A Promise

A Promise – March 2007

 

ลูกรักของแม่

 

เมื่อหลายวันก่อน แม่ได้มีโอกาสได้เข้า สัมนากับกลุ่ม พ่อแม่ สำหรับลูกวัย Toddler & Young children  แม่ได้คุยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับพ่อแม่ เหล่านี้ หลายคน หลายครอบครัว ฟังแล้วปัญหา ประสบการณ์ ก็แตกต่าง สนุก ปวดหัว เครียด แตกต่างกันไป

 

หลายคน บ่นว่า ลูกไม่ฟัง ไม่เชื่อ ร้องโยเย เมื่อต้องการ อะไร เหมือนกับ Demanding or bossy ตลอดเวลา พอแม่ฟัง สิ่งที่พ่อแม่เล่าว่าตัวเองทำอะไรกับลูกไว้บ้าง แม่พอจะหาเหตุผลออกล่ะ อย่างพ่อแม่บางคน ชอบ ทำสัญญิงสัญญากับเด็กว่า ทำนี่ทำนั่น ตามที่พ่อแม่ขอ พ่อแม่จะให้ รางวัล แล้วปรากฎว่าทำไม่ได้ ก็ให้อย่างอื่นแทน เลี่ยงแทน ซึ่ง สำหรับแม่ คำพูดจากพ่อแม่ สำหรับเด็ก แล้วคือ คำแห่งความเชื่อถือ คำแห่งการเรียกความเชื่อมั่น เมื่อความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ของเด็ก โดนทำลาย ลงไปเรื่อยๆ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เด็กจะมาฟัง

 

อย่างแม่ แม่จะระวัง ในการรักษาสัญญากับลูก แม่จะคิดก่อนพูด และ จะต้องมั่นใจแล้วว่าแม่สามารถทำให้ลูกได้ เพราะแม่ ไม่อยากเห็นลูก ไม่เชื่อแม่ จริงอยู่ บางสิ่งบางอย่างมันไม่ได้ ไม่เป็นอย่างใจหวังตลอดเวลา แต่การอธิบาย เรียกความเชื่อมั่น ความเชื่อใจต่อกัน มันต้องอธิบายและแก้ไขกันเดี๋ยวนั้น และ ต้องรีบดึงความเชื่อมั่นกลับมา อย่างบางครั้ง แม่สัญญากับลูกว่า แม่จะพาลูกไปเมคโดนัล แต่บางครั้งแม่ติดงาน หรือ มีงานอื่นเร่งด่วน หรือ ต้องทำอย่างอื่นก่อน สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

 

แม่จะรีบบอกลูกเลยว่า แม่จำได้ว่าแม่สัญญา กับลูกไว้ แต่ เนื่องด้วยสาเหตุนี้......อย่างนี้ ........แม่เลยจำเป็นต้อง ยกเลิกไปก่อน เอาอย่างนี้นะ วันนี้ เรา ทำกิจกรรมหรือทานอาหาร ธรรมดาที่บ้านไปก่อ่น พอแม่เสร็จธุระ หรือจัดการ สิ่งที่จำเป็นอันนี้ได้ก่อน แม่จะรีบเอาลูกไปทันที และ แม่ก็รักษาสัญญาอันนั้น ในวันถัดมาหรือ ทันทีที่แม่สามารถทำได้และแม่จะบอก อธิบายว่า นี่นะ วันนี้ที่แม่เอามา เพราะแม่สัญญากับลูกไว้วันก่อนที่แม่ไม่สามารถ เอาลูกมาได้ วันนี้ แม่ทำได้ หวังว่าลูกจำได้และ สนุกกับสิ่งนี้นะลูกนะ เห็นไหม แม่สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา ลูกก็จะยิ้มแล้วบอกว่า I turst you. ฟังแค่นี้ หัวใจแม่พองเท่าบอลลูนไปเลยครับลูก

 

ผลที่แม่ได้รับในระยะยาว คือ ลูกไม่เคยโวยวายหรือแสดงอาการผิดหวังอะไร  ไม่ว่า จะเรื่องการไปไหน หรือการซื้อของเล่น ลูกยอมรับ และ บอกว่าโอเค พรุ่งนี้ก็ได้ หรือเวลาที่มัมมี้ว่างนะ แม่ ภูมิใจในตัวของลูกมากๆ เพราะแม่เชื่อว่า นี่คือสิ่งที่แม่รักษา คำมั่นสัญญา ระหว่างเราสองคน มันมีผล ต่อการไว้เนื้อเชื่อใจและ ประโยชน์ต่อเราสองคนในการเจรจา และการยอมรับเหตุผลของกันและกัน เพราะ เราไม่เคยผิดคำพูดต่อกัน  แม่เชื่อว่า การที่แม่อบรมลูกอย่างนี้ ต่อไปคำพูด ความคิดของลูก ก็จะเป็น คนที่มีความรับผิดชอบต่อคำพูด ต่อความคิด และต่อการกระทำของตัวเอง เพราะเด็กตัวเล็ก ไม่ได้หมายความว่า ต้องการเหตุผลเล็กๆ เสียเมื่อไหร่ ความรู้สึกก็ใหญ่โต เท่ากับ คนตัวโตนั่นแหล่ะ เผลอๆ อาจจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำเพราะระบบความคิด ในการไตร่ตรองเหตุผลยังน้อยกว่าคนตัวโต

 

อีกอย่างคือ การเดินร้านขายของเล่น แม่ไม่เคยเห็นลูกของแม่ ร้องโวยวาย ดิ้นทุรนทุราย กรี๊ดๆ ลงกับพื้นเลย เมื่อแม่ ไม่ตกลงที่จะซื้อให้ หรือ เรียกว่าถึงเวลากลับ ลูกก็จะ โอเค ไม่เอา กลับ เหตุผลคือ แม่ได้ฝึก ได้พูดกับลูก มาตลอด ว่า ของเล่น แม่ซื้อให้ได้ แต่เป็นอันที่เราต้อง ตกลงกันแล้วว่า มันดี และ แม่ เห็นว่า แม่ซื้อได้ และมีประโยชน์กับลูก แม่และแดดดี้ รักษาสัญญานั่นมั่นคงเช่นกัน อีกอย่าง เราตกลงกันก่อนไปร้านขายของเล่นเลยว่า วันนี้เราไปดูกันนะ ว่ามีของเล่นอะไรบ้าง อันไหนใหม่ ๆ ลูกดูก่อนได้ จับ สัมผัสมันก่อน แล้ว ก็คิดว่า อยากมีจริงไหม อยากได้จริงไหม แล้วหากลูกอย่ากได้ เรากลับบ้านก่อนแล้วมาคุยกัน หากลูก ยังอยากได้อยู่หรือยังชอบมัน เรากลับไปซื้อก็ได้ ซึ่งบางที แม่กับแดดดี้ แอบมองกริยา ของลูก ดูแล้ว บางครั้งลูกแค่สนใจ กับมัน แต่บางอันลูกชอบมันมาก นั่นล่ะ แม่กับแดดดี้ ถึงจะซื้อให้

 

แม่ไม่เคยฝืนความรู้สึกของลูก ((มาก)) แม่ คิดว่า เรื่อง ทุกเรื่อง สำหรับลูก แม่ค่อยๆ คิดจากตัวแม่เอง จากตัวลูก เอง ด้วย เพราะแม่เชื่อเสมอว่า คนเรา ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้มีการสื่อสารกันได้ ด้วยคำพูด ดังนั้นแม่จะใช้คำพูดของแม่นี่ละอธิบายให้ลูกเข้าใจให้มากที่สุดพร้อมกันนั้นแม่เองก็รักษาสัญญาของแม่เช่นกัน แม่ไม่เคยปล่อยคำพูดหรือคำสัญญาของแม่ให้เป็นเหมือน ลมปากเป่า เพราะแม่เชื่อเสมอว่า คำพูดของคน แสดงตัวตนของคนๆ นั้น

 

สำหรับการ ได้พบเจอพ่อแม่ ในครั้งนี้ แม่บอกได้เลยว่า แม่ประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะแม่รู้ว่าสิ่งที่แม่ได้ทำ ได้ปฏิบัติกับลูก แม่ได้ รับ ผลที่แม่ภาคภูมิใจ ลูกของแม่ เชือ่คำพูดของแม่ ฟังแม่พูด ลูกโยเย ลูกร้องไห้ตามวัยของลูก มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วลูกฟัง และมีเหตุผล ที่จะ ฟังแม่ และ เชื่อแม่ เสมอ แม่ไม่ได้หมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่พูดจะถูกต้องเสมอหรือดีไปหมด แต่แม่คัดสรรแล้ว พิจารณาแล้ว ทั้งจากสติปัญญาและจากหัวใจแม่ แม่เพียงแค่อยากให้ลูก หัดเป็นคนรับฟัง ความคิดเห็นคนอื่น พร้อมเปิดใจกว้างด้วยเหตุผล และ เป็นคนมี วินัยต่อตัวเอง ด้วยคำพูด และสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

 

หากถามแม่ว่าตอนนี้ แม่ พอใจขนาดไหนกับพฤติกรรม ของลูก เรื่องการรับฟัง แม่บอกได้เลยว่า แม่พอใจมาก เพราะลูกของแม่ เติบโต เป็นเด็กมีเหตุผลในระดับที่ ผู้ใหญ่หลายคนต้องทึ่ง อย่าง คุณปู่ มาเยี่ยมลูก คุณปู่ยังบอกเลยว่า แม่เลี้ยงลูกเก่ง เพราะ ลูกเป็นเด็กมีวินัย มีการรับฟัง และไม่ร้องกรี๊ดกร๊าดโวยวายเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแม่ฟังอย่างนี้ แม่ไม่ได้ดีใจกับตัวเอง แต่ แม่กลับดีใจที่ ทุกคนยกย่องลูก และ ชื่นชมลูกนั่นหมายถึง อารมณ์ที่มั่นคงของลูกเริ่มมี และ การยอมรับเหตุผลของลูกพัฒนาการไปในทางที่ดี  ทำให้หลายคนย่อมประจักษ์ชัด เพราะ นั่นหมายถึงว่า ลูกของแม่ มีการพัฒนาการก้าวไปอีกหลายช่วง สำหรับวัยของลูก

 

แม่ ภูมิใจในตัวลูกมากๆ เพราะ แม่เชื่อว่า ลูกเข้าใจ และ ลูกยอมรับคำพูดของแม่ ลูกมีความเชื่อมั่น เชื่อใจแม่ สิ่งนี่แหล่ะ ที่แม่ภูมิใจนักหนาลูก แม่ได้แบบนี้แม่แล้ว ขอให้ลูกเชื่อแม่ เถิดว่า คำพูดทุกคำของแม่ที่แม่สัญญากับลูก แม่ทำให้ลูกได้เสมอ เพราะคำสัญญาของเรา มันคือสัญญาใจต่อกันนะครับ

     Share

<< Fall HolidayI am sir Will-Will >>

Posted on Sun 8 Apr 2007 23:15