Communication

Communication - Toddler year

 

ลูกรักของแม่

 

พัฒนาการ ด้านการพูดของลูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่เด็กพัฒนาเร็วอย่าง ที่ลูก ได้เป็นในด้านอื่น การพูดของลูก แม่ว่า ค่อนข้างปกติ เท่ากับเด็กทั่วไป คือเป็นไปตามวัย แต่ หลานสาวของแม่ น้องตะวัน อายุน้อยกว่าลูกเพียง 26 วัน สามารถ สื่อสารเป็นประโยคยาวๆ ได้ชัดเจนเมื่ออายุ ได้ 15 เดือน แต่ตอน 15 เดือนของลูก ยังเป็นคำๆ หรือเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ส่วนหนึ่ง แม่คิดว่า และ เข้าใจเอาเองว่า ลูกต้องเรียบเรียง และทำความเข้าใจสองภาษาในเวลาเดียวกัน

 

อย่างแม่จะสอนให้เมื่อ ลูกตื่นมา แม่จะบอกให้ลูก มาสวัสดีครับ กับแม่ แล้วแม่ก็จะบอกกับลูกว่า อยู่เย็นเป็นสุขนะลูกนะ ลูกก็จะเข้าใจ  และ ยิ้มให้แม่  จูบกับแม่ ทุกเช้า ตอนแรกๆ ลูกจะ ซาค๊าบ ตอนนี้ ขณะบันทึก ลูกอายุ ได้ 37 เดือนลูกสามารถ พูด คำว่า สวัสดีครับชัดเจน และ อยู่เย็นเป็นสุขนะลูกนะ ทุกเช้า แม่ก็อดขำไม่ได้ ตกลงใครจะอวยพรใครกันนะลูก แม่เล่าให้คุณยายฟัง คุณยาย บอกว่า แม่ต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า คำนี้เป็นคำที่ผุ้ใหญ่จะอวยพรให้เด็กๆ กัน แม่ก็จะลองพยายามดูนะลูก

 

กลับมาเรื่องการสื่อสารของเราต่อ แม่เริ่ม การใช้ภาษามือกับลูก ตั้งแต่ลูกยังเล็ก มากๆ ดังนั้น บางครั้งบางหน ในระยะนี้ ช่วง 12-15 เดือนลูกก็จะพูดไปด้วยและยังทำมือไปด้วย แม่จำไม่ได้ว่าลูกเริ่มเลิกทำภาษามือตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้อีกทีคือ เมื่อลูกสามารถ พูดตอบโต้ เป็นประโยคกับแม่ได้แล้ว

 

การสื่อสารของเราสองคน คือ การพูดภาษาไทยเฉพาะในบ้าน และ เฉพาะเราสองคน เท่านั้นเหตุผลคือ แม่ คิดว่า การที่เราพูดกันเฉพาะในบ้านและแค่เราสองคน  เพราะ มันคือภาษาพิเศษระหว่างแม่กับลูก  และ มันเป็นภาษาแตกต่างจากสิ่งแวดล้อมของลูก แม่ไม่อยากให้ลูก รู้สึกแปลกแยก หรือ ภาษาไม่เหมือนคนอื่น อย่างน้อย เมื่อออกนอกบ้าน เมื่อมี ปฏิสัมพันธ์ กับคนอื่น เราก็สามารถสื่อสารภาษาอังฤษ เป็นภาษา สิ่งแวดล้อมของเรา

 

ในความเข้าใจของแม่ แม่มองเห็นว่าลูก เข้าใจ ความแตกต่าง และ ไม่งง เมื่อแม่สลับพูดภาษากับลูก และ ลูกเองก็จะตอบแม่ เป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทยบ้าง แล้วแต่ลูกจะทำได้มากน้อยแค่ไหน แม่ไม่เคยบังคับว่า ลูกต้องตอบแม่เป็นภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาไทยตลอด แม่คิดว่าปล่อยให้ลูกรู้สึกว่า การตอบสนอง การสื่อสารของเรา เป็นไปโดยธรรมชาติดีกว่า

 

แม่ไม่สนใจว่า ใครจะว่าอะไรว่า ลูกเป็นคนไทยทำไมลูกพูดไทยไม่ชัด พูดไทยได้ไม่ดี แม่คิดว่า ลูกเข้าใจ ก็ดีแล้ว เพราะสิ่งแวดล้อม รอบตัวของลูกคือ ภาษาอังกฤษ และที่สำคัญแม่ไม่แคร์ เพราะลูกของแม่ แม่เลี้ยงมาเอง เราสื่อสารกันได้ในครอบครัว คนอื่นมาตัดสินใจให้ได้ยังไง สิ่งแวดล้อมเป็นแบบไหน เด็กเป็นแบบนั้น สำหรับความคิดของแม่ แล้วแม่ก็ไม่เคยเอาความคิดของคนอื่นมา วุ่นวายใจ แล้วเอามาตัดสินใจว่าลูกแม่ ไม่เก่งภาษาไทย เพราะ แม่คิดว่า แม่ฟังในเรื่องบางเรื่องที่แม่เห็นว่าปรับปรุงมากกว่า ติ แต่ไม่คิดจะปรับปรุงอะไร

 

การที่ลูกตอบโต้กับคนอื่นหรือกับแดดดี้ลูกก็ไม่เคยหลุดภาษาไทยออกมาเลย ลูกจะผสมคำไทยกับอังกฤษ กับแม่เท่านั้น ก็แปลกดี แต่ลูกเข้าใจภาษาพื้นฐานง่าย ๆ และ สามารถบอกเป็นภาษาไทยกับแม่ได้คือ น้ำ เผ็ด อาบน้ำ ร้อน ไม่เอา ง่วงนอน

 

สำเนียงของลูกจะเป็นเด็กพูดไทยสำเนียงอเมริกันนะลูก แต่ไม่เป็นไรนะลูกนะ แม่เชื่อว่า เมื่อเรากลับไปไทย ลูกไม่น่าจะมีปัญหา สื่อสารแน่นอน เพราะลูกชินกับภาษาไทยของแม่ และ แม่จะพูดช้าๆ กับลูกตลอด เพราะ เป็นภาษาเดียว และ แม่คนเดียวที่พูดกับลูก แม่จะพูดช้า และ ชัดๆ กับลูก เน้น คำง่ายๆ และ สะกดง่ายๆ และ ไม่ลืมให้ลูกพูด ง.งู เพราะ แม่สังเกตุ เพื่อนแม่ ฝรั่งหลายคนไม่สามารถ พูดคำว่า ง.งูได้ แม่เลยสอน แต่ ก็ไม่สำเร็จเท่าใดนัก ลูกจะพูดว่า นวงนอน แทน คำว่า ง่วงนอน เอาเหอะนะลูก อย่างน้อยเราก็เข้าใจกัน

 

ลูกชอบร้องเพลง ช้าง ช้างๆ ดำน้ำบ้าง ร้องได้ดี บ้างตามประสาเด็กของลูกนะลูก ฟังยังไงก็น่ารัก เสมอสำหรับแม่ ยิ่ง แมงมุม ขยุ้มหลังคา แม่ อมยิ้มเผลอก็แอบหัวเราะ เป็นเรื่องสนุกสนานของเราสองคนเมื่อลูกร้องว่า" แมนมุม คายุ้ม หลาคา แมนกินปา หมากัดกะพุ้นกุ้น  " ลูกได้พยายามอย่างที่สุดแล้วใช่ไหมลูก

 

ช่วงที่ลูกกำลังเรียนรู้ คำใหม่ๆ แม่ต้องระวังคำพูดของแม่ เองมากๆ เพราะแม่ติดคำไม่เพราะมาหลายคำ เช่นกัน แม่คิดว่า หากลูกได้ยิน มันจะไม่เหมาะไม่งาม แต่ก็มีหลายครั้งที่แม่พลาด แม่เผลอเรอ หรือเพราะความเคยชินก็ตามที ลูกเกือบ เก็บคำ เหล่านั้นได้หลายครั้งหลายหน ดีแต่ว่า แม่พาออกเสียงเป็นอย่างอื่นไป เฉไฉ เป็นเรื่องอื่นไปเสียอย่างนั้น และมันก็สำเร็จมากขึ้น

 

ตอนนี้แม่เองก็ได้เลิกคำพูด คำอุทานที่ไม่ดี ไม่เพราะ ไปได้หลายคำ ยกเว้นคำที่ ฝังรากลึก มันก็ย่อมใช้เวลา นานเช่นกันนะลูกแต่เชื่อแม่เถอะว่า แม่พร้อมจะปรับปรุงและเรียน รู้ไปพร้อมๆ กับลูกแน่นอน

 

     Share

<< ConflictionActivities-Toddler year >>

Posted on Tue 6 Mar 2007 0:58