23 weeks pregnant

 

เด็กหญิงตัวน้อยของแม่

ตอนนี้หนูและแม่ เริ่มคุ้นเคยต่อกันดีแล้วใช่ไหม เพราะแม่รู้สึกว่าหนู ทักทายแม่ทุกวันด้วยการดิ้น การเตะของหนู หนูแข็งแรงดีใช่ไหมลูก แม่รู้สึกเช่นนั้น

ในตอนนี้ มาดูพัฒนาการของหนูกันนะลูกว่า หนูได้พัฒนาการอะไรบ้าง

1. ร่างกายของหนูตอนนี้จะมีน้ำหนักโดยประมาณ 500 กรัมหรือประมาณ มากกว่า 1 ปอนด์นิดๆ ความยาวก็จะประมาณ 29 ซม หรือ ราวๆ 11.4 นิ้ว

2. ระบบการได้ยินของหนู จะได้ยินได้มากขึ้น โดยเฉพาะเสียงของแม่ เสียงหัวใจของแม่ และ ที่สุดเลยคือเสียงท้องร้องของแม่ ดังนั้น เด็กแรกเกิดเมื่องอแง ว่ากันว่า เอามานอนหนุนหน้าอกหรือหนุนท้องแม่ หนูก็จะสงบได้เพราะคุ้นเคยกับเสียงเหล่านี้นั่นเอง เสียงดังๆนอกมดลูกหนูก็จะได้ยิน เช่นเสียงหมาเห่า เสียงของเครื่องดูดฝุ่น แต่ไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับหนูแต่อย่างใด มันคือการพัฒนาการการได้ยินของหนูมากกว่า การศึกษาหลายๆเคส พบว่า เด็กที่อยู่ในครรภ์ชอบฟังเพลงคลาสิกมากโดยเฉพาะเพลง Vivaldi. Play The Four Seasons แม่เคยลองเปิดดู หนูก็นิ่งเงียบแม่เลยไม่แน่ใจว่า หนูชอบแล้วนิ่งฟัง หรือ ยังไง เพราะตามตำราบอกว่าหนูจะตั้งใจฟังและ จะให้ความสนใจในการเคลื่อนไหวของตัวเอง แต่หากหนูเงียบนั่นหมายถึงว่าหนูนิ่งตั้งใจฟังเพราะหนูคือ conductor ในท้องของแม่นั่นเอง หลายตำราก็ยังบอกว่าเป็นการพัฒนาระบบการฟังให้กับหนูด้วย แต่บางตำราบอกว่าการได้ยินเสียงทุ้มต่ำผ่านท้องของแม่จะช่วยให้หนูได้ยินชัดมากกว่า ดังนั้นเสียงของผู้ชายหรือแดดดี้จะช่วยพัฒนาการการได้ยินของหนูได้เป็นอย่างดี และข้อดีคือ เมื่อหนูคุ้นเคย เวลาหนูคลอดแล้วหนูออกมา หนูจะจำได้ และเหมือนกับเป็นเสียงแห่งการปลอบใจของหนูเลยทีเดียว

3.ปอดของหนูตอนนี้เริ่มทำการหายใจ และถุงลมในปอดของหนูก็เริ่มทำงานโดยการขยายขึ้นเพื่อไม่ให้แบนและติดเป็นเนื้อเดียวกันเมื่อถุงลมปอดยุบ ซึ่งการฝึกหายใจของหนูก็คือการทำให้น้ำคร่ำเข้าและออกจากปอดของหนู นั่นเอง และ เริ่มกลืนน้ำคร่ำมากขึ้น แต่หนูยังไม่อึนะคะ จะมาอึข้างนอกซึ่งเรียกอึนี้ว่า meconium เมื่อหนูคลอดออกมาแล้ว

4. รูจมูกของหนูจะเริ่มเปิดและ enamel จะเริ่มเข้ามาเคลือบฟันของหนู

5.ระบบเซลส์ประสาทจะเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยสมบูรณ์และเริ่มต่อเข้าหากันทำงานเต็มที่เป็นระบบประสาทที่สมบูรณ์มากขึ้น การขยับกล้ามเนื้อแขนขาของหนูก็จะแรงมากขึ้นแข็งแรงมากขึ้น นั่นหมายถึงว่าหนูเริ่มโตและสามารถควบคุมกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้มากขึ้นเช่นกัน และตอนนี้การรับแคลเซียมและ ธาตุเหล็กของแม่ จะมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของหนูอย่างมาก เพราะ ตอนนี้ร่างกายของหนูจะสามารถดูดซึม แคลเซียมจากร่างกายของแม่ได้อย่างรวดเร็วเพื่อการเติบโตพัฒนาการกระดูกของหนูให้แข็งแรงนั่นเอง

6 .ร่างกายของหนูตอนนี้เริ่มสมส่วนมากขึ้น มองแล้วเหมือนกับเด็กแรกเกิดมากขึ้น แต่ผิวหนังของหนูยังเหี่ยว และสีผิวก็จะเริ่มให้เห็นในตอนนี้ว่าจะมีผิวขาว เหลืองหรือคล้ำ และเริ่มจะเก็บสะสมไขมันมากขึ้น กระดูกหูชั้นกลางก็จะเริ่มแข็งมากขึ้น

7. ตาของหนูเริ่มพัฒนาการอย่างสมบูรณ์ฒากขึ้น เริ่มมี ไอริส แต่จะยังไม่เห็นเป็นสีของตา แต่สัปดาห์หน้าหนูจะสามารถเปิดเปลือกตาได้และเริ่มกระพริบตาได้แล้วนะลูก

8.ระบบฮอร์โมนของหนูตอนนี้ทำงานอย่างมากขึ้นพัฒนาการอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ pancreas จะผลิตฮอร์โมนที่สำคัญจำเป็นออกมา จะเริ่มผลิต insulin ที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาการของร่างกายของหนูมากเช่นกัน

สำหรับแม่ ตอนนี้ แม่ปวดหลังและปวดก้นกบ และขาหลังบ้างเป็นระยะ เนื่องจากท่าของหนูที่อยู่ในท้องของแม่ อาการนี้เรียกว่า Sciatic nerve pain แต่แม่อาจจะหายได้หากหนูเปลี่ยนท่า หรือ อาจจะปวดไปตลอดจนคลอดเลยก็ได้ ทั้งหมดนี้อยู่ที่หนูตอนนี้แม่เอง พยายามออกกำลังกายและ พยายามที่จะเปลี่ยนและขยับตัวหนู นะลูก วันนี้แม่ว่า ได้ผลบ้างแม่ไม่ปวดมากเหมือนเมื่อวาน

อาการง่วงนอนแม่มีทุกวัน แม่ต้องนอนกลางวันแทบทุกวันเลย วันไหนไม่ได้นอนแล้วแม่จะปวดหัวตุ๊บตั๊บ แดดดี้ยัง บอกเลยว่า การท้องคือไม่ใช่ตัวแม่ เพราะปกติแม่จะไม่ใช่คนนอนกลางวันเลย

ฮาร์ทเบิร์นมีมาบ้างเป็นครั้งคราวแม่ตอบไม่ได้ว่ามาจากสาเหตุอะไร เพราะอาหารที่แม่ทานแม่ค่อนข้างจำกัด และระมัดระวังอย่างมากที่สุด ซึ่งบางวัน แม่ทานปกติ ก็เป็น บางวันทานเยอะ ไม่เป็น คือ หาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ ตอนนี้แม่เริ่มเข้าไตรมาสที่สามแล้วไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าเร็วนะลูก เพราะนับจากนี้ไปอีกไม่นาน แม่ก็จะได้เจอหนู หมอที่นี่ไม่เหมือนหมอที่บอสตันที่ผ่าคลอดให้แม่ก่อน แต่สำหรับที่นี่บอกว่า จะไม่ผ่าจนกว่า เลย 38 สัปดาห์ไปแล้ว แม่ก็หวังว่า แม่คงไม่ปวดคลอดเองเสียก่อนหน้านั้น เพราะแม่รู้สึกว่า หนูเอคทีฟและตัวโตพอสมควร แม่รู้สึกหนักท้องเอาเรื่องเหมือนกัน แม่ได้คุยกับหมอเมื่อครั้งสุดท้ายคือวันศุกร์ 14/12 ที่ผ่านมา หมอบอกว่า การปวด Sciatic nerve pain มาจากการท้องครั้งที่ 2 -3 ไปแล้วคือ กล้ามเนื้อ และมดลูกมันเคยยืดมาก่อน ดังนั้น มดลูกจึงตกมากกว่า ท้องแรก เมื่อตกดังนั้น กล้ามเนื้อจึงทำงานหนักขึ้นเพื่อแบกมดลูก และ หลังก็ต้องหาจุดศูนย์กลางที่ดี การเดินและการออกกำลังกาย ก็มีส่วนทำให้แม่ ไม่ปวดหลังไม่ปวดก้นกบด้วยเช่นกัน และ หมอก็บอกอีกว่าหนูแข็งแรงดี ท่าทางจะตัวโต หมอไม่แน่ใจว่า หนูจะคลอดเมื่อไหร่ ต้องรอไปจนเลย 35 สัปดาห์ไปแล้วนั่นแหล่ะถึงจะให้คำตอบกันได้ แต่วันกำหนดคลอด ครั้งแรกหมอบอกแม่ว่า 15 เมษายน ตอนนี้ขยับมาเป็น 10 เมษายน ซึ่งแม่คาดหวังว่า หนูน่าจะปลายเดือนมีนาคมนี้ ความรู้สึกของแม่บอกแบบนั้น

น้ำหนักของแม่ขึ้นมาทั้งหมด 4.5 กก โดยรวมนับตั้งแต่ รู้ตัวว่าเริ่มท้องจนถึงในวันนี้ แม่เองก็หวังว่า น้ำหนักของแม่จะขึ้นโดยปกติ ไม่ขึ้นเร็วมากเมื่อปลายๆเทอม เพราะช่วงนี้แม่เริ่มชอบไอศครีมจังเลยทานได้ทุกวัน

รักหนูทุกเวลา

     Share

<< Fetal development :: Week 21-22Be prepared >>

Posted on Mon 17 Dec 2007 5:59