20 weeks together

20 weeks together

 

เด็กหญิงตัวน้อยของแม่

 

ตอนนี้เรามาถึงครึ่งทางด้วยกันแล้วนะลูก แม่รู้สึกหนูขยับในท้องของแม่ทุกวันเลย บางวันหนูก็ขยับแรงไปนิด แม่รู้สึกว่าหนูนั่งอยู่ตรงกระเพาะปัสสาวะของแม่ แป๊ะเลยลูกสาวของแม่ ทำเอาบางครั้งแม่แทบจะต้องวิ่งเข้าห้องน้ำเลยทีเดียว แม่รู้ว่าหนูแข็งแรงดีมากขึ้นนะลูก เพราะหนูเริ่มมีจังหวะการนอน และ จังหวะการตื่นของหนูแล้ว แม่เริ่มจะรุ้แล้วว่า ตอนนี้เวลาหลับ และ เวลาตื่นของหนู การท้องแบบมีประสบการณ์และการอ่านหนังสือเยอะๆ นี่ช่วยได้มากจริงๆ ทั้งด้านอารมณ์และความคิด ความรู้ แม่ชอบการท้องครั้งนี้จัง อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งคือ แม่รู้ว่า แม่จะไม่ท้องอีกแล้ว แม่เลยต้องการเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรัก ความทรงจำ ความรู้สึกเกี่ยวกับการท้องให้มากที่สุดก็เป็นไปได้

 

มาดูพัฒนาการของหนูกันก่อนนะลูกว่าในสัปดาห์นี้หนูพัฒนาการอะไรไปแล้วบ้าง หนูได้มาอ่านแล้วหนูจะรู้สึกเลยว่ามันน่ามหัศจรรย์มาก จากเซลเดียวมาเป็นตัวตนได้ขนาดนี้ หนูรู้ไหมทุกวินาทีที่แม่รู้สึกว่าแม่มีหนูเติบโตในท้องแม่รู้สึกรักหนูมากขึ้นทุกวัน

 

1. หนูจะหนักราว 11 ออนซ์((310 กรัม)) และยาวประมาณ 7 นิ้ว ((17 ซม)) และหนูจะเริ่มโต และโตมากขึ้น เร็วกว่าช่วงแรกของการพัฒนาการของหนูมาก และ หนูยังเล็กและบอบบางเหลือเกิน ซึ่งบางตำราว่า หากหนูคลอดตอนนี้ ก็ยังมีโอกาสที่จะรอด แต่แม่ไม่อยากให้หนูคลอดตอนนี้นะลูก โตในท้องของแม่ และ ให้แม่ปกป้องหนูไปซักระยะก่อนนะลูก อย่าใจร้อน แม่รอได้ นับจากอาทิตย์นี้ต่อไป การวัดการเจริญเติบโตของหนูจะไม่วัดจาก หัวถึงก้นแล้วนะลูก จะเริ่มวัดจากหัวถึงเท้าของหนูแล้วนะ  เพราะในช่วงแรกของหนู เท้าของหนูจะแนบกับท้องของหนูมาก ทำให้การวัดความยาว และประมาณความยาว ของหนูไม่แน่นอน นับจากนี้ไปหนูจะกางแขนกางขามากขึ้น ทำให้การวัดสะดวกมากขึ้นนะลูก

 

2. การพัฒนาการของหู และการรับฟัง การตอบรับของหนูสมบูรณ์มากขึ้น ตอนนี้หนูได้ยินและจำเสียงของแม่ได้แล้วนะลูก

 

3. หนูขยับเก่งมากขึ้นควบคุมกล้ามเนื้อแขน ขา ได้มากขึ้น ตอนนี้คงจะต้องบอกว่าเป็นช่วงที่หนูซุกซนที่สุดก็น่าจะได้เพราะหนูจะหมุนไปหมุนมา มีความสุขเชียวเนื่องจากพื้นที่ในท้องของแม่ยังมีมากพอให้หนูเล่นกายกรรมได้นะลูก

 

4.เล็บมือเล็บเท้าของหนูเริ่มงอกออกมามากขึ้น

 

5. ผมของหนูและขนตามลำตัวก็เริ่มงอกมามากขึ้น รวมถึงขนคิ้วขนตาของหนูด้วย

 

6.ผิวของหนูจะหนาขึ้นไม่บางใส บอบบางเหมือนแก้ว อีกแล้วนะลูกแต่ก็ยังเป็นสีชมพู เหี่ยวๆ หน้าตาของหนูก็จะพัฒนามากขึ้น ว่าจะเหมือนแม่ หรือเหมือนแดดดี้ หรือ จะเหมือนทั้งแม่และแดดดี้เลย พูดถึงตรงนี้แล้วตลกนะลูก แม่เพิ่งคุยกับแดดดี้เมื่อคืนว่าลูกจะหน้าเหมือนพี่ชายหนูไหม แดดดี้บอกว่า น่าจะเหมือนแดดดี้มากกว่า แต่ได้ผิวแม่ แม่เลยหัวเราะบอกว่าลูกสาวหน้าเหมือนแดดดี้คงหน้าตาพิลึก แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยได้สีผิวเซกซี่ จากแม่ไป หนูว่าไงค่ะ

 

7. หัวใจของหนูตอนนี้หมอสามารถฟังผ่าน  stethoscope ได้แล้ว เพราะหนูเริ่มแข็งแรงขึ้นไงลูก หรือ แม่ลองนอนราบๆ แล้วเอามือทาบตรงที่ท้องเงียบๆ ของเราสองคนแม่จะรู้สึกหัวใจของเราเต้นไปพร้อมๆกันเลยนะลูก หนูรู้สึกดีไหมค่ะ

 

8. ตอนนี้หนูเองก็จะเริ่มมีปฏิกริยากับเสียงดังๆ หนูจะสามารถได้ยินเสียงนอกมดลูกของแม่ได้แล้วด้วย และจะจำเสียงที่คุ้นเคย ได้ยินบ่อยๆ เช่นเสียงเพลง  และหนูจะเริ่มชอบและเลือกที่จะฟังเพลงโปรดของหนูเอง และ เพลงบางเพลงที่หนูชอบจะมีผลเมื่อหนูคลอดออกมาแล้ว โดยที่จะเป็นเพลงที่กล่อมให้หนูหลับได้สบายเและอันนี้คือ เป็นการพัมนาการเรื่องเซ้นท์ของความรู้สึกที่สำคัญ  เซลประสาทจะส่งไปแต่ละส่วนพัฒนาด้านความรู้สึก เช่น รสชาดอาหารที่หนูชอบ กลิ่น การได้ยิน การมองเห็น การสัมผัสที่จะพัฒนาในส่วนของสมองของหนู

 

9.ในสัปดาห์นี้หนูจะกลืนน้ำคร่ำมากขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาระบบการขับถ่าย การย่อยของหนู

 

10. ระบบภูมิคุ้มกันของหนูจะได้รับจากแม่สู่ลูกในระยะสัปดาห์นี้นะลูก และภูมิคุ้มกันจะป้องกันหนูจากไวรัส และหนูจะแข็งแรงไปอย่างนี้ ไปจนถึง 6 เดือนหลังคลอด แต่หากหนูได้รับนมแม่ เสริมด้วยหนูจะเป็นเด็กแข็งแรงสุขภาพดีนะคนเก่ง แม่สัญญาว่าแม่จะให้นมกับหนูให้มาก ให้นานที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะให้สิ่งที่ดีกับหนูได้นะลูก

 

สำหรับแม่ แม่รู้สึกดี แข็งแรงดีมากลูก แม่ท้องโตมากขึ้นทุกวัน ผิวของแม่เริ่มคล้ำบ้างแต่ไม่มาก และท้องรู้สึกตึงมากที่สุดเลยลูก แต่แม่ก็ดูแลตัวเองดีนะลูก เพียงแต่ขอให้หนู แข็งแรง สมบูรณ์แม่ทำให้หนูได้หมดเลยนะลูก ฮาร์ทเบิร์นยังมาหาแม่เป็นระยะบางครั้งคราว ซึ่งแม่ต้องสังเกตเองว่าอาหารชนิดไหนที่ทำให้แม่ เป็น ส่วนใหญ่แล้วคือ น้ำส้ม และ กล้วย ตอนนี้แม่ก็ยังดื่ม และทานบ้าง แต่แม่จะลด ปริมาณลง โดยตัดกล้วยให้เหลือครึ่ง เพราะแม่รู้ว่า สารอาหารทุกชนิดมีประโยชน์กับการเติบโตของหนู

 

หน้าอกของแม่เริ่มขยาย และบางครั้งแม่รู้สึกว่า เหมือนแม่ กำลังผลิตน้ำนม แม่รู้สึกดีที่ เป็นแบบนี้อย่างน้อยก็ทำให้แม่รู้สึกมั่นใจได้ว่า หนูจะได้ นมแม่ อย่างเพียงพอ

 

อีกเรื่องที่แม่อยากจะบันทึกไว้คือ เรื่องการอยู่ไฟ หลายคนในเมืองไทย และ แม่อ่านตำราไทย ทั้งจากหนังสือและเวปไซต์ต่างๆ ว่า เมื่อหญิงตั้งครรภ์คลอดแล้วควรจะอยู่ไฟ หรือ อบสมุนไพรหลังคลอด หากไม่เช่นนั้นแล้ว แม่จะหนาวสั่น จะไม่สบาย จะปวดเมื่อย ปวดหลัง แม่ ไม่มีความเชื่อเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะแม่ผ่าตัด และ ไม่ได้อยู่ไฟแต่อย่างใด แม่ก็ปกติสุข ดี การอยู่ไฟ การรักษาสุขภาพ ของแต่ละประเทศ แม่ว่ามันเป็นเรื่องของภูมิปัญญาของคนในแต่ละพื้นที่ ในเขตที่อยู่อาศัย

 

เพราะ แม่ได้คุย กับหมอ และ ได้คุยกับผู้ที่เดินทางไปมาหลายประเทศ ทุกคนให้ความเห็นเหมือนกันว่า การที่จะอยู่รอดใน แต่ละภูมิประเทศที่เราได้ไปอยู่ไปอาศัยคือการทานอาหารและอยู่อย่าง คนพื้นที่ให้มากที่สุด จะทำให้เราสุขภาพดี อย่างเช่น คนเอสกิโม ต้องทานอาหารที่มีไขมันมาก เพราะหนาว คนเขตพื้นที่หนาว ทานเนื้อ นม ไข่ ไขมันปริมาณสูง เพราะ ทำให้ผลิตพลังงานสูง สามารถเอาตัวรอดได้ในยามหน้าหนาว คนไทย เมืองร้อนไม่ควรทานอาหารหนักไปทางให้พลังงานสูง ควรทานผัก ปลา ดังนั้นแม่คิดว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านคือสิ่งที่ฉลาด แต่ไม่ควรเอามาตัดสินใจให้คนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ว่าต้องทำ ต้องเป็นอย่างนี้

 

อย่างแผลผ่าตัด หมอที่นี่ให้แม่ อาบน้ำทันทีในวันรุ่งขึ้น แต่คนไทยจะไม่ให้อาบน้ำ บอกว่าให้แผลแห้งก่อน แม่มองเห็นเหตุผลคือ ที่นี่อากาศแห้งกว่า ดังนั้นการอาบน้ำน่าจะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวของแม่

คนไทยไม่ให้สระผม ไม่ให้อาบน้ำ บอกว่าจะหนาวสะท้านจะทำให้เลือดลมไม่ดี ในความรู้สึกของแม่ ลูกยังใส ยังบอบบางเหลือเกิน แม่ไม่อาบน้ำหมักหมมอย่างนั้น สกปรก ก็เป็นแหล่ง ผลิตเชื้อโรคเช่นกัน แม่คิดว่า ควรจะเดินทางสายกลางเลือกที่มันควรจะพอดี และ ฟิตกับ สภาพชีวิตประจำวันของตัวเอง

 

หากถามว่าแม่ต่อต้านหรือไม่ กับการอยู่ไฟ ไม่เลย มันเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แต่หากถามแม่ แม่จะทำไหม แม่ไม่ทำแน่ๆ แม่คิดว่า ธรรมชาติของร่างกาย ธรรมชาติบำบัด และการดูแลตัวเอง ให้ดี มันเหมาะสมกับแม่อยู่แล้ว และตัวแม่เองไม่ได้มีปัญหาเหมือนแม่ๆ ที่เล่ามาว่า มีอาการต่างๆ หลังจากไม่ได้อยู่ไฟ เรื่องบางเรื่องมันมีผลกับทางความรู้สึกทางใจมากกว่าทางกายนะลูก แม่เป็นคนชอบใช้ชีวิตแบบมีเหตุผล และ เรียบง่ายกับตัวเอง ดังนั้น แม่หวังว่า เมื่อหนูเติบโตขึ้น หนูจะใช้ เหตุผล พิจารณา และ ตัดสินใช้ชีวิตตัวเองอย่างมีความสุข ไม่ยึดติดหรือยึดเหนี่ยวกับสิ่งใดนะลูก เพราะการใช้ชีวิตที่มีความสุขเรียบง่าย มีเหตุผล มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเป็น และ อยู่ใกล้ธรรมชาติแห่งชีวิต หนูจะมีความสุขมากกว่าต้องดิ้นรน เพื่อให้เหมือน เพื่อให้เป็น นะลูกนะ

 

     Share

<< ImmunizationsIcky patchy itchy skin while preggy >>

Posted on Sun 25 Nov 2007 0:02