Self esteem and dealing with tantrum

ลูกชายตัวน้อยของแม่

 

ลูกรู้ไหมจังหวะอายุ 3 ขวบ 9 เดือนของลูก เป็นช่วงจังหวะที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีภาวะอารมณ์ มีความคิดค่อนข้างชวนแม่ ปวดสมอง ปวดหัว ปวดอารมณ์กับลูกทุกวันเลย เพราะลูกเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองหรือภาษาไทยน่าจะเรียกว่า “เด็กดื้อ ”

 

ลูกจะมีคำถาม มีกริยาชวนให้แม่ปวดหัวปวดสมองเสมอ เช่นแม่บอกให้ทำ อย่างนี้ลูกจะไม่ แล้วจะทำต่อไปและจะมีเหตุผลของตัวเองอธิบายไปเรื่อย ลูกรู้ไหมว่า อารมณ์ของแม่เดือดปุดๆ ตัวแม่แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยอารมณ์ และความเก็บกด แต่แม่แสดงออกไม่ได้ เพราะแม่รู้ว่า หากแม่แสดงอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจออกไปเมื่อไหร่ ผลย้อนกลับจากลูกจะตรงมาหาแม่เมื่อนั้น แล้วใครเล่าจะเสียใจ ก็แม่นี่ล่ะจะเสียใจยิ่งกว่า เพราะ สิ่งที่เฝ้าสอนสิ่งที่เฝ้าประคับประคองจากเล็กจนโต กลับกลายเป็นว่า หายไปหมดสิ้น แม่จะได้เด็กเจ้าอารมณ์มาแทน แม่เลยต้องระงับอารมณ์เหล่านั้น พยายามรับฟัง พยายามอธิบายและให้โอกาสทั้งตัวลูกและแม่ได้ฟังและรับฟังทั้งสองฝ่าย

 

บางทีแม่อดทนแทบจะไม่ไหวแม่ต้องบอกกับลูกว่า รู้ไหมหากแม่สามารถจับลูกม้วนๆ พับๆ เก็บได้แม่จะพับและเก็บลูกไว้ในท้องเหมือนเดิม จะได้ไม่ต้องมาต่อรองไม่ต้องมาเถียงมาหาเหตุผลกันแบบนี้ เพราะลูกไม่ฟัง ลูกก็หัวเราะคิกคักถูกใจ พาลไถลพูดไปว่าแม่ท้องจะแตกหากแม่พับลูกเก็บไว้ ลูกรู้ไหมเสียงหัวเราะของลูกนี่แหล่ะทำให้แม่คิดได้ว่าลูกยังเล็กนัก ต้องเรียนรู้ ต้องค่อยๆ ปรับความรู้สึก ความคิดและอารมณ์ของตัวเองหนักหนากว่าผู้ใหญ่ที่ตัวโตเติบโตมากกว่าลูกหลายสิบปีนัก เพราะวัยขนาดลูกการควบคุม คือการยากนักหนา เพราะขนาดผู้ใหญ่อย่างแม่ยังรู้สึกเลยว่ามันยาก มันเหนื่อย แต่มันดีกับตัวเอง

 

 ดังนั้นแม่ต้องยิ่งควบคุมสติและอารมณ์ให้มากยิ่งขึ้น เพราะหากแม่ควบคุมได้ ลูกก็จะรู้จักที่จะมีสติ มีการควบคุมอารมณ์ แม่รู้ว่าลูกเป็นเด็กมั่นใจตัวเอง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรและเข้าใจอารมณ์ตัวเอง และคนอื่นมากขึ้น  แต่ ด้วยวัยของลูก ลูกยังต้องการคำชี้แนะ คำอบรมสั่งสอน อบรม จัดลูกให้เข้ารูปเข้ารอย แม่ไม่ได้ต้องการให้ลูกอยู่ในกรอบที่แม่ต้องการ แม่เพียงต้องการให้ลูก รู้จัก แยกแยะให้ออก ว่าอันไหนควรฟัง อันไหนควรทำ และอันไหนดี ไม่ดีกับตัวลูกเอง จริงอยู่ มันอาจจะยาก และ ค่อนข้างฝืนต่อการปฏิบัติ แต่เมื่อลูกได้ทำไปซักระยะ ลูกจะเกิดความคุ้นเคยกับมันดี ลูกรู้ไหมคนที่มั่นใจตัวเอง อยากทำอะไรได้วยตัวเองแต่ไม่ฟังเสียงของคนอื่นเลยนั้น ไม่ได้เรียกว่า เป็นคนที่ฉลาดนัก คนที่มั่นใจตัวเองต้องรู้จักที่จะฟังคนอื่นด้วยเช่นกัน ต้องรู้จักกฏเกณท์รู้จักระบบระเบียบ และจัดการกับสภาพความคิดและอารมณ์ตัวเองได้

 

ลูกรู้ไหม แม่เห็นลูกกอดอก ทำหน้ามุ่ย แล้วแสดงอาการไม่เห็นด้วยกับแม่นั้น แม่เจ็บปวดหัวใจ แต่มันเป็นสิ่งที่แม่ยอมรับ และต้องยอมรับเพราะมันคือ ความเป็นตัวตน และ การแสดงความเห็นของลูกเช่นกัน แม่ให้โอกาสลูก ลูกก็ต้องให้โอกาสแม่อธิบายสิ่งที่เราต้องการเช่นกัน

 

จริงอยู่วัยขนาดลูกตอนนี้ เป็นวัยที่มีความเป็นตัวตน สูง แม่เองก็เปิดโอกาสให้กับลูกเต็มที่ การลงโทษของแม่มีเพียงแค่คำพูด ทำความเข้าใจการต่อรอง และ การเคารพต่อกัน เมื่อเราไม่โอเคกัน แม่ก็ถือว่า เราจะไม่พูดกันแล้ว สำหรับเรื่องนี้และแม่จะจบ แล้วบอกกับลูกว่า เพราะถือว่าเรามีปัญหาต่อกัน ไว้ลูกพร้อม แล้วมาคุยกันใหม่ อย่าง ไทม์เอ๊าท์ มันใช้ไม่ได้ผลแล้วสำหรับวัยอย่างลูกจะให้แม่ตี แม่ก็ไม่คิดจะตี เพราะแม่คิดก้าวไปข้างหน้าถึงสิบปีว่าหากวันหนึ่งลูกไม่ฟังแม่ แม่จะวิ่งถือไม้เรียวตีลูกเหรอ มันไม่ได้แล้ว ลูกโตเกินไป โตเกินกว่าที่จะบังคับกันด้วยไม้เรียว ดังนั้นการฝึกการสอนให้ลูกรู้จักเคารพ และการรับฟัง แม่อาจจะเหนื่อย อาจจะปวดสมองในตอนนี้ แต่แม่เองคาดหวังว่า เมื่อลูกโตมากขึ้น ลูกจะมีเหตุผลมากขึ้นเช่นกัน มากกว่าอารมณ์ที่ลูกใช้อยู่ในวัยเท่านี้

 

แม่รู้ว่าลูกโกรธลูกไม่พอใจในบางครั้ง เพราะลูกบอกว่า I angry with daddy, I angry with you  แม่เข้าใจและแม่ก็บอกกับลูกว่ามันโอเคหากลูกจะโกรธ มันโอเค หากลูกจะโมโห หรือไม่พอใจ แต่มันไม่โอเคที่ลูกจะมีพฤติกรรมที่แม่กับแดดดี้มองเห็นแล้วว่า ดื้อเกินไป หรือ self esteem สุดโต่งขนาดนั้น แม่รู้เพราะแม่ อ่านจากบทความต่างๆ ที่หมอเด็ก และ นิตยสารต่างๆ ได้เขียนกับเด็กที่มีความมั่นใจตัวเองมากๆคือ จะ เป็นในลักษณะ

 A child who has healthy self-esteem tends to enjoy interacting with others. He or she is comfortable in social settings and enjoys group activities as well as independent pursuits. When challenges arise, he or she is able to work toward finding solutions. He or she voices discontent without belittling herself or others. For example, rather than saying, "I'm an idiot," a child with healthy self-esteem says, "I don't understand this." He or she knows his or her strengths and weaknesses, and accepts them. A sense of optimism prevails.((ref :: David Sheslow, PhD and Colleen Taylor Lukens, MA))

แม่อ่านแล้วแม่รู้เลยว่า นี่แหล่ะลูกแม่จริงๆลูกเป็นเด็กกล้าทำอะไรใหม่ๆ ลูกไม่เคยลังเลที่จะลอง หากลูกไม่แน่ใจลองจะบอกว่า ลูกไม่รู้ว่าต้องทำยังไง โชว์ให้ดูหน่อยได้ไหม อธิบายได้ไหมลูกจะเป็นเด็กที่มั่นใจที่จะทำ แม่รู้ดี และ แม่รู้ว่า คำพูดของแม่ และ ของแดดดี้นี่แหล่ะมีส่วน สำคัญต่อการเติบโตของลูก เพราะการแสดงออกการชื่นชมจากแม่ให้กับลูกไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ มันมาจากใจของแม่  และ เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงมั่นใจให้กับลูกต่อไปในอนาคต ดังนั้นคำพูดของแม่ในการเตือน ในการสอนลูกเวลาลูกดื้อแล้วแม่โมโหแต่ละครั้ง ลูกรู้ไหม แม่ต้องนับ ต้องสงบใจตัวเองคิดเสมอว่า ใจเย็นๆ พูดยังไงผลอย่างนั้น ........

แม่และแดดดี้เองพยายามที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เพราะแม่รู้ว่า เราพ่อแม่ลูกจะเป็นกระจกส่องให้กันและกัน ดังนั้นแม่แสดงอะไรออกไป ลูกนี่ล่ะจะส่องจะแสดงให้แม่เห็นว่า แม่ได้ทำอะไรลงไปบ้างกับลูก แม่รู้ว่าความรักของแม่ จะไปด้วยกันพร้อมๆกับความมั่นใจของลูกเชื่อแม่เถอะว่าไม่ว่าจะอะไรก็ตาม แม่ไม่เคยมีความเปลี่ยนแปลงความรู้สึกความรัก ความห่วงใย และความหวังดีของแม่ที่มีต่อลูกได้เลย เพราะแม่เองก็รู้ว่า แม่เลี้ยงลูกด้วยระบบชื่นชม ระบบให้กำลังใจและ ปลื้มใจกับลูกเสมอ อันไหนแม่ไม่พอใจแม่จะบอกว่าอันนี้ไม่น่ารักนะลูก แม่ไม่ชอบเลย เมื่อลูกปรับปรุงตัว แม่จะชมแล้วชมอีก เพราะมันมาจากหัวใจของแม่จริงๆ และ ลูกก็รู้ว่าแม่หมายความว่าอย่างนั้น แม่รู้บางครั้งสิ่งที่แม่บอกลูกไปว่า แม่ไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้ ลูกจะบอกว่า ลูกไม่ได้ไม่น่ารัก ไม่ได้น่ารังเกียจ แม่ก็จะบอกว่า ไม่ใช่ตัวลูก แต่พฤติกรรมลูกต่างหาก แม่อยากให้ปรับปรุง แม่รู้ว่าบ้านเราเป็นบ้านแห่งความสุข เพราะ เราทำให้มันมีความสุข แต่ บางครั้งมันก็ต้องมีบางที่ เมื่อมีเสียงหัวเราะ มันก็ต้องมีเสียงร้องไห้ เสียงแห่งความขัดใจของลูก ลูกรู้ไหมไม่มีพ่อแม่ที่ไหน อยากเห็น น้ำตาของลูก ไม่อยากเห็นสีหน้า ไม่มีความสุขของลูก แต่ อย่างที่แม่เคยบอก เคยสอนลูกเสมอว่า น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไร คนเรามันต้องมีเหตุผล เพราะหากน้ำตาช่วยได้ ทุกคนคงร้องไห้กันหมด แล้วได้ในสิ่งที่ตัวเองหวังและตั้งใจ......แม่ดุ แม่เข้มงวดกับลูก แม่อยากให้ลูกรู้นะลูกว่าแม่รัก แม่หวังดี เพราะลูกไม่ใช่ใครอื่นไกล คือหัวใจ คือลมหายใจของแม่ คือชีวิตของแม่ และ เหนือกว่าทุกๆสิ่งที่แม่มีในชีวิต เชื่อแม่นะลูกว่าแม่รักลูกทุกๆ อณูเนื้อ ทุกส่วนของลูก รัก รัก รัก อย่างไม่สามารถอธิบายได้เลย และ แม่ภูมิใจที่ลูกเป็นเด็กมีความมั่นใจ แต่ขอให้ความมั่นใจของลูกอยู่ในขอบเขตแห่งความพอดีนะลูกนะ

     Share

<< 14 weeks gestational ageWeek 15 of pregnancy >>

Posted on Thu 18 Oct 2007 5:08


Immunizations
Knock Knock who is there??
Baby basic health care
Helping baby sleep
My pregnancy 19 weeks journal
Basic infant care
The heart pump
Newborn Screening
The Gifts of parenthood
My pregnancy 18 weeks journal
Words from you praised me
Deal with bully
My pregnancy 17 weeks journal
Home remedies
16 Weeks of your life
Our second meet
Routine test during pregnancy
Tests for pregnancy part I
Week 15 of pregnancy
Self esteem and dealing with tantrum
14 weeks gestational age
Delay solid food and feeding behavior
Breast feeding
Bye bye The first trimaster
Only I love you
Way you love me
12 weeks together
Eating for two
Close to you
An ability to read
my little turtle
I grow with you
10 weeks I have you
8 th week pregnancy
morning sickness
Peek-a-boo
Natural intended
Explaination and understanding –Summer 07
Collectible learner