Behavior and discipline ( the second years)

ลูกรักของแม่

 

คงเหมือนคน หลายคนว่านะลูกนะ การเลี้ยงลูกมีเรื่องให้ศึกษา ให้พัฒนาการ และ เติบโตไปพร้อมกับลูก ลูกเองก็เช่นกันต้องเรียนรู้ สิ่งถูกสิ่งผิด และ อีกมากมายในชีวิต ของเด็กตัวน้อยๆ สมองน้อยๆ และอารมณ์โตๆ ของลูก ให้เข้าใจและ ยอมรับ กับมันได้

 

การลงโทษของลูกในระยะนี้ แม่หนักใจมากจริงๆ เพราะ บางสิ่งบางอย่างแม่บอกให้ลูกทำ ลูกจะทำสิ่งตรงกันข้าม หรือไม่ทำ เลย แม่เองไม่คาดหวังว่าจะให้ถูกทำตามเป๊ะๆ ทุกประการอย่างที่แม่บอกให้ลูกทำนะลูก แต่แม่ มีความคาดหวังว่าลูกต้อง มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และ ยอมรับกฎกติกามากขึ้น

 

 

แต่ถ้าให้แม่ พูดตามตรง ตอนนี้ลูกเกเรจังเลย แม่ให้ลูกทานอาหาร ลูกก็เอาแต่เล่น แม่ให้ลูกนอน ลูกก็งอแง แม่ให้ลูกเป็นเด็กดี ลูกก็ถ่มน้ำลาย แม่ต้องคอย แก้ปัญหานี้ให้กับลูกสำเร็จโดยไว แม่เลยแพลนเป็น เรื่องๆ ไปเลย

 

อย่างเรื่องทานอาหาร แม่รู้ว่าลูกติดเล่น แม่ก็จะบอกว่าหากลูกยังเล่นอยู่ แม่ให้เล่นอีก 5 นาที แล้วมาล้างมือต้องทานอาหาร หากไม่ทานอาหาร ต้อง Quiet time นั่นคือการนั่งที่ Naughty chair นั่งเฉยๆ จะร้องไห้หรืออะไรก็ตามใจ จนครบเวลาที่ แม่กำหนดให้กับลุกแล้วคือ สามนาที แรกๆ เราก็นั่งเก้าอี้ตัวนี้กันบ่อยนะลูก ตอนหลังลูกเริ่มเรียนรู้การต่อรองมากขึ้น เดี๋ยวนี้อะไรนิดอะไรหน่อย 5 นาทีตลอดเลย แม่ก็ให้นะลูก เพราะแม่คิดว่า แม่เคารพ การตัดสินใจ และ การร้องขอ ของลูก แต่เมื่อ ลูกได้แล้ว ลูกก็ต้องเคารพแม่เช่นกัน การทานอาหารไปทั้งน้ำตาบ้านเรามีบ่อยๆ เผลอ มีการสามารถอาเจียนออกมาได้ด้วย

 

แม่ก็ไม่ย้อท้อ อาเจียน แม่ก็จัดการล้างทำความสะอาด แล้วเรามาคุยกัน ว่า เราต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง การเล่น ทุกคนชอบเล่น แต่ ลูกก็ต้องทานอาหาร เพราะหากไม่ทานอาหาร ลูกก็จะไม่โต ไม่ได้เป็นเด็กชายตัวโต หากลูกเป็นเด็กทาน อาหารเก่งแม่จะไม่จู้จี้จุกจิก กับลูแบบนี้เลย จริงๆ นะลูก แต่เมื่อลูกเป็นเด็กทานน้อย ลูกก็ต้องเคารพ เวลาของแม่ เช่นกัน

 

ดังนั้นการทานอาหารของเรา จึงเคร่งครัด ทาน ก็ทาน และ ต้องทาน ให้ได้อย่างที่แม่บอก เพราะแม่จัดอาหารให้ลูก ไม่คิดว่าลูก จะทานหมด แต่ แม่หวังว่าลูกจะทานทุกชนิดให้ครบห้าหมู่ในแต่ละมื้อที่แม่จัดให้ และ แม่จะสอนลูกเสมอว่า การทานผักสด ผลไม้ จะช่วยให้ ลูกอึสบายก้นดังนั้น ทุกมื้อของเราจะมีคำว่า “Chicken helps my poopoo good” “ Broccoli helps my poo poo good” แม่ไม่ถือสาเพราะวัยขนาดลูก ยัง ไม่รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหารมากเท่าใดนัก และ แม่เชื่อมั่นว่า เมื่อลูกโตกว่านี้ อีกซักนิด คำพูดเหล่านี้ก็จะหายไปเช่นกัน เพราะ ลูกจะมีความเข้าใจมากขึ้น แต่อย่างน้อยตอนนี้ ลูกเข้าใจคอนเซปแล้วว่า เวลาทาน ก็ต้องทาน และ ทานอะไร บ้างจะมีประโยชน์กับลูก

 

เรื่องการนอน สำหรับลูก อย่างที่แม่เคยบันทึกข้างต้นว่าเป็นเด็ก แรงพลังเหลือหลาย และ ไม่เคยสัปหงกให้แม่เคยเห็น ซักครั้ง ในชีวิตของลูก แม้ ว่าในวัยทารกก็ตาม เรี่ยวแรงพลังของลูกมีมากมายเป็นพิเศษ นอนน้อย และไม่ยอมนอนกลางวัน และ แม่ได้ศึกษาว่า การที่เด็กวัยขนาดลูกนอนไม่พอ จะทำให้มีผลต่อการเจริญเติบโต เนื่องจาก ฮอร์โมน Growth Hormone จะทำงานได้ดี ตอนที่เด็กหลับสนิท และ ดีที่สุดในตอนกลางคืน แต่กว่า ลูกจะเข้านอนก็ สี่ทุ่มไปแล้ว เป็นแบบนี้ จนแม่อ่อนใจแม่เลยหาวิธีใหม่คือ เลิกให้ลูกเล่นอะไร แรงๆ และ ตื่นเต้น แม่เลือกวิธีให้เล่นเกมส์เบาๆ และอ่านหนังสือ สามทุ่มปั๊บแม่ปิดไฟ และ เตรียมตัวให้ลูกนอน แรงๆ ลูกต่อต้าน เพราะยังไม่พร้อมจะนอน แต่แม่ก็ใช้วิธีร้องเพลง และกล่อมให้ลูกนอน แม่ปรับอุณหภูมิของห้องนอนให้เหมาะสม และ ไม่มืดมาก  ลูกก็ยังร้อง และ ยังโวยวาย แม่เลย ต้องทำเสียงเข้มกับลูกว่า จะนอน โดยมีแม่อยู่ด้วย หรือ จะนอนโดยแม่ออกไปจากห้องของลูก ลูกมี ตัวเลือกไม่มาก ลูกก็ยังโวยวาย ขอน้ำ ขอนมไปเรื่อย แม่ต้องใช้จิตวิทยา และ ข่มความหงุดหงิดของตัวเองอย่างมาก ๆ และในที่สุด ความพยายามของแม่ อย่างสม่ำเสมอ และ ตั้งใจฝึกนิสัยการนอนให้ลูกใหม่ก็ได้ผล เมื่อลูกอายุ สองขวบ กับ 4 เดือน โดยลูกนอนหลับสนิท และ สามารถนอนได้เร็วอย่างที่แม่ตั้งใจ สำหรับลูกบ้านอื่นแม่ไม่สนใจ แต่แม่สนใจ แค่ลูกแม่ว่า นอน สามทุ่มตื่น 6 โมงครึ่ง ถึง เจ็ดโมง แม่พอใจ แต่ บางครั้งหากแม่สังเกตเห็นลูก เหนื่อยหรือล้า แม่ก็จะมีวิธี ให้ลูกนอน กลางวัน เพราะลูกของแม่ เลิกนอนกลางวัน ตั้งแต่ 20 เดือน  เมื่อเป็นเช่นนี้การนอนกลางวันต้องมีวิธีพิเศษคือ แม่จะ ให้ลูกอ่านหนังสือ เล่นเกมส์ ฝึกสมองประลองปัญหากับแม่ พวก Puzzle ต่อบล๊อก ต่อสี แล้วแม่ก็จะบอกว่า อีก 5 นาทีถึงเวลานอนกลางวัน ลูกยังสนุกอยู่ จะยังต่อรองบ้าง แต่แม่ก็จะบอกว่าแม่เหนื่อย แม่ง่วง แม่ก็จะเอนลงข้างๆ ลูก แล้วก็บอกว่า แม่นอนนะ  ลูกก็จะมานอนข้างๆ แม่กอด และ ร้องเพลงให้ลูกฟัง ซึ่งจะเป็นเพลง ประจำของเราสองคน คือ อิ่มอุ่น มดตัวน้อยตัวนิด และ เพลงกล่อมเบาๆ อาจจะ ต้องใช้เวลานานกว่าในตอนกลางคืน แต่ ความอบอุ่นของอ้อมกอดของแม่ อุ่นเสมอ พร้อมกับลูกรักของแม่ก็ เหนื่อยการหลับกลางวันก็ได้ผล บ้าง สำหรับบางวัน

 

การถ่มน้ำลาย แม่ ไม่รู้ว่าลูกเอามาจากไหน ลูกได้มันก่อนที่จะไปเดย์แคร์เสียอีก หลายคนบอกว่า การเอาลูกไป โรงเรียนหรือ เดย์แคร์ ลูกจะ ติดสิ่งไม่ดี สิ่งไม่น่ารักมา จากสถานเหล่านี้ แต่ แม่ว่าไม่จริงล่ะ เพราะลูกแม่ ได้มาก่อนจะไปไหนเสียอีก หน้านี้บันทึกยาวไปหน่อย แม่ขอต่อในหน้าต่อไปนะลูกนะ

     Share

<< A time out CopyBehavior and discipline((con)) >>

Posted on Fri 16 Feb 2007 1:37