The Gifts of parenthood

The Gifts of parenthood

 

ลูกคือ ของขวัญล้ำค่าที่สุดของคนที่ได้เป็นพ่อแม่ที่ในชีวิตนี้จะได้รับ

 

ในช่วงที่ได้อุ้มลูกครั้งแรกนั้น รู้เลยว่ามันคือ Miracle of life มหัศจรรย์แห่งชีวิตได้อยู่ในอ้อมแขนแล้ว โลกของแม่ก็จะสวยงามและเข้มแข็งขึ้น แม่ได้รับประสบการณ์ของความรู้สึกใหม่ๆทุกวัน บางครั้งก็รู้สึกว่ามันคือความสุข ความรัก บางครั้งก็รู้สึกสับสนไม่แน่ใจ งุนงง เหนื่อยและหมดแรง แต่ โดยทั้งหมดทั้งมวลแล้ว แม่ยินดีที่ได้มีลูกในชีวิต แม่รู้ว่าสิ่งที่ ลูกให้กับแม่ ในวันที่แม่ได้เปลี่ยนจากผู้หญิง คนหนึ่งเป็นแม่นั้น ลูกได้ให้ ของขวัญที่สำคัญในชีวิตกับแม่คือ ปริมาณความรักที่ลูกให้กับแม่ไม่มีวันหมด  ลูกเชื่อมั่นใจตัวของแม่ แม่คือแหล่งอาหาร ความอบอุ่น ความปลอดภัย

 

สิ่งที่แม่ และ แดดดี้คิดจะมอบให้กับลูกทั้งสองของแม่คือ

 

ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ความมั่นใจตัวเอง  ความเชื่อ ความศรัทธาในตัวเอง คุณค่าของตัวเอง ความสุขในชีวิต สุขภาพดี มีความปลอดภัยในชีวิต และ ความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆรอบตัวได้ดี

 

ตอนที่แม่รู้ว่าแม่ท้องครั้งแรก แม่ตื่นเต้นที่สุด และยิ่งไปกว่านั้นแม่อ่านหนังสือเยอะมาก มากเสียจนต้องบอกว่าหนังสือกี่เล่มในท้องตลาดแห่งหนังสือแม่อ่านหมด แม่ต้องการความมั่นใจ ความรู้ การศึกษาและสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกตัวเองให้ดีที่สุด

 

สิ่งแรกที่แม่คิด และ ทำคือ การทำให้ลูกของแม่สุขภาพดี คือ แม่ตั้งใจเต็มที่ที่จะให้ ลูกได้รับนมแม่ การเลือกหมอเด็กให้กับลูกว่า จะเป็นหมอคนไหน แม่ทำการศึกษาอย่างดี ถามจากเพื่อน จากอินเทอเนต เช็คประวัติจนมั่นใจ เพราะเด็กแรกคลอดต้องเจอหมอ แต่ละเคสไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าคลอดออกมาแล้วมี ความแข็งแรงแค่ไหน แต่โดยปกติ จะต้องได้เจอหมอเด็กทันทีที่แรกเกิดจากนั้นอีกครั้งคือ สี่สัปดาห์  ((แล้วแม่จะมาเพิ่มเติมตรงนี้อีกครั้ง))

 

ปกติหมอเด็กจะมาเช็ควันที่เด็กคลอด และ ก่อนจะเช็คจากโรงพยาบาล และจะคุยกับพ่อแม่ของเด็กก่อนว่า เด็กเป็นอย่างไร แข็งแรงดีไหมมี อะไรผิดปกติ ซึ่งหมอจะเช็คสภาพร่างกาย โดยเช็คการได้ยิน การมองเห็น นิ้วมือนิ้วเท้า ครบไหม ข้อต่อกระดูก ข้อต่อสะโพกแข็งแรงดีหรือไม่ หรือมีปัญหาอื่นใด ต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาหรือ จะกลับบ้านได้พร้อมครอบครัว

 

สิ่งที่แม่เคยทำรายการไว้ว่าต้องคุยอะไรกับหมอเด็กบ้างคือ

 

1.เมื่อไหร่ที่แม่จะสามารถนำลูกกลับบ้านได้ หลังคลอด เพราะปกติ การคลอดโดยธรรมชาติ แม่ที่แข็งแรงใช้เวลารักษาตัวเองแค่ 24-48 ชม ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้พร้อมลูกที่สุขภาพดี หากต้อ

ผ่าตัดนั่นหมายถึงจำนวนชั่วโมงหรือจำนวนวันของแม่และลูกต้องอยู่ในโรงพยาบาลนานขึ้น 

 

หมอจะดูคะแนน Apgar scoring system ซึ่งคะแนนต้องไม่ต่ำ เพราหากคะแนนต่ำ เด็กต้องได้รับความช่วยเหลือโดยไวหรือต้องอยู่โรงพยาบาลจนหมอแน่ใจว่า แข็งแรงดี คะแนนที่วัดคือ

 

การเต้นของหัวใจ โดยหมอจะวัดเป็น 0 1 2 คะแนน

โดยให้คะแนนดังนี้ หากหัวใจไม่เต้นเมื่อคลอดหมอจะให้คะแนนที่ 0 เต้นน้อยกว่า 100 ครั้ง/นาที จะให้คะแนน 1 และหากเต้นมากกว่า 100 ครั้ง/นาที จะได้ 2

 

การหายใจ เหมือนกับการเต้นของหัวใจ คือ 0 1 2 คะแนน

หากไม่หายใจ ก็จะให้คะแนนที่ 0 หากออกมาแล้วร้องช้าๆ ร้องเบาๆ จะให้ที่ 1 แต่ออกมาแล้ว ร้องเสียงดังฟังชัด ก็ 2 คะแนน

 

กล้ามเนื้อ

หากอ่อนแอปวกเปียก โดยหมอจะลองจับแขนขา และ เช็คช่วงสะโพก หากเด็กไม่มีการตอบรับ หมอจะให้ 0 หากมีการตอบโต้บ้างจากแขน และ ขา หมอจะให้ 1 และ หากเป็นเด็ก Active motion 2 คะแนน

 

การตอบโต้  ทางปฏิกริยา

หากไม่ตอบโต้ใดๆ เลย หมอให้ 0 คะแนน หาก มี การแสดงออกถึงทางสีหน้าเมื่อคลอดออกมาเจออากาศครั้งแรกหมอจะให้ 1 และหากแสดงออกทางสีหน้า หรือการไอ หรือการจามหมอจะให้ 2

 

สีผิว

หากออกมาสีซีดจาง 0 หากออกมาตัวสีชมพู แต่มือและเท้าสีซีดหรือออกน้ำเงิน หมอให้ 1 และหากออกมาชมพูทั้งตัวหมอให้ 2

 

ดังนั้นเด็กคนไหนได้คะแนนดี ก็ถือว่าเป็นเด็กแข็งแรงในระดับหนึ่ง จากนั้นหมอจะทำการตรวจต่อไป เกี่ยวกับสภาพของหัวใจ ปอด หู การฟัง ลิ้น และอื่นๆ

 

2. หากมีลูกชาย แม่จะให้ ลูกขลิบหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่ค่อนข้างให้ความสำคัญ เนื่องจาก แม่ไม่ค่อยอยากให้ลูกขลิบแต่แดดดี้ อยากให้ทำ แม่เลยคิดว่า ใครที่มีลูกชายควรศึกษาเรื่องนี้ให้ดี ถึงผลดีผลเสียอย่างไร แม่ไม่อยากให้ความเห็นเพราะถือว่าเป็นเรื่องของแต่ละความคิด ความเชื่อของแต่ละครอบครัว มันเป็นการตัดสินใจค่อนข้างละเอียดอ่อนสำหรับ แม่ ที่จะมีให้กับลูก แม่ไม่อยากให้หลายคนรู้สึกเสียใจหรือผิดที่ตัดสินใจให้ลูกทำไปแล้วเหมือนกับที่แม่รู้สึก แต่ ในเมื่อทำไปแล้วแม่ก็ยอมรับมันไป

 

3.แม่คุยกับทางหมอเลยว่า แม่ต้องการให้นมลูกเท่านั้น ไม่ให้นมอื่นเสริม ไม่ว่าจะอย่างไร เพราะบางครั้งทางโรงพยาบาลจะให้นมฟอร์มูล่ากับลูก ซึ่งแม่ไม่ต้องการ สำหรับลูกของแม่ แม่ต้องการให้นมของแม่เท่านั้น เพราะแม่มีความเชื่อว่าลูกคนก็ต้องได้รับนมคน อย่างน้อยก็ 1 ปีไปแล้ว

 

นอกเหนือจากนี้ ในวันที่แม่ต้องไปโรงพยาบาลแม่ได้เตรียมสิ่งของเหล่านี้สำหรับแม่ และลูกคือ

 

1. เตรียมทำอาหาร เก็บแช่แข็งไว้ เพราะ ช่วงที่การมีลูกใหม่ๆ แล้วเลี้ยงคนเดียวแบบแม่ มันลำบากที่จะมาทำอาหารแต่ละครั้ง ดังนั้นแม่เลยทำเตรียมไว้ แม้ว่าแม่จะได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนและเพื่อนบ้านเช่นกัน แต่การที่เราได้เตรียมตัวไว้ก่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี

 

2. ทำลิสต์ชื่อคนที่เราต้องการจะ ทำ Birth announcement ว่าจะมีใครบ้าง

 

3.ทางที่จะไปถึงโรงพยาบาลได้เร็วที่สุด เมื่อแม่ปวดท้องคลอด แต่ แม่ไม่ได้ใช้เพราะแม่ได้รับการผ่าตัดแบบนัดไว้แล้ว ที่จอดรถ ทางเข้าของโรงพยาบาล ที่เป็นส่วนของ Birth center ร้านอาหารสำหรับแดดดี้

 

4. เบอร์โทรศัพท์ สำหรับกรณีฉุกเฉิน ในกรณี่ที่แดดดี้ไม่สามารถขับรถไปได้ใครจะไปส่งได้ หรือจะให้รถของโรงพยาบาลมารับเป็นต้น

 

5. เพคกระเป๋า สำหรับตัวแม่เอง ที่จำเป็นต้องใช้ในโรงพยาบาลเช่น พวกชุดนอน ของใช้ในห้องน้ำ เสื้อชั้นในให้นมลูก กางเกงใน เสื้อผ้าใส่วันกลับ และเสื้อผ้าของลูกในการใส่กลับบ้านที่เหมาะสมกับฤดูกาล

 

6.คาร์ซีท สำหรับ เอาลูกกลับบ้าน ซึ่งต้องจัดตั้งอย่างถูกต้อง

 

อันนี้คือสำหรับการจัดเตรียมไว้หากแม่มีเวลาคราวหน้าแม่จะมาบันทึกเกี่ยวกับ Basic infant care ไว้เป็นบันทึกคราวต่อไปนะลูก

     Share

<< My pregnancy 18 weeks journalNewborn Screening >>

Posted on Mon 12 Nov 2007 3:15


26 weeks mommy diary
The first month
Sex during pregnancy
25 weeks mommy diary
24 Weeks Mommy Diary
Tiny baby big list.
Be prepared
23 weeks pregnant
Fetal development :: Week 21-22
Icky patchy itchy skin while preggy
20 weeks together
Immunizations
Knock Knock who is there??
Baby basic health care
Helping baby sleep
My pregnancy 19 weeks journal
Basic infant care
The heart pump
Newborn Screening
The Gifts of parenthood
My pregnancy 18 weeks journal
Words from you praised me
Deal with bully
My pregnancy 17 weeks journal
Home remedies
16 Weeks of your life
Our second meet
Routine test during pregnancy
Tests for pregnancy part I
Week 15 of pregnancy
Self esteem and dealing with tantrum
14 weeks gestational age
Delay solid food and feeding behavior
Breast feeding
Bye bye The first trimaster
Only I love you
Way you love me
12 weeks together
Eating for two