Icky patchy itchy skin while preggy

 

Icky patchy itchy skin while preggy

 

ในช่วงท้องแม่อ่านเจอในหลายตำราและเวปไซต์ว่า อาการคันจะมีในหญิงตั้งครรภ์ แต่สำหรับแม่อาการคัน

แบบชนิดรบกวนจิตใจหรือคันไม่หยุดไม่หย่อน แม่ไม่เคยได้พบ ได้รู้จักเลย แต่แม่อ่านเจอ หลายๆตำราว่าการคันมากๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่ดี พาลหงุดหงิดและอาจจะมีผลต่อทารกในครรภ์ด้วยเช่นกัน เพราะฮอร์โมนมันทริกทำให้เกิดภูมิแพ้หรืออาจจะเกิดแค่ผิวหนังแห้ง  อย่างแม่แค่คันนิดๆหน่อยๆแม่ยังหงุดหงิดหัวใจเลย เพราะอาการคัน ทำให้ไม่สบายตัวได้ แม่เลยค้นหาตำราอ่าน  และค้นคว้าอ่านตามเวปไซต์ต่างๆ สรุปว่าได้ดังนี้ตามความเข้าใจของแม่

ผิวหนัง ในช่วงระยะตั้งครรภ์ จะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงมากที่สุด บางทีทำให้ผิวมัน แต่ ที่พบบ่อยๆ คือ ผิวแห้ง เป็นขุย แตกลอกได้เป็นแผ่นๆ เป็นลักษณะของผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้นขาดการบำรุง ซึ่งหญิงตั้งครรภ์หลายอาจจะมีลักษณะผิวแห้งแบบนี้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ แบบนี้ต้องสังเกตตัวเองว่า ดื่มน้ำน้อยเกินไปไหม ได้บำรุงผิวทาครีมป้องกันผิวแห้งรักษาผิวให้ชุ่มชื้นหรือไม่ อยู่ในห้องปรับอากาศเช่นแอร์ หรือ ฮีทเตอร์นานเกินไปไหม  ใช้สบู่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว ฟอกตัวมากเกินไป และ หลายๆสาเหตุ เช่นอาจจะเป็นโรค ธัยรอยด์ หรือโรคผิวหนังต่างๆ ซึ่งทำให้ผิวแห้งเช่นกันอันนี้ต้องพิจารณาตัวเอง สังเกตตัวเองให้มาก


หากอาการคัน เกิดจากผิวหนังแห้ง สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือเรื่องการเกา เพราะถ้ายิ่งเกาอาการคันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นอันนี้แม่รู้ดี บางครั้งอาจจะทำให้ผิวหนังอักเสบ และเป็นแผลได้เผลอๆติดเชื้อจากการเกากลายเป็นเรื่องใหญ่ไปอีก หากผิวแห้งมากๆ ก็จะมีปัญหาริ้วรอยก่อนวัยมาเยือนก่อนเวลา แม่เองรู้ตัวว่าเป็นคนผิวแห้งมากดังนั้นการดูแลผิวของแม่คือ


1. ดื่มน้ำมากขึ้น ยิ่งตอนนี้แม่จะกรองน้ำใส่ขวดไว้เลยว่า แม่ต้องดื่มไม่ต่ำว่า 8 แก้วต่อวัน ซึ่งแม่แทบจะไม่ต้องเตือนตัวเองเลย เพราะสภาพร่างกายของแม่จะเตือนแม่เองว่า ถึงเวลาต้องดื่มน้ำแล้ว เพราะคนท้องต้องอาศัยการเผาพลาญพลังงานมากกว่าปกติ เพื่อการเติบโตของทารกในครรภ์

 

2. ทานผัก ผลไม้หลากสี ให้มากๆ เพราะการทานผักผลไม้หลากสีจะเป็นการได้ประโยชน์จากไวตามินหลากหลายชนิด ยิ่งสีสันมากยิ่งมีไวตามินมาก จะมีประโยชน์กับการย่อย เมื่อขับถ่ายดี ผิวพรรณก็ดีตาม ซึ่งได้ไวตามินเอ ที่สำคัญจากผักผลไม้ดีกว่า ไวตามินเอที่ผลิตจากโรงงานผลิตเสียอีก

 

3. ทาโลชั่นบำรุงผิวให้สม่ำเสมอ ซึ่งก็ต้องระวังที่มีส่วนผสม ของ เรตินอล หรือ ไวตามิน เอ เพราะจะมีผลต่อการพัฒนาการของเด็กในครรภ์

 

4. เปลี่ยนสบู่ เป็นสบู่สำหรับผิวอ่อนบาง หรือ ใช้ปริมาณสบู่ให้น้อยลง  และ  ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัด แต่แม่ นี่ชอบอาบน้ำอุ่นจนถึงร้อนเลยเชียว แต่เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วแม่จะทาครีมบำรุงผิว และ ดูแลผิวพรรณเป็นอย่างดี


คันท้อง


อาการคันบริเวณท้อง แม่ก็มีบ้าง แม่จะไม่เกา แม่จะใช้วิธีลูบเอาและหากคันมากๆ แม่จะทาครีม ที่มีเนื้อหนาและไม่มีปัญหากับหนู หลายๆ ตำรา ว่าการคันหน้าท้อง จะมีความสัมพันธ์กับเรื่องท้องลาย  ดังนั้นการป้องกันเบสิกที่สุดคืออย่าเกา ท่องเอาไว้ และ ทาครีมไม่ให้ผิวแห้งซึ่งจะช่วยระงับอาการคันได้เช่นกัน

 

ในช่วงที่ท้องเข้าระยะ 6 เดือน ลูกในท้องจะตัวโตขึ้นมาก เพราะขนาดตัวและขนาดของน้ำหนักเริ่มขึ้นแบบมากอย่างรวดเร็วในระยะนี้ หน้าท้องขยายเร็วขึ้น ตึงใสเลย แม่จำได้ ดังนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ผิวหนังส่วนหน้าท้องจะขยายตัวสุดแรงเช่นกัน บางตำราก็บอกว่าเพราะการขยายตัวของหน้าท้องเร็วมากเกินไปทำให้ผิวแตก ซึ่งหากยิ่งเกาจะทำให้รอยแตกยิ่งชัดเจนขึ้น

 

ระยะผิวที่ยืดและสภาพการเปลี่ยนแปลงของผิวในช่วงตั้งครรภ์นี่ แม่อ่านหลายตำราล่ะ แม่สรุปๆ มาได้ดังนี้

 

ช่วง 4  สัปดาห์ นับจากวันปฏิสนธิหรือ 6 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์   ช่วงนี้เต้านมคัดตึงเหมือนตอนใกล้จะเป็นประจำเดือน ท้องจะอืด ปวดปัสสาวะบ่อยเพราะมดลูกขยายตัวไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ ระยะนี้เลยปวดต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ในช่วง 3 เดือนแรกและจะกลับมามีภาวะนี้อีกครั้งตอนช่วงใกล้คลอด ช่วงนี้ควรจะดูแลตัวเองและหน้าอกให้ดีๆ แม่พอรู้ตัวว่าตั้งท้องแม่ทาครีม ที่หน้าอก ท้อง สะโพก และ ต้นขา อย่างเน้นเป็นพิเศษ เพราะแม่รู้ว่า

มันคือส่วนที่ขยายมากที่สุด

ช่วง 8 สัปดาห์ อาการแพ้ท้อง วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน เพลีย ง่วงนอน จะเป็นอยู่จนถึงช่วงปลายสัปดาห์ที่ 11-12 ก็จะหายไป หรือเบาบางลง เพราะ บางคนก็ยังมีอาการเหล่านี้ไปจน คลอดเลยก็มี หรือ มีไปจนถึง ช่วงไตรมาสที่สองก็มี ส่วนหน้าอกก็เริ่มเปลี่ยนขนาด และ ขนาดฐานของหัวนมขยายใหญ่ขึ้น แม่เคยคุยตลกๆ กับแดดดี้ว่า ดูสิ ยังกะชามก๋วยเตี๋ยวมาครอบเต้านมชั้น ตอนนี้ควรจะเปลี่ยนเสื้อชั้นในเพื่อที่จะกระชับเต้านมให้มากที่สุด เพื่อรักษาสภาพเต้านมให้สวยงาม เสื้อชั้นในต้องรับกับเต้านม สำหรับแม่ แม่เลือกเสื้อชั้นในสำหรับให้นมลูก ใส่ตั้งแต่ท้องตอนนี้เลย เพราะแม่รู้ดีว่าแม่ต้องได้ใส่ไปอีกซักระยะ และเสื้อชั้นในสำหรับการให้นมลูกจะผลิตมาเพื่อรับการขยายตัวของเต้านมของแม่อย่างดี ถ้าไม่อยากซื้อเฉพาะเจาะจงก็แค่เปลี่ยนขนาดเสื้อชั้นในให้ใหญ่ขึ้นรับกับทรงที่เปลี่ยนไปก็ได้ในความเห็นของแม่ ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณหน้าอก ก็เป็นส่วนที่ขยายไม่น้อยกว่า หน้าท้องเช่นกัน ก็ไม่ควรจะละเลยที่จะ
บำรุงผิวเต้านมให้ชุ่มชื้น  ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์จะทำให้หัวนมสีคล้ำขึ้น ผิวเต้านมตึง แม่เคยอ่านเจอว่า บางคนอาจจะมีอาการหัวนมแห้งแตก ร่วมด้วย น่ากลัวจัง แม่เพียงแต่ดูแลโดยการทาครีมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นมากกว่า ตามปกติเท่านั้นเอง และแม่ขอยืนยันว่า ต่อให้หน้าอกขยายแค่ไหน หากใส่เสื้อชั้นในเหมาะสม รองรับกับขนาดและน้ำหนักของหน้าอกที่เพิ่มขึ้น จะทำให้หน้าอกไม่หย่อนคล้อย

ในช่วง 12 สัปดาห์  น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นบางคนเริ่มขึ้นมากบางคนเริ่มขึ้นน้อย หรือไม่ขึ้นหรือ ลดลงเพราะอาการแพ้ท้อง  หน้าท้องยังไม่ขยายมากนักเมื่อเทียบกับหน้าอก แต่ก็ควรจะรักษาสภาพผิวพรรณให้ชุ่มชื้นอยู่ดี

ในช่วง 16 สัปดาห์  น้ำหนักยังเพิ่มขึ้นไม่มาก หัวนมเริ่มสีเข้มขึ้น และ รู้สึกเจ็บถ้าถูกสัมผัส จะเห็นว่ามีเส้น สีเขียวที่เต้านมจะชัดขึ้น มีเส้นดำจากท้องตัดลงไปสะดือไปจนถึงส่วนสำคัญ ก็จะเริ่มมาให้เห็นชัดเจนมากขึ้น แม่อ่านเจอบอกว่าคนที่สีผิว แบบเอชีย หรือผิวสีโอลีฟ จะมองเห็นชัดมากขึ้นกว่าคนขาว

ในช่วง 20 สัปดาห์ พุงเริ่มออกมา ผิวเริ่มตึง เอวเริ่มหาย ตอนท้องแรกแม่ได้เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อผ้าคนท้องในช่วงนี้ แต่ ตอนท้องที่สองแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าคนท้องตั้งแต่สัปดาห์ที่ 10 ต่างกันมากจริงๆนะลูก

ในช่วง 24  สัปดาห์  หลายคนอาจรู้สึกแสบร้อนตั้งแต่บริเวณลิ้นปี่มาถึงลำคอ เพราะท้องขยายขนาดขึ้นไปเบียดกระเพาะอาหาร ดันให้น้ำย่อยขึ้นมาบ่อยๆเรียกว่าฮาร์ทเบิร์น ซึ่งท้องแรก แม่เป็นในช่วง สัปดาห์ที่ 22 แต่ ท้องนี้แม่เป็นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 แม่ไม่ชอบเลย ทรมาณมากจริงๆ แต่แม่มี วิธีจัดการ กับมัน คือแม่ศึกษาและพยายามสังเกตว่าตัวเองทานอาหารชนิดไหนทำให้มีปัญหาและแก้ไขโดย ไม่นอนราบแต่นอนให้ศีรษะและลำตัวสูงกว่าเท้าเล็กน้อย รวมทั้งหลีกเลี่ยงของทอดมันๆ อาหารรสเผ็ด อาหารรสเปรี้ยว  ตอนนี้ผิวหนังหน้าท้องจะเริ่มตึงมากขึ้น บางคนสะดืออาจจะเริ่มจุ่นออกมาแล้วด้วยเรียกว่า Outty belly button   แต่แม่ไม่จุ่น เลยแม้แต่น้อยเรียบสวยงาม และแม่ชอบแบบสะดือไม่จุ่นล่ะลูก แม่ไม่ชอบให้สะดือแม่ไปทักทายใครต่อใคร มากนัก

ในช่วง 28 สัปดาห์ และนับจากนี้ไป อีก12 สัปดาห์ น้ำหนักควรจะขึ้นมาอาทิตย์ ละประมาณ ½  กก. หรืออาทิตย์ละหนึ่งปอนด์ ตามตำราว่า อาการปวดหลังจะเริ่มถามหาแม่เริ่มปวดหลังช่วง สัปดาห์ที่ 18 ในท้องที่สองแต่ท้องแรกแม่จำไม่ได้ว่าปวดหลังช่วงไหน ขอโทษจริงๆนะลูก

ในช่วงสัปดาห์ที่ 32 แม่เริ่มใกล้คลอดเข้าทุกที ตามตำราจะว่า มดลูกจะซ้อมหดรัดตัว เพื่อเตรียมคลอด ทำให้แม่หลายคน รู้สึกเจ็บท้องเตือนอยู่เป็นระยะๆ แม่ไม่รู้สึกอะไรเลยซักนิดเดียว และข้อสังเกตคือมดลูกจะนูนแข็งขึ้นเป็นครั้งคราวนานไม่เกิน 30 วินาทีเรียกว่า Braxton hick  ซึ่งจะมีอาการร่วมคือรู้สึกปวดหน่วงที่เชิงกรานอยู่บ่อยๆ เวลาเดินจะจุกเสียดเจ็บชายโครง เพราะมดลูกขยายตัวไปดันยอดอก สะดือจะตื้นขึ้น เส้นดำกลางลำตัวจะเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ แม่มีเพียงแค่รู้สึกว่า จุกเสียด และ เส้นดำกลางตัวเข้มขึ้นเท่านั้นเองไม่มีอาการอื่นใดเลยแม้แต่น้อย อาการแต่ละอาการผู้หญิงหรือแม่จะรู้สึกแตกต่างกันออกไป แต่อย่างน้อย ก็อยู่ในคอนเซปเหล่านี้

ในช่วง 38 สัปดาห์((แม่คลอดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 35 ไปแล้วหมอทำการผ่าตัดเพราะลูกชายตัวใหญ่จริงๆ)) ตามตำราว่ากันว่า ต้องเริ่มเดินแบบหลังแอ่นเหมือนนกแพนกวิน เพราะน้ำหนักท้องมากขึ้น จะนอนท่าไหนก็ไม่สบายตัว หลับยากขึ้น แม่ว่าแม่เป็นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 28 นะลูก ท้องระยะนี้ยืดตึงเต็มที่ บางคนที่ไม่มีผิวแตกเลยอาจจะมาแตกลายในช่วงนี้ได้เช่นกัน

 

ดังนั้นผลที่แม่อ่านมาทั้งหมดในการป้องกันรักษาผิวพรรณแตกลายงาคือ การทาครีมเนื้อหนาและไม่มีส่วนผสมของไวตามิน เอ  หรือ ใช้น้ำมันมะกอกแทน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ตั้งแต่รู้ตัวว่าท้องทันทีเลยเชียว จริงอยู่บางครั้งว่ากันว่า การแตกลายงา ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ ด้วย แต่การป้องกัน การดูแลผิวพรรณก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แม้จะช่วยเรื่องการแตกไม่ได้แต่แม่มั่นใจว่าต้องแตก น้อยลงกว่าไม่ได้ทาครีมแน่ๆ ที่สำคัญจะทั้งแตกทั้งแห้งเลยหรือ รักษาสภาพผิวให้ชุ่มชื้นพอดูได้ก็ยังดีใช่ไหม ยิ่งไปกว่านั้น สามารถลดอาการคันได้ แน่นอน

รอยคล้ำ


ในคนท้อง พอท้องเริ่มเข้า 18 สัปดาห์ไปแล้ว จะสังเกตได้ว่าบริเวณข้อพับของร่างกายมีสีเข้มขึ้นตั้งแต่รักแร้ ขาหนีบ ต้นขาด้านใน รวมถึงหัวนมและอวัยวะเพศ หรือแม้แต่ที่คอ หรือที่หน้า อย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Pregnancy mask   ซึ่งแม่ๆ หลายคนกลัวกันมากๆ แม่เคยกังวลในท้องแรก ตอนนี้แม่มีประสบการณ์แล้วขอยืนยัน เลยว่า ไม่ต้องกังวล รอยดำๆ เหล่านั้นปล่อยมันไป ไม่ต้องขัดไม่ต้องถูก ให้มันออกไปแต่อย่างใด เพราะเมื่อคลอดแล้ว รอยคล้ำตามบริเวณที่ไม่พึงปรารถนา เหล่านี้จะค่อย ๆ จางลงอย่างช้า ๆ และจะหายไปอย่างหมดจด แทบจะไม่เชื่อว่าเคยดำเป็นแม่หมีคลุกฝุ่นมาก่อน

 

สิว


เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างตั้งครรภ์ อย่าเบื่อเลยนะลูกนะ เพราะฮอร์โมนคือ ตัวแสดงเอกจริงๆ ของหญิงมีครรภ์ เพราะฮอร์โมนของร่างกาย จะมีผลต่อการทำงานของร่างกายหลายๆ อย่าง และที่เห็นได้ชัดคือ มีผลต่อการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้แม่เกิดเป็นสิวเห่อขึ้นที่หน้าและตัวได้ ชนิดแบบไม่เกรงใจกันเลย ในท้องแรก และ แม่ก็แอบเครียด แอบร้องไห้มาเยอะ เพราะหน้าแม่หาพื้นที่ ที่ไม่มีสิวไม่ได้เลย แต่เมื่อเริ่มท้องโตมากขึ้นๆเรื่อยๆ รอยสิวก็จะเริ่มจางและเมื่อคลอดก็จะจางหายไป ทางทีดีคือไม่วุ่นวายเอามือไปจับ ไม่ทาครีมรักษาสิว แค่รักษาผิวหน้าให้สะอาด แต่ท้องนี้ของแม่ แม่หน้าใสเกลี้ยงเกลา เปล่งปลั่ง แม่ล่ะชอบจริงๆ


คัน ส่วนสำคัญ


เพราะการท้อง จะมีการผลิตฮอร์โมนมาก ดังนั้นในช่องคลอดจะมีปริมาณเลือดมากกว่าปกติทำให้เป่งและผลิตของไม่น่ามองออกมาพอสมควร เช่นพวกตกขาวหรือพวก Discharge ที่ไม่พึงปรารถนา ซึ่งบางครั้งทำให้ติดเชื้อได้ เช่นเชื้อเบคทีเรีย ก็จะทำให้มีการตกขาวมากขึ้น หากมีกลิ่น ไม่พึงปรารถนาควรไปพบแพทย์โดยไว เพราะจะทำให้การคลอด มีปัญหาเด็กจะติดเชื้อได้ แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้นหมอก็จะมีการเทสต์เพื่อตรวจการติดเชื้อในช่องคลอดอยู่แล้ว แต่หากว่ามีอาการคัน หรือคิดว่า ไม่ใช่อาการที่ควรจะเป็น ควรจะไปหาหมอดีกว่าในความรู้สึกของแม่


เชื้อรา เป็นสาเหตุของอาการคันตรงจุดสำคัญของของผู้หญิงมากที่สุด เพราะในช่องคลอดของผู้หญิงมีตกขาว ไหลออกมาอยู่ตลอด เป็นอาการปกติ แต่จะมากขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ ซึ่งความชื้นต่างๆเหล่านี้ จะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารอย่างดีให้เชื้อรา การล้างที่ดีที่สุดที่แม่อ่านคือการล้างด้วยน้ำเปล่า ไม่ควรใช้สวนช่องคลอดหรือสารเคมีต่างๆ เพราะร่างกายของเราเองแล้วจะมีเชื้อโรคที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเช่นกัน


การรักษา ถ้าเป็นไม่มาก แม่อ่านเจอ หลายตำราให้ความเห็นเหมือนกันว่า  การใช้ยาทา หรือยาเหน็บที่ได้รับการสั่งจากแพทย์ ไม่กี่วันอาการคัน ก็จะหายไป

     Share

<< 20 weeks togetherFetal development :: Week 21-22 >>

Posted on Tue 27 Nov 2007 0:06