณยายนอนไม่หลับด้วยอาการเป็นห่วงลูกและหลาน  เช้ามาแม่ต้องจัดการทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอย่างด้วยเดทตอล เพราะแม่กลัวเชื้อโรคหลงเหลือ แล้วน้องตะวัน จะเป็นด้วย รวมถึง ต้องรักษาความสะอาดให้กับลูกด้วย

 

ลูกเป็นอาการแบบนี้อยู่สองวัน แล้วก็ ดีขึ้น แต่แม่ก็ยัง กังวล เพราะ หากเดินทางบนเครือ่งบินแล้วหากลูกมีอาการอีก แม่จะทำยัง ไงดี  แม่เลยเตรียมยากระบุงใหญ่เลยลูก พร้อมทั้งเอกสารต่างๆ เผื่อว่าต้องค้าง ในประเทศไหนซักแห่ง หากลูก ยังป่วยอยู่ แต่ลูกก็ สามารถฟื้นตัวได้เร็วจนน้านิ้งถึงกับต้องออกปากชมว่า ลูกสุขภาพดีแข็งแรงมาก

 

แต่วันที่กลับสิลูก อาการ เด็กสองขวบเรียกว่า Todler tantrum นี่มาพร้อมกับลูกจริงๆ อาละวาด ลงไปกองกับพื้น สารพัด ทุกอย่างเลย งอแง กรี๊ด กัดแม่ สารพัดจะทำได้ไม่ฟังอะไรเลย แม่ แบบ อยากจะร้องไห้นัก การเดินทางกลับของเราช่างไม่สนุก เอาเสียเลย ทำเอาแม่เหนื่อย สายตัวแทบขาด แถมเครื่องบินยังมาดีเลย์ และ ยกเลิกไฟลท์อีกด้วยเนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี  เด็กงอแงไม่พอ ยังเหนื่อยด้วย สองเท่าของลูกเลย ทั้งร้อง ทั้งอาละวาด เพราะอยากจะลงเล่น แต่ ลงก็ไม่ได้ เพราะว่า เครื่องมีหลุมอากาศเยอะ แอร์ก็ไม่ยอมต้องการให้นั่งติดเก้าอี้ตลอด ลูก็ร้องวี๊ดๆๆๆ จ ความกดดันของแม่ตอนนั้น แม่ไม่สามารถจะบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือ ได้เลย แม่ ได้แต่บอกตัวเองว่า หากเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกเป็นแค่ตุ๊กตา ชั้นจะโยนทิ้งถังขยะ แต่นี่ลูกแม่ก็ต้องทนต่อไป ต้องอุ้ม ต้องแบก อุ้มธรรมดาก็หนักอยู่แล้ว ยังสัมภาระของลูกอีก หนัก ลูก หนักสัมภาระ มันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แล้วอุ้มธรรมดาก็ว่าหนักแล้ว ยังต้องอุ้มเด็กร้อง อาละวาดกรี๊ดๆ ตลอดมันเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วน เพราะไม่อยากให้ลูก ตกกว่าแม่จะถึงบ้านได้ พลังงานแม่เหลือริบรี่ ยิ่ง ขึ้นเครื่องได้ยังดีหน่อยลูกหลับแม่ก็ยังต้องแบกลูกต่อไป เครื่องบินก็ตกหลุมอากาศ บ่อยเสียจริง ครั้งหนึ่งแรงขนาดว่า ขวดไวน์จากผู้โดยสารคนหนึ่งลอยมาเกือบโดนแม่กับลูก แม่ร้องว๊ายดังๆ ด้วยความกลัว และ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แม่ร้องขอความช่วยเหลือจากพระ ว่า อย่าให้เป็นอะไรเลย แม่ ไม่อยากตาย แม่อยากรักลูกแบบนี้ไปนานๆ

 

ถึงบ้าน แม่บอกกับคุณยายและแดดดี้เลยว่า แม่ ไม่เอาอีกแล้วจะไม่มีวันเดินทางกับเด็กพูดสื่อสารไม่เข้าใจ และ เดินทางกับลูก แค่สองคนอีกแล้วไม่เอาอีกแล้วจริงๆ เหนื่อยแทบตายจากกันไปเลยจริงๆ เพราะลำพังเดินทางคนเดียวก็เหนื่อยแล้ว นี่กับเด็ก แล้วต้องมาต่อสู้ทางอารมณ์ ตัวเอง และกับเด็กเจ้าอารมณ์อีก ไม่เอาอีกแล้วจริงๆ

 

Note : เมื่อวานแม่ฟังข่าว สายการบิน Air trans ยกเลิก ไฟล์ทของผู้โดยสารครอบครัวหนึ่ง จากอิทธิฤทธิ์ Toddler Tantrum ทำเอาแม่นึกย้อนไปตอนนั้น สงสัย แอร์คง ให้เรากางร่มชูชีพกระโดดลงทะเล แน่ๆเลยลูก

 

FAA: Children and car seats on airplanes, http://www.faa.gov/passengers/fly_children/crs/

Taking the Kids: http://www.takingthekids.com

AirTroductions: http://www.airtroductions.com

TripAdvisor: http://www.tripadvisor.com

     Share

<< Second HalloweenBite and Bruise >>

Posted on Sat 27 Jan 2007 7:01