Attention Deficit Hyperactivity Disorder

ลูกรักของแม่

 

วันที่ 20 มีนาคม 07 แม่ได้เจอเพื่อนบ้าน และเพื่อนแม่ ได้เอาลูกๆ ออกมาเล่นกันที่สนามหลังบ้าน เนื่องจากอากาศเริ่มอบอุ่นมากขึ้น แม่ได้เจอ Angelina เข้ามาปรึกษากับแม่ เรื่องของ Alex ที่มีวัย สี่ขวบ นิดๆ ด้วยว่า ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าห้องน้ำเองจี้ได้บอกกับแม่ ว่า อเล็กซ์ รู้ว่า ต้องเข้าห้องน้ำ และ สามารถ จัดการกับตัวเองได้ อย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วว่า ต้องเข้าต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้น อเล็กซ์ ไปโรงเรียนพร้อมๆ กับลูก แต่คนละโรงเรียนกัน เนื่องจากโรงเรียนของลูกต้องการเด็กที่ Fully potty trained ซึ่งอเล็กซ์ไม่สามารถเข้าได้ เลยต้องเข้าโรงเรียนอีกแห่งแทน อย่างวันนี้ เองจี้บอกแม่ว่า อเล็กซ์ อึใส่ผ้าอ้อม แบบ Pull up แล้วก็เอาอึ ป้ายกระจก ที่โรงเรียน  และคุณครูก็ โทรมาตามเองจี้ ไปจัดการ ซึ่งเองจี้เองก็เพิ่งมี เบบี้อายุ ราว 6 เดือน เองจี้บอกว่า เธอปรึกษากับ Jeremy สามีของเธอซึ่งเป็นหมอ เค้าสองคนเข้าใจว่า อเล็กซ์เป็น ADHD- Attention Deficit Hyperactivity Disorder  แม่ได้ฟังเองจี้บอกว่าเพราะเธอ และสามี ทั้งสองคน ได้เป็นโรคนี้เช่นกัน และ ใช้ยาในการรักษาในระยะยาว เธอบอกว่า คิดว่าลูกของเธอเเป็น แต่ปรึกษากับหมอเด็กแล้วหมอเด็กจะไม่ให้ยา จนกว่าจะครบ 6 ขวบไปแล้ว ตอนนี้ก็แนะนำให้ไปพบ จิตแพทย์เด็กก่อน จากนั้น ก็ค่อยดูกันอีกที เพราะเองจี้บอกว่า อเล็กซ์เอง ตอนนี้ ก็ต้องไปหาหมอ ด้านบำบัด คือ Speech theraphy เนื่องจากเป็นเด็กพูดช้า และ การสื่อสารไม่ชัดเจน สมวัย

 

เองจี้ถามแม่ว่าแม่มีความเห็นว่าอย่างไร แม่ เอง เป็นคนไม่เชื่อเรื่องยา สามารถรักษาได้ทุกโรค โดยเฉพาะเด็กที่เป็น ADHD แม่คิดว่า น่าจะมีหนทางอื่น คือ  คนเป็นแม่ทุกคนนะลูก มีความมุ่งหวัง ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่เมื่อวันใดวันหนึ่งลูก ไม่สามารถ ทำให้สิ่งที่พ่อแม่ตั้งใจหรือดั่งหวัง แม่เองก็ย่อมรู้สึกเสียใจ แล้วหันกลับมาโทษตัวเองเหมือนเองจี้ ว่าเป็นแม่ที่ไม่ดีพอ แม่คิดว่า เธอมอบความรักพร้อมกับความคาดหวัง แม่บอกเองจี้แบบนี้ เพราะการที่เด็กจะมีปฏิกริยาอย่างไร หรือ พูดอย่างไร อยู่ที่ความใกล้ชิดที่พ่อแม่ให้ แม่เจอหลายคนแล้วที่เป็นแบบนี้ ลูกคนที่แม่รู้จักหลายคน เธอบอกว่า ลูกต้องปรึกษาหมอ ต้องฝึกพูดเพราะ เธอไม่แก้ไขให้ลูกพูดให้ชัด เอง สำหรับแม่ แม่ มีความเชื่อเรื่องการให้ความเอาใจใส่ และ การใช้เวลากับลูกนะลูก

โดยเฉพาะเองจี้เพิ่งมี เบบี้แบบนี้ แม่อ่านหนังสือเจอว่า ทำให้เด็กสามารถมีพัฒนาการ Regression development ได้ชั่วคราว  เพราะจากที่ตัวเองเป็น จุดสนใจ เป็นที่หนึ่งมาตลอด ต่อมา ความรักความสนใจ ต้องโดนแบ่งปัน จุดนี้ บางทีก็อาจจะมีส่วน ทำให้พัฒนาการลดลงเพียงเพื่อต้องการ ความสนใจ จากแม่ จากพ่อ ก็เท่านั้นเอง

 

แม่มีความเชื่อว่า ธรรมชาติของเด็กจะเร็วต่อสัมผัสของแม่และพ่อ ถ้าเมื่อไหร่ที่จิตใจของแม่มีความวิตกกังวล เหนื่อยหรือ ผิดหวัง หรือรู้สึกไม่ดีต่อการเลี้ยงลูก ความไม่หนักแน่นในจิตใจของแม่ ก็จะทำให้ท่าทีในการแสดงออกกับลูกไม่สม่ำเสมอตามไปด้วย แม่เชื่อเช่นนั้น เพราะ เด็กจะรู้สึก อย่างลูก ลูกจะรู้สึกเลย อย่างบางครั้งที่แม่มีความรู้สึกแกว่ง หรือ รู้สึกว่าแม่ ผิด แม่ทำไม่ดีพอ แม่รู้สึกเลยว่า ลูกจะเครียด การแสดงออกของลูกแตกต่างจากเดิม ให้แม่เห็นได้ชัดเจน 

 

 แม่เชื่อว่า เด็กต้องการเอาใจ คนเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะต้องการ ความสนใจ และ เด็กต้องปรับ อารมณ์ตามความรู้สึกของคนที่เป็นแม่ เมื่อเด็กต้องโตแบบนี้ เด็กจะเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ไร้วินัย ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างแม่กับลูกเพียงช่วงเวลาหนึ่งนี้ จะทำให้เกิดผลกระทบระยะยาวในที่สุด แม่เชื่อแบบนี้ แม่เลยพยายามทำตัวเองให้มั่นคงทางอารมณ์มากที่สุด  แม่เลยบอกเองจี้ไปว่า เองจี้เองนั่นแหล่ะที่ต้องหันกลับมามองตัวเอง ว่าให้เวลากับ อเล็กซ์พอไหม อารมณ์ตัวเองด้วย เองจี้บอกแม่ว่า เค้าบางครั้งดีเพรสชั่นบ้าง แม่เลยบอกว่าต้องรู้จักตัวเอง รู้จักอารมณ์ตัวเองก่อน เพราะก่อนจะไป โฟกัสที่ตัวของเด็ก คือ เราเป็นแม่ ก็คนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความรัก ท่วมท้นเต็มหัวใจ มีความรัก ความปรารถนาดีกับลูกทั้งนั้น แต่ เราเองนี่ล่ะ ไปคาดหวังอะไรกับลูกมากไปไหม เพราะเองจี้บอกว่า อเล็กซ์ทำอะไรไม่ได้เหมือน ลูกของแม่ หลายอย่างในเมื่อตอนที่อเล็กซ์อายุเท่าลูกหรือตอนนี้ ลูกสามารถทำอะไรได้ดีกว่าอเล็กซ์ในหลายๆ ด้านทั้งๆที่ลูกอ่อนกว่าอเล็กซ์เป็นขวบปี แม่เลยบอกว่า อย่าไปเปรียบเทียบเลย เด็กแต่ละคน บุคคลิกภาพ การพัฒนาการไม่เท่ากันไม่เหมือนกัน แตกต่างครอบครัว แตกต่างอุปนิสัย แต่ เราต้องเลือกมอง มองในความสำเร็จของตัวเองที่ ทำให้ลูกเติบโตเป็นเด็กได้ดีขนาดนี้ มีพัฒนาการดี มีจิตใจดี แม้ว่าตัวแม่ หรือ ตัวของลูกเอง จะทำบางอย่างที่มุ่งหวังไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราสองคนล้มเหลวไปเสียทุกเรื่อง เด็กพัฒนาการตามขั้นตอนของเค้าเอง อันไหนช้าก็กระตุ้น อันไหนเร็วก็สนับสนุน แม่เห็นว่า พ่อแม่ คู่นี้เค้าไม่ค่อยมีกิจกรรมมากนัก แม่เลยบอกว่าให้เอาอเล็กซ์ไปกิจกรรมบ้างเล่นยิม หรือ ว่ายน้ำ ทำอะไรก็ได้ ที่เด็กได้ออกกำลังได้มีสังคม เพราะหน้าหนาว อยู่แต่ในบ้าน เด็กชายต้องมี การออกกำลังกาย ต้องได้พัฒนาการด้านร่างกาย

เองจี้บอกว่าจะลองคุยกับสามีเธอดู แม่เองก็หวังว่า เองจี้คงหาทางจัดการกับอเล็กซ์ได้ เพราะแม่เชื่อว่าเด็กวัยขนาดนี้แรงพลังเยอะทุกคน ต้องการออกกำลังกาย ต้องการความสนใจ ต้องการการอบรม สั่งสอน และ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ แม่ไม่เคยคิดจะใช้ยากับลูกของแม่เลย ในมุมมองกลับกัน แม่บอกเองจี้ด้วยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่อเล็กซ์ทำ อย่าเอามาเป็นเรื่องใหญ่เพราะ เค้าจะเห็นว่า เออ ทำแบบนี้แล้วเป็นที่สนใจ ได้รับความเอาใจใส่เค้าก็จะทำอีก ให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องเล็กๆ แล้วค่อยๆ ปรับปรุงไป จัดการกับเค้าเรื่องอื่นแทน แม่ว่าหากคิดแบบนี้ได้ นอกจากจะได้ความสบายใจแล้ว ความเครียดที่จะเกิดขึ้นยังลดลงด้วย อีกทั้ง การให้โอกาสตัวเองได้ปรับตัว เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้คิด ไตร่ตรองความรู้สึกอย่างถี่ถ้วน จะทำให้แม่เข้าใจความคาดหวังมากขึ้น  แม่อาจจะคิดผิด แต่แม่ มั่นใจว่า สิ่งที่แม่เลือกปฏิบัติ กับ ลูก ดีกว่าการใช้ยาแน่นอน

แม่คิดว่าการตั้งรับ การเรียนรู้ และพร้อมจะปรับปรุง การเติบโตของลูกด้วยความมีสติว่า สิ่งที่ทำให้ลูกแล้วไม่ดีอย่างที่หวังนั้นเกิดจากความไม่เข้าใจ และไม่พร้อมของเราเองหรือไม่ แม่เอพยายามมองปัญหาทุกอย่างในแง่บวก พยายามแสวงหาคำตอบของปัญหา แม่ไม่เคยเอาปัญหามาทำให้ตัวเองทุกข์ใจ และคิดวนเวียนแต่ว่าไม่มีทางออก เพราะแม่มีความเชื่อเรื่องของความรัก ที่แม่มีต่อลูก อีกอย่างแม่พร้อมจะพูดคุย และ ปรึกษาแม่ ที่มีประสบการณ์ คุยกับหมอ แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง แม่มีความรู้สึกว่า เด็กๆ มักจะมีพัฒนาการใกล้เคียงกันทั้งนั้นไม่ว่าเด็กชาติไหน แม่ พร้อมจะเปิดอกเปิดใจคุย เพราะแม่เชื่อว่า มุมมองของแม่ๆ ทั้งหลายคือมุมมองแห่งประสบการณ์ที่มีพื้นฐานความรักเป็นปัจจัย  แม่ไม่เคยคิดว่าตัวเองดี หรือ เก่งกว่าคนอื่น แม่เองมีความเชื่อว่าแม่เองมีข้อผิดพลาดมากมายในการเลี้ยงดูลูก แต่แม่ก็เชื่อว่า ความผิดพลาดที่เกิด มันก็มาจากพื้นฐานแห่งความรักของแม่ทั้งน้น ไม่ได้หมายความว่าแม่ ทำหน้าที่แม่ได้ไม่ดี แต่แม่ทำดีที่สุดแล้วเท่านั้นเอง

แม่คิดอย่างนี้จริงๆ และขอให้ลูกเชื่อแม่นะลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่อยากให้ลูกเติบโต ด้วยความรักความเอาใจใส่จากแม่ อย่างเต็มที่ หากลูกจำเป็นต้องใช้ยา หรือ การณ์ใด ขอจงเชื่อใจ และมั่นใจในการตัดสินใจของแม่ ว่าแม่ทำดีที่สุด ทำด้วยความสามารถ และ หัวใจของแม่แล้ว เพราะแม่ เป็นแม่ที่ มีความเชื่อ อย่างที่สุดว่า “ ความรักปกป้องทุกสิ่งทุกอย่าง”

ดังนั้น ขอให้เติบโต ด้วยความรักของแม่ ด้วยหัวใจ ความคิด สติปัญญา อารมณ์ ที่มั่นคง เข้มแข็งนะ ลูกนะ

     Share

<< DentistSchool- Fall 2006 >>

Posted on Sat 24 Mar 2007 7:14