Delay solid food and feeding behavior

 

ลูกรักของแม่

 

เรื่องการให้อาหารสำหรับเด็กทารก แม่เห็นหลายแม่หลายคน ต่างคนต่างก็มีทฤษฏีส่วนตัวกันทั้งนั้น หลายคนให้ตั้งแต่ สี่เดือน บางคนก็ หกเดือน แต่แม่ให้กับลูกเมื่อเริ่มเข้าเดือนที่ 7 เหตุผลของแม่ ก็คือ แม่มีความเชื่อส่วนตัวเหมือนที่แม่เคยบันทึกเป็นเรื่องเล่าให้ลูกอ่านเอาไว้ ว่าแม่ เชื่อว่าเด็กต้องนั่งเองได้ก่อน และ ต้องมีฟันแล้วเพราะนั่นหมายถึงว่า ระบบการย่อยอาหาร ได้พัฒนาการสมบูรณ์แล้ว และ แม่ไม่ได้แค่มีความเชื่อเท่านั้น แต่แม่มี ทฤษฏี Support from medical research  Harvard University เป็นการยืนยันว่าเด็กที่ มีฟันขึ้นแล้วและสามารถนั่งเองได้ แล้ว ด้วยตัวเอง คือ เป็นเด็กที่มีการพัฒนาการด้าน ระบบการย่อยได้สมบูรณ์เต็มที่แล้วจริงๆ แม่เองก็เริ่มจาก ข้าวผสมนมแม่ให้กับลูก และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นอาหาร ชนิดอื่นเรื่อยๆ

 

การให้อาหารกับลูก แม่จะเลือกก่อนว่า อันไหนที่มีรสชาดน้อยที่สุด แม่จะไม่ให้มีรสชาดเลยในช่วงสามเดือนแรกเพราะแม่กลัวลูกติดอาหารที่มีรสชาดแล้วไม่ชอบทานอาหารชนิดอื่น นี่ขนาดว่าแม่กลัวลูกของแม่ยังเป็นเด็กทานยากทานเย็น และไม่ค่อยทานอาหารเยอะอย่างที่แม่อยากให้ทานเลย

 

แม่ไม่ได้ให้ลูกเลี่ยงอาหารแพ้ แต่อย่างใด เช่นพวกข้าวสาลี ไข่ นมวัว นมถั่วเหลือง ปลา แม่ให้ลูกลองหมด เพราะแม่คิดว่า ลูกมีสายเลือดของแม่ครึ่งหนึ่ง ลูกไม่น่าจะแพ้อาหาร แดดดี้เองก็ไม่มีการแพ้อาหารแต่อย่างใด อีกอย่างลูกเองได้รับนมแม่ เด็กได้รับนมแม่จะมีการแพ้อาหารน้อยมากในด้านการศึกษาของแม่ และแม่จะให้ซ้ำๆ กันอย่างน้อย สามวัน เพื่อให้แน่ใจว่าลูกไม่แพ้อาหารชนิดนั้นๆ แน่ๆ อย่างนมวัว แม่จะเลือกชีสให้ลูกทาน ปลาแม่จะต้มเป็นน้ำซุป และ ไข่แม่จะบดให้ละเอียดเป็นต้น ข้าวสาลีแม่ก็เลือกในส่วนที่เป็นขนมสำหรับเด็กให้ลูกลอง ลูกก็ปกติดี

 

แต่การทานอาหารของลูกแรกๆ แม่แอบกังวลเพราะลูกทานน้อยมากแม่กลัวลูกได้รับสารอาหารไม่พอเพียง แต่แม่มาพิจารณาแล้วว่า เด็กบางคนเกิดมาเพื่อรับอาหาร เด็กบางคนทานนิดๆ เค้าก็อิ่ม คือไม่ฝืน แม่เลยปล่อย เพราะเมื่อแม่บังคับ ลูกจะอาเจียน แม่เสียใจจังเลยลูก อีกอย่างแม่เห็นลูกของแม่เติบโตดี แข็งแรงสุขภาพดี แม่เลยไม่บังคับ แต่สิ่งที่แม่ กำหนดกฎเกณท์ เสมอเลยคือ อาหารที่ลูกทานทุกมื้อต้องครบอาหารหลักทั้งหมดทั้งมวล อย่างละนิดอย่างละหน่อย และ อาหารที่ลูกได้รับ ต้องมีพลังงานเพียงพอ ซึ่งลูกของแม่เป็นเด็กทานอาหารที่มีคุณภาพ ลูกไม่ชอบแคนดี้ ลูกไม่ชอบทานช๊อกโกเลต ลูกไม่ใช่เด็กที่จะเอาขนมมาล่อในสิ่งที่ คนตัวโตอยากให้ลูกทำ ลูกไม่เคยสนใจ ลูกสนใจว่า สิ่งที่ลูกจะต้องทำคืออะไรมากกว่า แม่เองไม่เคยห้าม แม่ให้ลูกลองและอธิบายด้วยว่า เหตุใดแม่ไม่ชอบ ทานแคนดี้ แม่ไม่ชอบทานนั่นนี่ แม่จะบอก แต่ไม่ได้บอกลูกว่าไม่ดี แต่จะบอกว่า ประโยชน์กับโทษของมัน ลูกเองก็เลือกเองด้วย แม่ว่า แม่โชคดี

 

การดื่มนม ลูกดื่มนมค่อนข้างเยอะ แม่เองลิมิตการดื่ม หลังจากที่เริ่มโซลิดให้กับลูก แต่ ลูกยังรักการดื่มนมจากเต้าเหลือเกิน รักมาก แม่ก็ไม่ว่าอะไร แม่เริ่มให้ลูกดื่มนม เสริม เมื่อลูกอายุ เกิน 14 เดือนไปแล้ว ซึ่งแม่ก็คิดว่ามันดี แต่แมต้องมาเลิกให้ลูกดื่มนม จากเต้า เพราะน้ำหนักลูกเริ่มนิ่งเริ่มคงที่ เมื่ออายุ 14-18 เดือน แม่เลยจำต้องตัดนมแม่ออกและเลือกให้ลูกดื่มนมแคลอรี่สูงแทน แม่เองเสียใจ และ เสียดาย เพราะแม่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า เพราะลูกของแม่ซนเหลือเกิน เล่นทั้งวัน แรงพละกำลังมากมาย และยิ่งไปกว่านั้น ลูกไม่นอนกลางวัน แต่ไม่เป็นไร เพราะเมื่อเลิกนมแล้วลูกก็ ย่อมเติบโตตามวัยนั่นเอง

 

เมื่อแม่เลิกนมแม่เด็ดขาด อาหารที่ลูกต้องรับมันต้องมากขึ้น แม่ต้องคำนวณและคิดมากขึ้น ลูกชอบทาน อาหารพวกเส้น เช่นพาสต้า ก๋วยเตี๋ยวแม่ต้องหา เส้นพวกนี้ เป็นแบบ ออร์แกนนิค หรือ พวกมีไฟเบอร์สูง เพราะแม่คิดว่ามันดีมีประโยชน์มากกว่า และ เมื่อลูกเริ่มทานอาหารบนโต๊ะอาหารมากขึ้น แม่เริ่มให้ความสำคัญกับมารยาทการทานอาหารบนโต๊ะอาหาร แม่ไม่ชอบระบบ ปล่อยให้เด็กวิ่งแล้ววิ่งกลับมาทานอาหารใช้เวลา เป็นชั่วโมงในการทานอาหาร และไม่ชอบที่จะวิ่งตามแล้วป้อน ในความเห็นของแม่ แม่ว่าเป็นการไร้มารยาทและสอนให้ลูกขาดวัฒนธรรม ขาดความรับผิดชอบอย่างรุนแรง เล่นก็เล่น ทานก็ทาน ต้องรู้จักว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่คืออะไร ไม่ใช่ วิ่งไปแม่ก็ต้องวิ่งตาม อย่างนั้น ไม่ใช่ ไม่เอา แม่ไม่ทำแน่ๆ และ ลูกก็รู้ว่าแม่เข้มงวดกับสิ่งเหล่านี้ เราตกลงกันเลยว่า ไม่ว่าอย่างไรลูกต้องรับผิดชอบกับอาหารตรงหน้าให้หมดก่อน แล้วค่อยไปเล่น แต่แม่ก็ไม่ได้บังคับว่าต้องหมดทุกมื้อ เอาเท่าที่ลูกทานได้ แค่ไหนแค่นั้น เพราะแม่รู้ว่าลูกของแม่ไม่ใช่เด็กทานเก่งไม่ใช่เลย ปริมาณที่ลูกทานแม่มองๆ และสังเกตเกือบจะครึ่งหนึ่งหรือ ¼ ของเด็กที่นี่ทานกัน แต่ลูกของแม่ไม่ใช่เด็กไม่แข็งแรงไม่ใช่เด็กอ้วน แม่คิดว่าส่วนหนึ่งลูกได้แฟรม จากแดดดี้ และ แฟรมจากแม่ด้วยเช่นกัน เพราะแดดดี้กับแม่ไม่มีใครอ้วนหรือน้ำหนักเยอะ

 

แม่ต้องบอกว่าแม่ภูมิใจมาก ลูกรับผิดชอบในส่วนนี้ได้ดีมากๆ แม่ไม่เคยต้องวิ่งตามป้อน หรือมีปัญหากับลูกเลยแม้กระทั่งแม่ เอาลูกไปร้านอาหารที่มีเครือ่งเล่นหรืออะไรก็ตาม ลุกรู้ว่า หน้าที่ของลูกคือต้องทานให้หมดก่อน อยากเล่นอะไร ก็หมายตาไว้แล้วค่อยไปเล่น 

 

แม่ไม่ชอบ ที่แม่หลายๆคนปล่อยให้เด็กทานไปเล่นไป แม่คิดว่า เป็นการสร้าง ความขาดความเคารพ ขาดการระเบียบวินัย จริงอยู่บอกว่า อย่างน้อยลูกก็ได้ทานอาหาร แต่ การที่ลูกขาดระเบียบวินัย ไม่รู้จักว่าเวลาไหนควรทำอะไร ต่อไปลูกติดนิสัยนี้แล้ว จะแก้ไขได้ไหม เพราะเคยชินกับการทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่มองถึงความ รับผิดชอบ การสอนให้เด็กรู้จักรับผิดชอบมันจะต้องเริ่มต้นด้วยหน่วยน้อยๆ หน่วยความความรับผิดชอบค่อยๆใหญ่ไปเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องที่ต้องสอน ต้องอบรมไม่ใช่ เอาง่ายเข้าไว้ก่อน

 

หลายคนอาจจะมองว่าแม่เข้มงวด แต่สำหรับแม่ แม่ว่ามันมีประโยชน์กับตัวลูกเองในอนาคต ลูกจะรู้จักระเบียบวินัย และรู้จัก ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ เพราะคนเรา มันต้องอยู่ในสังคมมันต้องรู้จักระเบียบ ต้องรู้จักกฎเกณท์ดังนั้น ลูกของแม่ไม่เคยมีปัญหาร้องกรี๊ดกร๊าดโวยวายเมื่อไม่ได้สิ่งที่ตัวไม่ได้ดังใจ หรือ วิ่งรบกวนคนอื่นไปทั่วร้านอาหาร แม่ว่า เด็กวิ่งไปรอบๆ มันน่ารำคาญและอันตรายมากๆ สำหรับคนทำงานในร้านอาหาร เพราะ การที่พนักงานต้องแบกอาหารต้องระวังไม่ให้โดนเด็ก ไม่ให้กระทบลูกค้า การทานอาหารทุกคนออกมาทานก็ย่อมอยากได้ความสบาย ความอร่อยความอิ่มเอม กลับต้องมาเห็นเด็กกรี๊ดๆ วิ่งไปวิ่งมา แม่ว่า มันน่ารำคาญนะลูก นี่ขนาดว่าแม่เป็นแม่ แม่มีเด็กมีลูกเป็นของตัวเอง แม่ยังคิดเลยว่า มันไม่เอาไหนมากๆ

 

แม่ เองได้รับคำชม จากหลายคนเรื่องมารยาทการทานอาหารบนโต๊ะอาหารของลูก แม่ภูมิใจ ไม่ได้ภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจในตัวลูกมากกว่า กว่า ลูกรู้จักตัวเองว่ากำลังทำอะไร รู้จักรับผิดชอบ และมีระเบียบวินัย แม่ขอบคุณนะลูกที่เป็นเด็กดี และ รู้จักเคารพตัวเองและเคารพคนรอบข้าง

 

เพราะแม่เชื่อว่า หากเรารู้จักเคารพตัวเองและเคารพคนรอบข้าง เราก็ย่อมได้รับสิ่งนั้นตอบแทน เชื่อแม่สิลูก

ลูกจะเป็นเด็กที่มีคุณภาพ มีระเบียบวินัยในตัวเอง มีความรับผิดชอบ หากลูกยังยึดถือและปฏิบัติอย่างนี้ไปในอนาคต และแม่ก็มั่นใจว่าลูกของแม่จะเป็นเช่นนั้น

 

รักลูกสุดหัวใจ

     Share

<< Breast feeding14 weeks gestational age >>

Posted on Sun 14 Oct 2007 2:56


Baby basic health care
Helping baby sleep
My pregnancy 19 weeks journal
Basic infant care
The heart pump
Newborn Screening
The Gifts of parenthood
My pregnancy 18 weeks journal
Words from you praised me
Deal with bully
My pregnancy 17 weeks journal
Home remedies
16 Weeks of your life
Our second meet
Routine test during pregnancy
Tests for pregnancy part I
Week 15 of pregnancy
Self esteem and dealing with tantrum
14 weeks gestational age
Delay solid food and feeding behavior
Breast feeding
Bye bye The first trimaster
Only I love you
Way you love me
12 weeks together
Eating for two
Close to you
An ability to read
my little turtle
I grow with you
10 weeks I have you
8 th week pregnancy
morning sickness
Peek-a-boo
Natural intended
Explaination and understanding –Summer 07
Collectible learner
Winter…Christmas is coming
Against on odd