School- Fall 2006

School- Fall 2006

 

ลูกรักของแม่

 

เดือนกันยายนเป็นเดือนเริ่มต้น ของสิ่งใหม่ในชีวิตของลูกอีกแล้ว ลูกเริ่มไปโรงเรียน แล้วนะลูก แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ลูกชายตัวน้อยของแม่ อายุ สองขวบ เจ็ดเดือน ก็ต้องไปโรงเรียน ร่วมกับเด็ก สาม ขวบครึ่ง - ห้าขวบในชั้นเดียวกัน ลูกของแม่จะเป็นอย่าง ไรบ้างหนอ แม่คิดว่าหัวอกหัวใจของคนเป็นแม่ทุกคนย่อมมีความรู้สึกและมีคำถาม แบบนี้เหมือนกัน

 

ไม่น่าเชื่อเลย จากตัวน้อยตัวนิด ที่แม่อุ้มชู แต่เล็กแต่น้อยตอนนี้ หิ้วกระเป๋าไปโรงเรียนแล้ว วันเวลาผ่านไปช่างรวดเร็วเสียเหลือ เกินนะลูก แม่เองตื่นเต้นเสียหนักหนา แม่ไม่กล้าไปส่งลูกเอง เพราะแม่ คงแสดงท่าทางอะไร ออกไปแน่ๆ แดดดี้ บอกกับแม่ ว่า แม่ต้องมีความเชื่ออยู่อย่างนะ ว่าลูกโตแล้ว และ พร้อมจะก้าวออกไปสู่โลกแห่งการเติบโต ไม่ใช่เบบี้ที่แม่ต้องคอยประคับ ประคอง ตลอดเวลา แม่รุ้ แม่คิดได้ ลูก แต่มันยากเหลือเกิน

 

แดดดี้ไปส่งลูกวันแรก ของการไปโรงเรียน แม่ ตื่นเต้น และทำตัวไม่ถูกเลย หลายต่อหลายครั้ง เกือบจะจับโทรศัพท์แล้วโทรไปโรงเรียนแล้วอยากจะถามว่า ลูกแม่เป็นอย่างไรบ้าง ดีไหม โดนใครรังแกบ้างหรือเปล่า ฟังดูไร้สาระนะลูก แต่แม่ ก็เป็นผู้หญิง ธรรมดา คนหนึ่งที่ มีหัวใจรักของคำว่า แม่ เต็มหัวใจ เมื่อแม่ โทรหาโรงเรียนไม่ได้ เพื่อนๆ ของแม่ และ แดดดี้ คือคนที่แม่โทร หา เพื่อลดความกระวนกระวาย ทุกคนตอบแม่มาเหมือนกันหมดว่า ยูเลี้ยงลูก ตัวเองมา ย่อมรู้สิว่าลูก ทำอะไรได้บ้าง แล้วอุปนิสัยลูกแม่นี่เหรอ จะยอมให้คนอื่นรังแก แม่ไม่ได้คิดว่าลูกแม่ เก่ง หรือ กล้าหาญแต่อย่างใด แต่แม่ เพียงแต่มีความรู้ สึก เหมือน กับ แม่ธรรมดาเท่านั้นเอง ว่าปล่อยลูก ไปที่ใหม่สิ่งแวดล้อมใหม่ลูกแม่จะเป็นอย่างไรบ้าง

 

ระบบการศึกษาของที่นี่ ถ้าถึงวัยก่อนอนุบาล ก็จะเป็นเหมือนลูกคนอื่นๆ ต้องไปเข้า พรีสคูล ก่อนจะเข้าโรงเรียนจริงๆ ถ้ามองโลกในมุมมองของแม่ ก็คงเรียกว่าเป็นการเตรียมตัวร้องไห้ ก่อนจะเข้าโรงเรียนจริงๆ

ของแม่กับลูก  เพราะมันเป็นการเตรียมใจของแม่ด้วยว่า ถ้าลูกเข้าโรงเรียนจริงๆแล้ว แม่ต้องจัดสรรเวลาอย่างไร เพราะ อย่างเช่นตอนนี้ เมื่อลูกไปโรงเรียน ก็ไม่มีลูกอยู่ให้พันแข้งพันขาตลอดเวลา ที่แม่เคยชิน แต่ถ้ามองให้เข้ากับทฤษฎีของการพัฒนาทางสังคม การส่งลูกไปเข้าพรีสคูล แบบนี้ เป็นผลดีแก่ลูกก็คือ ลูกของแม่ จะได้รู้จักพัฒนาตัวเองกับคนแปลกหน้าสังคมรอบข้างที่ไม่ใช่แม่และแดดดี้อีกต่อไปแล้ว 

 

ที่นี่ จะไม่รับเด็กพรีสคูลไป โรงเรียน ได้อาทิตย์ละห้าวัน น้อยสุดคือสองวัน มากสุดคือสามวัน แม่คิดว่า เพราะเขาป้องกันความขี้เกียจของพ่อแม่บางคนที่อยากมีลูกแล้วต้องการให้มีพี่เลี้ยงมาดูแลแทนตัว เลยกฎมาว่า เด็กอายุเท่านั้นเท่านี้ สามารถอยู่ที่พรีสคูล ได้อาทิตย์ละกี่วัน และไม่ใช่ทั้งวัน เพียงแต่เวลาตามที่เค้ากำหนด แม่เลย เลือกให้ลูกเข้าในช่วงเช้าคือ 9.00 -11.30 เพราะแม่จะได้มีเวลา ขับรถไปรับลูกเมื่อแม่เสร็จงานแล้ว  

แล้วค่าใช้จ่าย ในโรงเรียน ก็ขึ้นกับรายได้ของพ่อแม่ คนรายได้น้อยเสียน้อย คนรายได้มากเสียมาก บ้านเรา เสียติดท๊อปเพดานเลยลูก แต่แม่คิดว่ามันคุ้มอย่างน้อย เงินส่วนหนึ่งของเราก็ได้ช่วยให้เด็ก คนอื่นได้มีโอกาสเข้าเรียน เข้าศึกษา เท่าๆ กับที่ลูกควรจะมี ที่จริงแล้วในโรงเรียนของลูกมีโครงการ ที่เรียกว่า อาสาด้วยคือ พ่อแม่เด็กคนไหน ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ แล้วต้องจ่าย อัตราต่ำที่สุด ต้องเสียสละเวลามาช่วย โรงเรียนคือ ทำความสะอาด ของเล่น และ ช่วยเหลือ ในการจัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากมาย แม่คิดว่า ทางโรงเรียนคงอยากให้รู้สึก ว่าไม่ใช่ได้มาง่ายๆ หรือเฉยๆ

 

แม่เอง มีโอกาสได้ไปส่งลูกใน สัปดาห์ที่สองของการไปโรงเรียนของลูกเนื่องจากแดดดี้มีบิสิเนสทริป ซึ่งปกติ แดดดี้ ยินดีที่จะทำหน้าที่ไปรับไปส่งกับลูกอยู่แล้ว เพราะ แดดดี้ไม่อยาก ให้ลูก งอแง เพราะแดดดี้บอกว่า เมื่อลูกอยู่กับแม่แล้ว จะงอแง มากกว่า อยู่กับแดดดี้ วันแรกที่ลูกกลับมาจากโรงเรียน เราสองคนแม่ลูกเจอกัน โผกอดเข้าหากัน ราวกับว่า เราไม่เจอกัน มานานแรมเดือนปี ลูกจะเงียบๆ แล้วก็ไม่ค่อยพูดจา จนแม่ซักถาม ถึงรู้ว่า แอบร้องไห้ที่โรงเรียนมาด้วย

 

การส่งเด็กไปปรับตัวกับสังคมภายนอกกับพรีสคูล จึงมีความสำคัญกับเด็กหลายคนอยู่มาก เลยนะลูก แม่มองเห็นพฤติกรรมหลายอย่างของเด็กเลย เด็กบางคนก็ชอบเพราะต้องการมีเพื่อน เด็กบางคนที่ติด พ่อหรือ แม่ คุณครูก็จะไล่ ให้กลับไป ออกจากห้องเรียนโดยไว แม่ก็จะแอบเห็นว่าลูกของแม่ นั่งเก้าอี้ ข้างๆ ตู้ปลา น้ำตาหยดแหมะๆ ไหลรินให้หัวใจของแม่กระจุย  แม่งี้ต้องตะกาย ต้องแอบมองลูก จนหลายคน อดมายิ้มให้กับแม่ไม่ได้ แม่เอง คงยังไม่พร้อมที่จะให้ลูกโตหรืออย่างไร กันหนอ  แม่เลย มีแม่ๆหลายคน มาปลอบใจว่า เดี๋ยวก็เที่ยงแล้ว อย่าห่วงเลย ครูเขาดูแลดีออก  แม่รู้ แต่ก็นะ อดไม่ได้

 

แต่การไปโรงเรียนของลูก ลูกก็พัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆ จากโยเย ไม่อยากไป จนเดี๋ยวนี้ ต้อง ร้องขอกระเป๋าไปโรงเรียน หากวันไหน ลูกมีไข้ แม่ไม่ให้ไปโรงเรียน ลูกก็จะบอกแม่ว่า Every kids going school mommy ก็จริงของลูกนะลูกนะ

     Share

<< Attention Deficit Hyperactivity DisorderWhat does the color mean? >>

Posted on Wed 28 Mar 2007 0:19