Collectible learner

Collectible learner - สปริง 07

 

ลูกรักของแม่

 

การบันทึกเรื่องราวของลูก แม่ข้ามตอน ตอนนั้นตอนนี้ไปเรื่อยเลย แต่ เชื่อแม่นะลูก แม่บันทึกเป็นภาษาอังกฤษให้ลูกครบทุกขั้นตอน ส่วนภาษาไทย แม่มาแปล แล้วมาใส่ไว้ในนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อแม่เอง หรือ แม่มีความหวังว่าลูก “อาจจะ” อ่าน ภาษาไทยได้ ในวันหนึ่ง และ อีกอย่างหนึ่งคือ สะดวกแก่ คุณตาคุณยาย และ เพื่อนของแม่ได้มาอ่านด้วย นะครับ

 

แม่ เริ่มสอนเรื่องการสะสมเงิน การรู้คุณค่าของ สิ่งของให้กับลูก เมื่อลูกอายุได้ 30 เดือน หรือ สองขวบครึ่งนั่นเอง แม่ได้เริ่มมา ตั้งแต่ตอนนั้น เพราะ แม่ได้ยินได้ฟัง แม่ๆ หรือ หลายๆ ครอบครัว ในเมื่อยามเราเดินไปซื้อของหรือ แม้แต่ในบทสนทนาบางครั้งในหมู่ญาติมิตร และ เพื่อน ว่า การจะซื้อสินค้า หรือของเล่นให้ลูกแต่ละอย่างบางที มันเป็น สิ่งที่เค้าไม่สามารถที่จะตัดใจจ่ายได้แล้วเค้าจะใช้คำพูดกับเด็กๆว่า  Can’t afford for it  สำหรับแม่ แม่ว่ามันเป็น จิตวิทยาเชิงลบ ฟังแล้วมันหดหู่ ไม่มีความหวังยังไงไม่รู้นะลูกนะ แม่เลยได้เริ่มสอนกับลูกว่า สิ่งของใดที่ลูกต้องการ แม่จะไม่ซื้อให้ทันทีเดี๋ยวนั้น แม่จะบอกว่า แม่ขอคิดก่อน หรือ ไม่ก็ คุยกับ แดดดี้ก่อน ....ลูกก็จะโอเค และ เมื่อมาถึงบ้าน ได้เจอกับแดดดี้ แม่ก็บอกว่า ของมันแพงไปนิดนะลูก เอางี้ไหม รอสะสม เงิน กันซักนิด แล้วเรากลับไปซื้อนะลูก เพราะสิ่งของบางอย่างมันแพงเกินกว่าที่เราจะรีบซื้อมันเดี๋ยวนั้น เลย  หรือ บางครั้งแม่ก็จะอธิบายว่า เอางี้ไหม ของชิ้นนี้แพงไป ลองหา แบบอื่น ที่ใกล้เคียงกัน แต่สนุกเหมือนกัน ได้ไหม บางครั้งลูกก็โอเค ส่วนใหญ่แล้วลูก”เลือก”ที่จะสะสมเงินมากกว่า

 

 แม่กับแดดดี้รู้ดีว่า ระดับเงินเดือน ของแม่กับแดดดี้สองคนรวมกันแล้ว ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถที่จะซื้อให้ลูกได้เลย แม่กับแดดดี้สามารถซื้อได้"เกือบ"ทุกอย่าง  แต่  ไม่คิดว่า จะซื้อทันที เพราะต่อไปลูกจะไม่รู้จักกับคำว่ารอคอย ไม่รู้จักกับคำว่าผิดหวัง ทุกอย่างได้มาง่ายเพียงแค่บอกว่า I want this one , I love it  แม่เลยเริ่มหากระป๋องใส่เงิน ให้ลูก แม่ให้ลูกวันละ 25 เซนต์ เพราะ ของเล่นชิ้นนั้นราคา 25 เหรียญ ในการสะสมเงินครั้งแรก ที่แม่และแดดดี้ต้องการให้เป็นบทเรียนของลูก

 

แม่กับแดดดี้เข้าใจนะลูกว่า สำหรับวัยขนาดลูก แล้ว100 วัน มันเป็นระยะเวลานาน แม้แต่สำหรับแม่ก็เช่นกัน  แม่กับแดดดี้ เลยตัดสินใจว่า ระดับการสะสมเงินของลูกครั้งแรก แม่ใช้เวลา  ซัก 30 วัน แล้วเรา สามคนก็นับเงินด้วยกัน และ เราก็ไปซื้อสินค้าด้วยกัน ซึ่งลูก ดีใจ และ ภูมิใจมากๆ แม่เอง ก็ดีใจกับลูกมากเช่นกันที่ลูก เป็นเด็กหัดฟัง และ มีเหตุผล มีความคิดที่จะเริ่มรู้จัก สะสม และ อดทนที่จะรอ

 

และทุกครั้งที่ลูกอยากได้ อะไร แม่กับแดดดี้ ก็จะใช้วิธีนี้เสมอ แต่จะเพิ่มวันเวลายืดไปเรื่อยๆ จาก 30 วันก็เป็น 5 สัปดาห์ เป็นต้น  ยกเว้นเสียว่า พวก Limited edition อย่างนี้ แม่กับแดดดี้จะแอบซื้อมาไว้ก่อน แล้ว ค่อยเอาให้ลูก ยามเมื่อเงินลูกขึ้นถึงขีดที่แม่กากบาทไว้

 

อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น แม่ ชวนลูก ไปร้านหนังสือ บาร์น แอนด์ โนเบิล เพราะเราสองคน ชอบใช้เวลาที่นี่ ได้เป็นเวลา อย่างน้อย 2-3 ชม เป็นต้นไป การอ่านหนังสือ การนั่งได้ดูรูปภาพ และ การซื้อหนังสือกลับมาบ้าน เป็นสิ่งที่แม่ไม่เคยปฏิเสธ และ ลูกก็รู้ว่า สิ่งนี้สิ่งเดียวที่แม่ไม่เคย บอกลูกว่ารอก่อนเลย และ เรา ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีค่า และวันนี้แม่ได้รับคำชื่นชมจากแม่คนหนึ่งในร้านว่าลูกของแม่ มีมารยาทดี  เป็นเด็กที่ตั้งใจ และ กระตือรือล้นที่จะอ่านหนังสือและค้นหาสิ่งใหม่ๆ ตลอดและรู้จักเก็บหนังสือที่ดึงออกมาเก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อย แม่ก็ปลื้มตามเคยนะลูก แต่แอบสงสัยว่า เอ...ทำไมที่บ้านไม่เก็บเก่งอย่างนี้บ้างหนอ

 

ที่ร้านหนังสือ มีมุม เด็กคือ มุมรถไฟโทมัส ซึ่งเป็น คาแรคเตอร์ที่ลูกชอบมาก และ ลูกมีสะสม ครบทุก คาแรคเตอร์ เป็นงานไม้ทั้งหมด เพราะแม่คิดว่า จ่ายแพงหน่อย แต่ มันใช้ได้นาน ยิ่งไปกว่านั้น แม่สามารถเก็บให้กับรุ่น หลานของแม่ได้ในอนาคตเช่นกัน เพราะงานไม้มันคงทนกว่างาน เหล็กแคส หรือ พลาสติก

 

ลูกก็จะเล่น กับเด็กๆ ในวัยใกล้เคียงหรือโตกว่า ซึ่ง ปีนี้ลูกเล่นได้ดีมากขึ้นรู้จักแชร์ รู้จักมารยาทที่จะเล่นกับ

คนอื่น และมี การพัฒนาการด้านสังคม ในสายตาแม่ เมื่อเทียบกับปีก่อนแม่ต้องบอกว่าดีเยี่ยม ลูกเห็นเจมส์ หนึ่งในคาแรคเตอร์ เรื่องโทมัส ลูกบอกแม่ว่า มัมมี้ เราไม่มีเจมส์เซทนี้นะ แม่ ก็บอกว่า เอางี้นะลูก แม่ขอคิดแล้วก็ปรึกษากับแดดดี้ก่อน เพราะเจมส์ตัวนี้ แม่ให้ลูกดูราคา เค้า ตั้งราคาที่ 32 เหรียญ ลูกก็โอเค วางเจมส์กลับที่เดิม ซึ่งแม่ๆ หลายคนตรงนั้น มองแม่และลูกด้วยสายตา ตลึง...แม่เลยได้รับคำชมอีกหนึ่ง คำใหญ่ๆ ว่า สามารถเลี้ยงลูกให้เข้าใจ ไม่งอแง ไม่กรี๊ด ลงไปกองกับพื้นด้วยความอยากได้ หรือร่ำไห้เสียใจอย่างหนัก แม่เลยได้แต่ขอบคุณ เพราะหากต้องอธิบาย คงต้องอธิบายกันยาวว่า เหตุใด ลูกแม่ถึงมาถึงจุดนี้ได้ เพราะการที่เราได้ทุ่มเท ได้พูดคุยได้อธิบายต่อกันนั่นเอง เชื่อแม่นะลูก การสื่อสารด้วยความปรารถนาดี และด้วยความรัก คนที่รับ ข้อความจากเรา เค้าจะสัมผัสได้เสมอ

 

เมื่อเรากลับมาถึงบ้าน เราทำกิจกรรมอื่นๆด้วยกัน เช่นปกติ เมื่อแดดดี้กลับมาถึงบ้านแม่นึกว่าลูกจะลืม แต่ไม่ลูกบอกว่า แดดดี้ ลูกต้องการปรึกษาบางอย่างแล้วลูกก็เล่าว่า ลูกอย่างได้เจมส์ แดดดี้บอกว่า ขอแดดดี้คิดก่อน เพราะเรามีครบเกินต้องการแล้วลูกก็เงียบไปแล้วตอบว่าโอเค

 

จนผ่านไปสองชั่วโมง ลูกบอกว่า มัมมี้แดดดี้ ไม่ต้องซื้อให้ลูกแล้ว ลูกจะสะสมเงินซื้อเอง ไว้ลูกมีเงินพอ เราไปซื้อกันนะ แม่กับแดดดี้สบตากัน เพราะสิ่งนี้คือสิ่งใหม่ แม่ยิ้มตอบกับลูก บอกว่า โอเค วันนี้แม่เลยให้เงินลูก 50 เซนต์ เกินมา 25 เซนต์เพราะว่าวันนี้ ลูกเป็นเด็กดีแม่อยากจะให้พิเศษ ลูกก็คืนมาบอกว่า ลูกเป็นเด็กดีทุกวัน  I only need what I suppose to get แม่น้ำตาแทบร่วง แม่ดีใจ ปลื้มใจ กับสิ่งทีลูกเป็น สิ่งที่แม่สอนที่แม่ปลูกฝัง มันเริ่มออกดอกออกผลให้แม่ชื่นชมแล้วใช่หรือไม่ครับลูก

 

แม่เองหวังว่า ลูกจะเก็บ และ รักษานิสัย การรู้จักคุณค่าของเงิน รู้จักสะสม และรู้จักระดับตัวเอง เคารพในสิ่งที่ตัวเองมี ภูมิใจที่ตัวเองเป็นได้อย่างนี้ไปจนโตนะลูก และอีกนิสัยที่แม่ภูมิใจมากคือ เรื่องความซื่อสัตย์ของลูก ไว้แม่จะมาบันทึกเรื่องนี้อีกครั้งนะครับ สำหรับบันทึกครั้งนี้ แม่อยากจะลงท้ายด้วยความหวังและตั้งใจ ที่จะเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี มีคุณภาพ มีความเข้าใจความต้องการของตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการมาสนองความต้องการตัวเองเท่านั้น แต่ต้องรู้จักรับผิดชอบและรู้จักตัวเองอย่างนี้ตลอดไป เพราะ มันจะทำให้ลูกมีความสุข และพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี และพอใจที่ตัวเเป็นนะลูกนะ

 

     Share

<< Winter…Christmas is coming Explaination and understanding –Summer 07 >>

Posted on Sat 2 Jun 2007 8:36