ER is a friend

ลูกรักของแม่  - หน้าร้อน ปี 2006

 

ว่ากันว่า เด็กชาย กับห้องฉุกเฉิน เป็นของคู่กัน แม่เห็นทีจะจริง เพราะ หน้าร้อนปีนี้ ลูกของแม่ เข้าออก ห้อง

ฉุกเฉิน เป็นว่าเล่นเริ่มจาก กรณี เล็กๆ กันก่อนนะลูกนะ ลูกเล่นกับแม่ แม่ก็อุ้มลูก แบบ ให้ลูกหันหน้าไปทางด้านเดียวกับแม่ แม่หวังว่าให้ลูก ได้มองเห็นตัวเอง ทางกระจก และเราเล่นกันแบบนี้มาหลายครั้งหลายหน

 

จนวันหนึ่ง แม่ก็เล่นกับลูกแบบนี้อีก ลูกกลับ คิดว่าเล่นยิมนาสติกหรืออย่างไร ลูกก้มตัวลงมา โดยที่ หัวเข่าของลูกไม่สามารถงอได้ (( Bend your knee on the opposite side)) ซึ่งแม่รู้ว่า ลูกต้องเจ็บปวดมาก เนื่องจาก การที่ ลูกโน้มตัวแบบนั้น ทำให้ตัวลูกพับ เกือบจนเข่าแม่ แม่ใจหายหมดเลยลูก แม่ เห็นลูกร้องแล้วบ่นว่าเจ็บเข่า แม่ยังนึกเลยว่า ลูก เข่าหักหรือเปล่าเพราะการที่ ลูกโน้มตัวแล้วพับตัวเองแบบนั้น แม่เลยรีบอุ้มลูกไปหาหมอ ห้อง ฉุกเฉินทันที แล้วก็โทรบอกแดดดี้

หมอ จับเช็คลูก แล้วก็ ตรวจเอ๊กซเรย์เข่าของลูก ก่อนที่ ผล เอ๊กซเรย์จะออก หมอ ก็ถามว่า ลูกสนใจ ไอศครีมแท่งไหม ลูกก็วิ่ง ใช่ลูก ลูกวิ่งเลยครับไปหาคุณหมอ แล้วก็รับไอศครีมมา พร้อมขอบคุณทำหน้า มีความสุข คุณหมอบอกว่า แน่นอน ไม่เป็นไรมาก เพราะวิ่งได้แบบนี้ คงจะเคล็ดขัดยอกมากกว่า แต่หมอรอผลเอ๊กซเรย์และเมื่อมันออกมาว่าปกติดี หมอ เลยจับเช็ค อีกครั้ง ลูกก็หายเป็นปกติดี หมอบอกว่า เด็กๆ มีความยืดหยุ่นสูงหากเป็นผู้ใหญ ป่านนี้คงได้เข้าเฝือกกันไปแล้ว

 

ครั้งที่สอง แดดดี้ต้องไป บิสิเนสทริป แม่ต้องดูแลลูกคนเดียว และวันนั้น ลูกมีเพลย์กรุ๊ฟ และมีอาหารเลี้ยงกัน และ เล่นบนพื้น แม่เห็นลูกทานอาหาร และ มองเห็นเหมือนกับว่ามีผื่นแดงๆที่คางลูก ระหว่างที่แม่ขับรถกลับบ้าน แม่ยังคิดว่า เป็นสีที่มาจากไอซิ่งของ ขนมเค้ก แต่เมื่อแม่กลับมาถึงบ้าน แม่จับลูก ถอดเสื้อผ้าดู แม่มองเห็น ผื่น เต็มหลัง และ เริ่มลามมาที่หน้าที่ตัวลูก จนตอนเย็น แม่ก็คอยสังเกต อาการ แล้วก็ทายาแก้คันให้ แต่ ยิ่งดึก แม่เห็นว่ามันยิ่งมากขึ้น แม่เลยต้องหอบหิ้ว สองคนแม่ ลูกเข้าห้องฉุกเฉินกันอีกแล้ว และ หมอ ก็ คิดว่าลูกน่าจะแพ้ สารเคมีบางสิ่งบางอย่าง หรือ เป็นเครื่องดื่ม หรือขนมที่ลูกได้รับ ในวันนี้  หากจะถามแม่ แม่ตอบไม่ได้จริงๆ ลูก เพราะลูกเองไม่ใช่เด็กแพ้อาหารมาก่อน แม่เลยเดาเอาว่าน่าจะมา จากสารเคมี ที่เค้าทำความสะอาดพรมที่พื้นที่ลูกเล่นมากกว่า หมอเลยให้ยาแก้แพ้ และ แก้คันมา คืนนั้นแม่นอนกก ลูกทั้งคืน จนเช้า แม่ก็โทรหาหมอประจำตัวลูก แล้วให้ตรวจลูกโดยละเอียดอีกครั้ง และ ก็หมอบอกว่าลูกดีขึ้นมากแล้ว หมอเช็คแล้ว ลูกปกติดี ไม่ได้เห็นหัดหรืออื่นใด ตามที่แม่คาดคิด และ ผื่นก็หาย ไปราวๆ 3 วันหลังจากนั้น

 

ครั้งที่สาม ลูกหกล้ม ครั้งนี้ ลูกกระโดดจากเตียงแม่ แล้ว พลาด ยังไงท่าไหน แม่ไม่เห็น แม่เห็นลูกเงยหน้ามา เลือดท่วม ปากแล้ว แม่ ได้เอาน้ำแข็งมาประคบ แต่ลูกยังร้องอยู่แล้วแม่เห็นว่า เลือดออกเยอะมาก แม่เลยตัดสินใจเอาลูกไปห้องฉุกเฉิน อีกครั้ง และ ครั้งนี้หมอจัดการเย็บ แผลด้านในปากให้ลูกด้วย การติดเทป เพราะ ฟันลูกกัดปากด้านในทำให้เกิดแผล กว้างและเลือดออกมาก หมอได้เช็คฟันลูกด้วย และ เห็นว่าอย่างอื่นปกติ ดีก็ ไม่มีปัญหาอะไร แม่ทำหน้าไม่ดีเมื่อรู้ว่าลูกเจ็บตัว โดยเฉพาะแผลที่ปาก หมอบอกว่า ไม่ต้องคิดมากหรอก เด็กชายกับห้องฉุกเฉิน เป็นเพื่อนสนิทกัน

 

ครั้งที่สี่ ลูกหล่นจาก รถของแดดดี้ เพราะแม่กับแดดดี้ทำความสะอาดรถ แล้วลูกบอกว่าลูกจะช่วยทำความสะอาดในรถ แม่ก็ไม่ได้ ระวังให้กับลูกมาก เพราะ แม่ไม่คิดว่าลูกจะพยายามลงมาเอง เพราะ แม่ได้บอกแล้วว่า อย่าลงเองให้บอกแม่ แต่ลูกคงคิดว่าตัวเองเป็นเด็กโตนะลูก เลยพยายามจะลงเอง สุดท้าย ลูกก็ตกลงมาหัวฟาดพื้นหัวปูดใหญ่เท่ามะนาวเลย ลูก แม่ยิ่งกลุ้มยิ่งกว่า เพราะ ว่าการปูด แล้วเลือดไม่ไหลมันจะอันตรายกว่าหัวแตก นะลูก แม่เลยเอาน้ำแข็.งประคบ แล้วรีบเอาลูก ไปห้องฉุกเฉินอีกแล้ว แล้วหมอก็ทำการตรวจลูก หมอ เช็ค ((หมอคนเดิม จำลูกได้ เลยเรียกลูกว่า เพื่อนรัก)) ดูแล้วหมอบอกว่า ไม่มีการแตกหักของกระดูก แต่การบวม คือการบวมของน้ำในเนื้อเยื่อที่หน้าผาก การที่แม่เอาน้ำแข็งประคบช่วยได้มาก และ เมื่อกลับไปบ้านแล้วให้สลับเอาน้ำแข็งประคบ แล้วเอา ผ้าอุ่นประคบ ป้องกัน การช้ำ และ ก็ได้ผลนะลูก มันไม่บวมปูดมาก เหมือน ครั้งแรกที่แม่เห็น แต่แม่ก็ยังเฝ้าดูอาการของลูกหลังจากตก จากรถ แดดดี้อย่างใกล้ชิด 48 ชั่วโมง ลูกก็ แสดงอาการ ปกติดี แม่ก็เบาใจ และ นึกมีคำถามว่า นี่เป็นการหมดสิ้น การเข้าห้องฉุกเฉินสำหรับหน้าร้อนของแม่หรือยังหนอ

     Share

<< Bugy friendlyDentist >>

Posted on Fri 16 Mar 2007 0:51