Confliction

 

ลูกรักของแม่

 

การมีลูกหลีกเลี่ยงคำว่า Confliction  ระหว่างความเป็นพ่อแม่ไม่ได้เลย อย่างแม่เอง ก็เจอ ประสบการณ์เหล่านี้มากมาย แม่เองก็พยายามที่จะทำความเข้าใจ เพราะแม่คิดว่ามันเป็นพื้นฐานของ ความรัก พื้นฐานแห่งการปกป้องตัวอ่อน ตามหลักธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่แม่เชื่อมากกว่านั้น คือ การที่ เราเป็นมนุษย์ เรามีเส้นประสาท และ ขั้นตอนขบวนการคิดของสมอง มากมาย ซับซ้อนกว่า สิ่งมีชีวิตหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้ ฟังดูวิชาการไปไหมลูก แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับลูก

 

อย่างลูกของแม่ ขึ้นชื่อลือชา เรื่อง การเป็น เด็กก้าวร้าว ภาษาไทยเรียกให้น่ารักอีกอย่างว่า เป็นเด็ก เกเร หรือ เด็กซุกซน ยิ่งเป็นผู้ชายด้วยแล้ว พื้นฐานคือ ซน เป็นหลัก และ เล่นแรง แม่เองต้องพยายามศึกษา และผ่อน จากแรงให้เป็น เบาๆ ลง แต่ก็ไม่วาย ที่ลูกเอง ยังมี เตะ ถีบ กัด ต่อย ผลัก ดึงผม สารพัดที่ลูกจะทำ แม้ว่า แม่ จะมองลูกไม่คลาด สายตา แต่บางครั้งแค่พริบตาเดียว ลูกก็สามารถอีก แม่เห็นมานักต่อนัก ในวัย Toddler year

ของลูก

 

แม่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ หากลูกตัวเองโดน ทำร้าย แต่ในทางกลับกัน แม่เองก็รู้สึกแย่เช่นกันที่ลูกตัวเอง เกเรแบบนี้ แต่ เรื่องของเด็ก ก็ควรจะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ Take too much emotional and too personal เพราะแม่คิดว่า คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ทุกคน ย่อมมีความเข้าใจอยู่แล้วว่า การที่ เด็ก ทำอย่างนี้ อย่างนั้น เพราะ ความเป็นเด็กนั่นเอง ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายร่างกาย หรือ ตั้งใจจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดทั้งด้านความรุ้สึกและร่างกาย แม่มีความเชื่อว่า เด็กที่มีความก้าวร้าวส่วนหนึ่ง ขาดการสื่อสาร เพราะ ลูกของแม่ โตขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ลูกสามารถสื่อสาร และ พฤติกรรมเหล่านั้นก็หมดลง

 

หลายครอบครัว ที่แม่เฝ้ามอง และตัวแม่เองได้เห็น การที่เด็กเล่นกัน ตีกัน ผู้ใหญ่นี่แหล่ะ เอาไปคิดมาก ทำให้มีผลต่อความรู้สึกทางด้านจิตใจ เพราะแม่เองผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว แม่คิดว่า แม่ขอโทษ และ ตั้งใจที่จะขอโทษ กับแม่ หรือ พ่อของเด็กที่ลูกของแม่ไปก้าวร้าวใส่ไว้ที่แม่คิดว่าเพียงพอแล้วเพราะสิ่งที่แม่ขอโทษ คือแม่ขอโทษจากใจจริงๆ  พ่อแม่ฝรั่งส่วนใหญ่จะเข้าใจเพราะถือว่ามันเป็นไปตามวัย ตามพัฒนาการของเด็ก สำหรับคนไทย มีนะ โกรธกันเสียใจกันไปเลยก็มี แม่เอง ก็เคยเสียใจและงอนกับน้าเนิ้สมา หลายรอบ เพราะลูกไปตี ไปจิกผมน้องตะวัน โดยไม่มีเหตุผลเลย แค่นั่งใกล้ๆ ลูกก็ทำแล้ว ทั้งกัด ทั้งดึงผม แม่เองเสียใจไม่น้อย เพราะน้องตะวันก็คือหลานสาว แท้ๆ ของแม่เอง หัวใจแม่แทบหลุดเช่นกันเมื่อเห็นน้องเจ็บแบบนั้นนะลูก แม่ที่มีลูกเกเร แบบนี้ หากมีความคิดที่ดี โตเป็นผู้ใหญ่หน่อยไม่มีใคร มีความสุข หรือไม่ทุกข์ใจกับพฤติกรรมนี้เลยนะลูก แม่อยากให้พ่อแม่ ที่มีลูกไม่เกเร หรือ เป็นฝ่ายโดนกระทำทราบเช่นกัน ความเจ็บปวดทางใจมันเปรียบเทียบกันไม่ได้ แต่มันก็เจ็บปวดเหมือนกันอยู่ดี แม้จะต่างกัน ว่าเป็นฝ่ายกระทำ และโดนกระทำ ก็ตามที

 

ตอนนี้ แม่ได้เรียนรู้มาอีกระดับหนึ่งว่า การที่เด็ก ทำอะไรผู้ใหญ่ผู้เป็นพ่อแม่ อย่าดึงมาเป็นอารมณ์นัก หากเด็กคนไหนเล่นไม่ดีด้วย พ่อแม่ไม่ได้ตั้งใจที่จะขอโทษ หรือ ตั้งใจที่อบรม สั่งสอนลูกตัวเอง อย่างนี้ก็ไม่ต้องไปเล่นด้วย ถือว่า เค้าก็จะได้รับบทเรียนไปเอง เพราะแม่เอง ผ่านขั้นตอนนั้นมาแล้ว ตอนนี้ลูกของแม่เป็นเด็กที่ ไม่ก้าวร้าว พูดจารู้เรื่อง และ กล้าแสดงออก เพราะแม่ไม่ได้ กักกั้นความสามารถของลูก แม่เพียงแต่ทำหน้าที่ของแม่

ที่จะอบรม สั่งสอนให้ลูกรู้จักที่จะรับผิดชอบต่อตัวเอง และสังคม และผู้คนรอบตัวอย่างไร และ แม่ไม่ก้าวก่าย ในสิทธิของพ่อแม่คนอื่นว่าเค้าจะเลี้ยงดูลูกเค้าอย่างไร เพราะแม่มีความเชื่อพื้นฐานว่า ลูกทุกคนใครก็รัก เลี้ยงดูด้วยพื้นฐานแห่งความรักทั้งนั้น เราไม่ควรไปก้าวก่าย ไป ออกความเห็น ว่า หากลูกตัวเองโดนบ้าง จะทำไง หรือ เลี้ยงดีเกินไป ปกป้องเกิน คงไม่มีพ่อแม่ที่ไหนชอบใจ เพราะ เด็กก็คือ เด็ก จะดีจะเลว ก็อยู่ที่การอบรม สั่งสอน จากพ่อแม่นั่นเอง คนอื่นที่ไม่เกี่ยวระงับปากระงับใจระงับความคิดไว้บ้างก็ดี เพราะคำพูดแต่ละคำ มันก็ทำให้คนเป็นพ่อแม่เสียใจทั้งนั้น แม้จะเปรียบเทียบเชิงตรงกันข้ามก็ตามที

 

อย่างแม่ เมื่อเอาลูกไปเล่น กับ กลุ่มอื่นหากเด็กเล่นไม่น่ารัก มาตี มาผลักลูกแม่ เมื่อลูกบอกแล้วเค้ายังไม่หยุดอีก แม่จะเรียก แม่เด็กคนนั้นมาจัดการ กับลูกเค้าเอง แต่ไม่คอมเม้นท์ว่า ลูกเค้าไม่ดี ไม่น่ารัก เพราะ นั่นคือ พฤติกรรมของเด็ก ยกเว้นแต่ว่า เด็กคนไหน ที่เหลืออดเหลือทนจริงๆ อย่างนั้นไม่ต้องรอ ให้แม่ไปบอกเลย แม่จัดการตรงนั้นเลยว่าอย่ามาจับตัวลูกแม่ แล้วแม่ก็จะไปบอกกับแม่เค้าอีกที  หรือหากแม่เห็นแล้วว่าไม่สมควรแม่ไม่เอาลูกไปเล่นด้วยแน่ๆ เพราะ เรื่องบางเรื่อง คนบางคน ใช้คำพูดหรืออธิบายไปก็ไม่เข้าใจ นอกเสียจาก เราไม่ยุ่งไม่เกี่ยว ถึงเวลานั้นเค้าก็จะได้มีเวลามาพิจารณาตัวเอง และ ลูกเหมือนกันว่าเหตุใด ทุกคนถึง ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย หรือ เลี่ยง ที่จะเสวนาด้วย

 

บันทึก ถึงตรงนี้ แม่ขอบคุณลูกจากหัวใจ ที่ ลูกเป็นเด็ก รับฟังความเห็นของแม่ และ เชื่อฟัง แม่ พร้อมกับ ปรับปรุงตัวเอง จากเด็กก้าวร้าวเป็นเด็กมีวินัย รู้จักแบ่งปัน และ รอเวลาของตัวเอง พัฒนาการสมควรแก่การให้ แม่ภูมิใจสำหรับเด็ก สามขวบ อย่างที่ลูกเป็นแบบนี้นะครับ

 

 

     Share

<< Deal with the bullyCommunication >>

Posted on Fri 2 Mar 2007 3:59