Against on odd

ลูกรักของแม่ - Fall 2006

 

แม่เคยได้ยินเรื่องวัยต่อต้าน จะมาตอนสองขวบ ถึงสามขวบ สำหรับแม่ ลูกมาตั้งกะ ยี่สิบเดือนแล้วนะครับลูก แต่หนักข้อขึ้นทุกทีๆ โดยเฉพาะตอนนี้ที่ลูกสามารถพูดและแสดงเหตุผลของตัวเองได้มากขึ้นทุกที ทุกที แม่ล่ะปวดกระโหลก ปวดกระหม่อม และ ระบบประสาทรวนไป วันละหลายๆรอบ  เลยครับลูก เพราะแม่ต้องพูดซ้ำซาก พูดแล้วพูดอีก อธิบายเหตุผลให้กับลูก พร้อมกันนั้นแม่เองก็ต้องไม่แสดงท่าที หงุดหงิดกับลูกด้วยเพราะแม่รู้ว่ามันจะมีผลต่อการอธิบายหรือชี้แจงเหตุผลของลูก แต่ลูกรู้ไหมครับแม่เหนื่อย...........สมองครับ

 

มองอีกที สำหรับแม่ แม่มองเห็นเป็นโอกาสที่ดี คือ การที่แม่ได้ทดสอบจากลูก ทำให้แม่รู้จักระงับจิตระงับใจ เพราะแม่เองไม่เคยคิดจะเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่แม่อยากเป็นแม่ที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นของลูก ว่าทำไม ลูกถึงต้องการแบบนี้ แบบนั้น ซึ่งตอนนี้ลูกของแม่ เป็นเด็กช่างอธิบายเสียโดยแท้จริง เหตุผลบางเหตุผล แม่ฟังแล้วก็ชวนหัวเราะเสียไม่ได้ คือมันไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีเลยนะลูก แต่ แม่ก็พอใจอย่างน้อย ลูกก็มีความมั่นใจ และพร้อมจะอธิบายและให้เหตุผลตามประสา ความคิดและสมองน้อยๆ ของลูกพาไป ยกตัวอย่างเช่น

 

การฝึกให้แปรงฟัน ลูกจะเม้มปากกัดฟันแน่น แม่ก็ต้องหลอกล่อ ให้ลูกถือแปรงฟันอันหนึ่ง แม่อันหนึ่งผลัดกันแปรง กว่าจะแปรงเสร็จในแต่ละวัน ต้องใช้เวลา ยาวนานเสียเหลือเกิน แต่แม่ก็รู้ว่า คนเรา ไม่ว่าอะไรก็ตามจะภาคภูมิใจกับผลงานของตัวเองและการยอมรับ แม่จะทำทีว่า แม่อยากจะแปรงฟันกับลูกเหลือเกิน แม่จะให้ลูกแปรงก่อน แล้วแม่ก็จะแปรงไปพร้อมๆกับลูก ถ้าลูกแปรงฟันด้านบน แม่จะแปรงฟันด้านล่างให้ลูก ซึ่งลูกก็จะพึงพอใจและแม่จะขอบคุณที่ลูกแบ่งปัน และยอมให้แม่สนุกกับการ “เล่น” การแปรงฟันกับลูกไปด้วย ตอนนี้ลูกของแม่กลายเป็นโปรแปรงฟันชั้นเยี่ยมเลยลูก แม่ก็เป็นโปรดมลมหายใจหอมกรุ่นกันทุกวัน

 

การอาบน้ำก็เช่นกัน ไม่มีวันไหน ที่จะไม่มีปัญหา ไม่ใช่ปัญหาว่า การไม่ยอมอาบน้ำ ลูกของแม่ชอบการอาบน้ำเป็นอย่างยิ่ง แม่ขอให้ อาบในอ่างอาบน้ำทุกครั้งแม่จะล้างมือ สระผม ทำความสะอาดให้ลูกแล้วให้ลูกเล่นน้ำในอ่างได้วันล่ะ 10-15 นาที ในช่วงหน้าหนาว และ 20 นาที ในช่วงหน้าร้อน ลูกก็จะ ลีลา เหลือเกินไม่ยอมขึ้นเพราะ ชอบเล่นน้ำ จนแม่ ต้องบอกว่า หากยังเล่นต่อไป ลูกจะไม่สบายเพราะนานเกินไป แล้วแม่จะเอาของเล่นออกไปหมดนะ นั่นล่ะถึงจะยอม แต่ก็ไม่ได้ผลทุกครั้งหรอกนะ การมีลูกนี่ทดสอบมันสมอง และอารมณ์ของแม่จริงๆ อย่างที่แม่ได้ยินมา ลูกเพื่อนแม่กลัวการ Drain น้ำออกจาก อ่างน้ำ ลูกแม่ไม่เคยมีความกลัวแบบนั้น ลูกแม่จะ ทำเอง ปล่อยน้ำเองทุกอย่าง แต่สิ่งที่ลูกไม่ชอบคือ การต้องออกจากอ่างน้ำนี่ล่ะ แม่ต้องหาวิธีหลอกล่อต่างๆ นาๆ รวมถึงการอธิบายด้วยเหตุผล ตั้งแต่ ว่าได้เล่นกับแดดดี้ ได้ชุดนอนชุดนี้ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ และ อื่นๆ อีกมากมายก็สลับกันได้ผลในแต่ละคืน แตกต่างกันออกไป ตอนนี้สำเร็จคือให้ แดดดี้อาบน้ำให้ลูกแล้วแม่ก็อาบด้วยเลย แล้วแม่บอกว่า แม่จะเสร็จก่อนเดี๋ยวนี้หรือ ลูกไม่ต้องรอเลย อาบเสร็จปุ๊บ เตรียมแต่งตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นแม่ได้ฝึกให้หัดใช้กระดุม เลยกลายเป็นเกมส์ใหม่แสนหรรษาของลูกไปเลย เพราะแม่ทำกระดุมเม็ดใหญ่ให้ลูก เตรียมติดกระดุมแข่งกับแม่ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกชนะหรือแพ้อยู่ฝ่ายเดียวตลอดเวลาชีวิตมันต้องมีสองขั้วถึงจะพอดีนะลูกนะ

 

เรื่องแต่งตัวละไม่ต้องพูดถึง อันไหนไม่ชอบ อันไหนไม่พอใจไม่เคยใส่เลย แม่เองก็เหนื่อยหน่ายใจ เพราะต้อง ถามต้องเตรียมตัวกันก่อน ยิ่งเช้าๆ ก่อนแม่ไปทำงานล่ะไม่ต้องพูดเลย ลูกจะลีลามากที่สุดเลยครับ แม่เลยต้องให้ลูก มีตัวเลือก โดยที่แม่จะเลือกเสื้อผ้าให้ก่อน จากนั้น ลูกจะเลือกในส่วนที่แม่เลือกให้แล้ว แม่คิดว่ามันก็ยังดีกว่า ลูกวิ่งไปวิ่งมาอันนี้ไม่ใส่อันนี้ไม่เอา แต่เมื่อแม่ให้ลูกเลือกแล้วลูกก็ต้องใส่ หากลูกไม่ใส่ แม่ก็จะบอกว่างั้นก็อยุ่บ้านกับสมูทตี้ไปล่ะกันแม่ไม่อยู่แล้วไปล่ะ แม่สายแล้วลูกก็เหมือนจะ เข้าใจรีบเรียกแม่ มาช่วยแต่งตัวแต่โดยไว  เดี๋ยวนี้ก็ดีหน่อยเพราะ เราไปช๊อปปิ้งด้วยกันเลยอันไหนชอบก็ซื้อมา ลูกก็จะได้ใส่เสื้อผ้าที่ลูกชอบลูกเลือกเองทุกตัว ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาของแม่ และให้ลูกตัดสินใจให้ตัวเองก็แล้วกันนะครับ

 

แม่เข้าใจและดีใจที่ลูกมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง เรียนรู้ที่จะต่อรอง แต่บางที ก็อดเหนื่อยไม่ได้ว่า เหตุผลยังมีน้อยนิดจริงๆ แต่แม่อดทนได้นะลูก เพราะหากแม่เลี้ยงลูกอย่างมีเหตุผล แม่เองก็มั่นใจว่าลูกเองก็ต้องมีเหตุผลกับแม่เช่นกัน

 

วันหนึ่ง แม่ กำลังเก็บผ้า ที่ซักมาแล้วพับเก็บเข้าตู้ หากลูกอารมณ์ดีๆ ลูกก็จะมาช่วยแม่เอาถุงเท้ากับกางเกงในตัวเองไปเก็บในลิ้นชักเสื้อผ้าของลูกเอง แต่วันนี้ลูกช่าง คึกคึกเสียเหลือเกิน กระโดดไปมาบนเตียงแม่ จนแม่บอกว่าอย่ากระโดดเล่นบนเตียง เพราะ ลูกเคยตกมาแล้ว แม่ก็บอกว่า ลูกอาจจะตกมาได้นะครับลูก ลูกก็ยังไม่ฟัง จนแม่บอกว่า หากยังไม่ลง แม่จะ Quiet time สำหรับแม่ คือ การให้ลูกอยู่คนเดียวในห้องตัวเอง แม่ไม่ได้ปิดประตูห้องแต่อย่างใด แต่จะให้ไปอยู่คนเดียวห้ามออกมา ซึ่งต่างกับ Time out  ลูกก็บอกว่า Mommy you are not nice to me, I will give you time out…1,2,3,4,5,6,7…..2,3………

 

นับเลข ถูกๆ ผิดๆ จะให้ ไทม์เอ๊าท์แม่เสียแล้วนะลูกนะ แม่ละ อดขำไม่ได้ แต่ ด้วยความเป็นแม่ แม่ต้องอดทน ห้ามหัวเราะ ได้แต่ทำหน้านิ่งๆ พอสงบจิตสงบใจได้ ก็ถามว่าแม่ ผิดตรงไหนทำไมต้องไทม์เอ๊าท์ ลูกก็ต้องอธิบายแม่ ว่าแม่ไม่ให้ลูกเล่น  แม่ก็อธิบายลูกว่าเพราะลูกไม่น่ารัก ไม่ฟังแม่ แม่ไม่อยากให้ลูกเจ็บตัวลูกก็ไม่ฟัง ดังนั้นแม่ ไม่ควรได้รับไทม์เอ๊าท์ ลูกก็เช่นกัน หากลูกคิดว่า ลูกน่ารัก ลูกช่วยแม่ได้ ก็กรุณาเอากางเกงใน และถุงเท้าไปเก็บ ลูกก็ไปนะครับ แม่ภูมิใจในตัวลูกนะครับ เพราะอย่างน้อย ลูกก็มีเหตุผล และ ยอมรับ ในสิ่งที่แม่อธิบาย

 

ตอนนี้ ลูกก็ปรับปรุงตัวเองได้ดีมากคือมีหน้าที่ช่วยแม่ เอาถุงเท้ากับกางเกงในตัวเองไปเก็บ และ ลูกสามารถนับเลขได้ถึง ยี่สิบโดยไม่พลาดแล้วนะครับ ((บันทึกวันที่ 11 พค 07))

     Share

<< I have a dealWinter…Christmas is coming >>

Posted on Sat 12 May 2007 10:43