The second year

ลูกรักของแม่

 

พัฒนาการต่างๆ ของลูก เป็นไปได้ด้วยดี ด้วยความ ภาคภูมิใจของแม่  แม่ว่าแม่คุ้มที่ลาออกจากงานมา แล้วมาอยู่ดูแล ลูก ได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ของลูกอย่างชัดเจนด้วยตัวเอง แม่เอง เริ่มรับงาน มาทำที่บ้านเมื่อลูกอายุ ได้ 6 เดือน แต่แม่ทำ เป็นโปรเจค โปรเจคไป จนเราย้ายมาที่นี่ โอไฮโอแล้ว แม่เห็นว่า ลูกของแม่ควรที่จะมีสังคม และ มีการพัฒนาการ  ด้านสังคม กับเด็กอื่นบ้าง แม่รอจนลูกอายุ 24 เดือนเต็ม จนแม่มั่นใจแล้วว่าปัญหา เรื่องก้าวร้าวของลูกบรรเทาลง ตอนนั้น แม่เริ่มกลับไปทำงานออฟฟิศ ตามเคย แต่ก็แค่ ครึ่งวันเท่านั้น เพราะแม่ยังรับงานเป็นโปรเจค และ ตามสัญญาเช่นเคย เพราะงาน ของแม่แต่ละชนิด ก่อนที่แม่จะรับแม่จะศึกษา แล้ว ดูเลยว่ามีผลกระทบ อะไรกับเวลาของลูก และครอบครัวหรือไม่ งานนี้แม่ดูแล้วว่า มันคุ้มเพราะเงินที่แม่ได้รับ มันมากกว่า พนักงานบางคนที่ต้องทำงานเต็มวัน และยิ่งไปกว่านั้นผลพลอยได้ คือ ลูกของแม่ ยังได้ สังคม และ เรียนรู้กับโลกภายนอกด้วย แม่ไปทำงาน 6.00-11.00 แดดดี้สามารถดูแลลูก ได้ ตั้งแต่ 6.00 -8.30 และ เอาลูกไปส่งเดย์แคร์ 9.00-11.00 แค่ สองชั่วโมง ลูกได้เล่นกับเพื่อนวัยเดียวกับลูก และ ได้เจอ สิ่งแวดล้อมใหม่ แม่มองแล้ว แม่ว่าเป็นผลดี เพราะไม่นานเกินไป และ ไม่เหนื่อยเกินไป เหมือนกับว่าลูกเปลี่ยนที่เล่นเท่านั้นเอง แม่มองเห็นการ ปรับตัวของลูกในทางที่ดีคือ ลูกรู้จักที่จะแชร์และ รอ เป็นมากขึ้น

 

หลายคนถามว่าการปล่อยให้ลูกไปเดย์แคร์วัยขนาดนี้เร็วไปไหม แม่ยัง สงสัยเลยว่า อะไรคือคำตอบว่าเร็วหรือช้า คนเรา แต่ละคนมีเหตุผลในการดำเนินชีวิตไม่เหมือนกันนะลูก แรกๆ ลูกจะงอแง และ กลัวกับการอยู่เดย์แคร์มาก เพราะลูกติด แม่มากๆ บางครั้ง แม่คิดว่า มันมากเกินไป ลูกควรที่จะเปิดตัวเองสู่โลกใหม่ๆ และวันเวลาผ่านไป กับการอยู่เดย์แคร์ของลูก 5 เดือน แม่เห็น สิ่งเปลี่ยนแปลงคือ ลูก สามารถ เผชิญ หรือ เจอคนใหม่ๆ ได้โดยที่ลูกไม่อายหรือหลบ อยู่กับแม่ตลอดเวลา ลูกพร้อมที่จะ ทักทาย และพูดคุย ตามภาษาของลูกเอง

 

แม่ ได้ฝึก ด้านการพัฒนาการ ด้านร่างกาย และ การเรียนรู้ของลูกมากขึ้น ในวัยสองขวบของลูก  แม่จะฝึกเรื่องการใช้มือ เนื่องจาก วัยขนาดนี้ของลูก แม่ต้องบอกได้แล้วว่าลูกใช้มือ อะไร แต่ พูดจริงๆ เลยว่า แม่บอกไม่ได้ ลูกดูเหมือนจะถนัดใช้ ทั้งมือซ้าย และ มือขวา  ภาษาอังกฤษเรียกว่า Ambidextrous แม่ก็ไม่ได้ ไปบังคับ หรืออะไร ลูกพอใจจะจับของซ้ายก็ ตามสบาย บางทีลูกก็ไล่มามือขวา แม่เลยบอกไม่ได้ แต่แม่เองไม่แปลกใจนะลูก เพราะคุณตา เองก็ถนัดซ้ายและขวาเท่ากัน แม่เองก็เช่นกัน บางอย่างทำมือซ้าย บางอย่างทำมือขวา และ แม่ก็สามารถใช้งานด้วยสองมือด้วยความถนัดเท่าๆ กัน

 

และการใช้มือของลูกตอนนี้มีเรื่องมหัศจรรย์ใจ และตื่นเต้นให้กับแม่เสมอ เพราะ ลูกเองตอนนี้เปิดประตูบ้าน ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับลูกแล้ว กลายเป็นเรื่องธรรมดามาก  แม่ไม่นึกว่าลูกจะทำได้ แม่ไปอาบน้ำ แม่ เปิดทีวีให้ลูกดู

 แม่สัญญาเลยลูกว่าแม่ไม่ได้อาบน้ำนานๆ มานานปีดีดักแล้ว เพราะ คำว่า แม่ นี่ล่ะลูก  แม่รีบเร่งแต่งตัว ซักพักมีคน มากดออด แม่เลยวิ่งไปดู เพราะไม่ใช่แค่กดออด หน้าบ้านแค่เคาะประตูแบบรัวด้วย แม่เลยรีบไปดู แม่หัวใจชักกะตุก เพราะ คนข้างบ้าน((เพื่อนบ้านที่แสนดี)) อุ้มลูกมาส่ง บอกว่าเห็นว่าลูกเปิดประตูหลัง บ้าน และ เปิดประตูรั้วบ้านออกมา แล้วก็เดินเล่นหน้าบ้าน เค้าสงสัยว่า ลูกคง เปิดประตูออกมาเองแน่ๆ ตั้งแต่นั้นมา หากแม่จำเป็นต้องปล่อยให้ลุกอยู่คนเดียว แม่จะล๊อกประตูแน่นหนา เช็คแล้วเช็คอีก แล้วก็กด Security alarm ไว้ด้วยเผื่อว่า ลูกของแม่เปิดประตู ที่แม่ล๊อกได้อีก

 

การเป็นเด็กสองขวบของลูก แม่ได้เผชิญ กับ ปัญหาด้านอารมณ์ของลูกมากเลย เรียกว่า Terrible two and toddler tantrum แม่รับเต็มๆ และ ไวกว่าคนอื่น คือลูกเริ่ม ตั้งแต่ 20 เดือน แม่ ขอบอกเลยลูกว่า แม่แทบจะ ตีอกชกหัวตัวเอง ให้แน่นิ่ง ไม่ต้องมารับฟัง ไม่ต้องมาเผชิญ กับสิ่งที่ลูกกำลังทดสอบ แม่ทุกวันๆ แม่ต้อง ตั้งสติ และมีความมั่นคงทางอารมณ์มากๆ เลย แม่ต้องใจเย็นแล้วอธิบายกับเด็กตัวเล็กๆที่ฤทธิ์เยอะ เมื่อไม่พอใจอะไร ไม่ได้ดั่งใจก็จะร้อง แล้วทิ้งตัว กรี๊ด กับพื้น ยังไม่พอ ลูกยังเอาหัวโขกพื้นอีกด้วย แม่ ก็ต้อง บอกลูกว่า ทำแบบนั้นมันเจ็บตัวเอง แม่ไม่ได้เจ็บด้วยหรอก ลูกจะโมโห ลูกจะเสียใจ  ลูกทำได้ ทุกคนมีอารมณ์โกรธ มีอารมณ์ไม่พอใจเหมือนกันทั้งนั้น แต่หากลูกเอาแต่ร้องไห้ เอาแต่กรี๊ด แล้วทำร้ายตัวเองให้ เจ็บแบบนี้ แม่จะเข้าใจไหมว่าลูกต้องการอะไร โชว์แม่สิลูก ว่าลูกอยากได้อะไร สำหรับลูก ไม้อ่อนไม้แก่ ไม้นวม แม่ใช้หมด แต่ส่วนใหญ่วิธีของแม่ คือ ไม้อ่อน เพราะแม่เชื่อว่า ความอ่อนโยน ของคน โดยเฉพาะจากแม่ ซึ่งลูก ยึดเป็นที่พึ่งตั้งแต่ แรก เกิด

จนถึงวันที่ลูก เข้าใจ และ พอใจกับตัวเองแล้ว อย่างเช่นอายุของลูกตอนนี้

 

แม่ได้บอก ได้สอน ลูก กอดลูก แล้วบอกลูกว่า การอาละวาด ไม่ใช่ทางออกที่ดี แม่ไม่เข้าใจ ลูกอยากได้อะไร ไม่พอใจอะไร ต้อง พูด ต้องพยายามสื่อสาร หรือ ไม่รู้ว่าต้องพูดว่าอะไร ลูกก็โชว์แม่

 

บางครั้ง ไม้แข็ง แม่จำเป็นต้องใช้ ในเมื่อใช้ วิธีการ นับ 1-3 ไม่ได้ผล นั่นคือ แม่ต้องให้ Time out แต่ สำหรับลูก แม่ไม่เห็นผล แม่เลยใช้วิธีการ อยู่ห้องเดียวกัน แต่แม่ไม่พูดด้วย แม่รู้ว่าวิธีการนี้ไม่เหมาะสม แต่มัน ฟิต กับเราสองคนมาก เพราะลูกจะ ตั้งใจฟังแม่ และ เริ่ม ให้ความสนใจแม่ เมื่อแม่บอกว่า เมื่อแม่ไทม์เอ๊าท์แล้วลูกยังไม่ฟัง ยังไม่ดีขึ้น แม่ก็จะปล่อยนะลูก พร้อมเมื่อไหร่มาคุยกับแม่ เราก็อยู่ในห้องเดียวกัน ลูกจะ โขกหัวร้องไห้ ไป ก็ทำไป แต่แม่ยังมองลูกอยู่ และ ถามเป็นระยะ ว่าพอหรือยัง เจ็บไหม หากอยากให้แม่ปลอบ ก็นิ่งเสียแล้วมาคุยกันดีๆ และมันก็ได้ผล ลูกจะสะอึกสะอื้นกับแม่ ซักพัก เมื่อลูกสงบลง แม่ก็จะบอกลูกทุกครั้งว่า แม่รักลูก และอธิบายในสิ่งที่ลูกทำลงไปว่ามันไม่น่ารัก มันไม่ดี และลูกต้องทำอย่างไร ถึงตอนนี้ ลูกรักของแม่ รู้จักที่จะพูด ว่าขอโทษ และ รู้จักบอกรักแม่ เท่านี้แม่พอใจแล้วลูก เพราะแม่รู้ว่าวัยของลูกตอนนี้ พร้อมที่จะพัฒนาการด้านอารมณ์ไปอีกระดับนะลูก

     Share

<< Love you can keepA time out Copy >>

Posted on Fri 9 Feb 2007 5:33