4 years old milestone

4 years old milestone

 

ลูกรักของแม่

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าวัยวันแห่งการเติบโตของลูก และพัฒนาการของลูกจากเด็กชายตัวน้อยๆ ของแม่เมื่อไม่นานมานี่เอง ตอนนี้ลูก อายุ 4 ขวบปีเต็มแล้ว แม่มองลูกแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า ลูกของแม่เติบโตได้รวดเร็วและเป็นเด็กมีคุณภาพที่แม่ภาคภูมิใจได้ขนาดนี้แล้วหรือ

 

การเลี้ยงดูอุ้มชู ลูกมาในแต่ละวัยแม่เหนื่อย แต่แม่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นความสุขเป็นประสบการณ์ที่ แม่ไม่เคยคิดจะยอมแลกกับอะไรทั้งสิ้น เพราะลูกของแม่สร้างความสุข อย่างแท้จริงให้กับแม่ ได้ทุกๆวัน ในวันที่ลูกกอด ลูกหอม ลูกจูบแม่และลูกบอกรักแม่ ลูกรู้ไหม หัวใจของแม่ มีแรงมีพลัง มีความรู้สึกชุ่มชื้นและพร้อมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกได้เสมอ

 

แม่และแดดดี้ พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้วัยเด็กของลูกเติบโตเป็นเด็กที่มีความสุข มีความมั่นใจ และรู้จักตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริง จริงอยู่ เด็กวัยขนาดลูก อาจจะยังไม่รู้อะไรมากมายนัก แต่เมื่อลูกเติบโตมากับเหตุผลและความรัก ความเข้าใจ และ มีพ่อแม่ อยู่ข้างกายพร้อมจะ รับฟังและช่วยเหลือ ให้คำแนะนำทั้งทางกายทางใจกับลูกตลอดเวลา แม่ว่า สิ่งที่แม่เห็นกับตา คือ สิ่งที่คุ้มค่า ลูกของแม่ เป็นเด็กที่มีคุณภาพคนหนึ่งที่แม่กล้าพูดด้วยความมั่นใจ ในวัยเท่านี้ของลูก

 

พัฒนาการด้านต่างๆของลูก แม่ต้องบอกว่า ลูกมีพัฒนาการค่อนข้างไว เมื่อแม่เทียบจากตำราว่าวัยขนาดลูกต้องทำอะไรได้บ้างแล้ว เพราะ บางสิ่งบางอย่างที่คาดว่าเด็กสี่ขวบควรจะทำได้ ลูกสามารถทำได้ตั้งแต่เมื่อตอนสองขวบครึ่ง แม่ไม่ได้คิดว่าลูกเก่งหรือวิเศษอันใด แต่แม่รู้ว่าสิ่งที่แม่กับแดดดี้ได้ทุ่มเท ได้ใช้เวลาแห่งคุณภาพทั้งหมดของเราสองคน ให้กับลูกผลที่เราได้รับมันก็ภาคภูมิใจ

 

อย่างเช่น การในวัยขนาด 4-5 ปี พัฒนาการทางด้านมือและนิ้ว ตามตำรา บอกว่าลูกจะต้องทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้คือ

 

1.การเขียน หรือ การวาดรูป โดยใช้มือเดียวในการวาดและอีกมือจับปากกา ลูกสามารถทำได้ดี แต่ลูกไม่ชอบที่จะนั่งเขียนหรือนั่งวาดรูปนานๆ สิ่งที่ลูกจะชอบทำมากๆคือ การนั่งเล่น Play dough ซึ่งลูกจะสามารถเล่นได้เป็นชั่วโมง หรือการที่ลูกใช้กาว ต่อกับ ไม้แท่งไอติมที่แม่ซื้อมาให้ลูกประดิษฐ์ สิ่งต่างๆ ลูกก็ทำได้ดี และสามารถระบายสีได้ แม่เลยไม่ได้บังคับว่าลูกต้องเขียนสวยต้อง วาดรูปเก่ง แม่คิดว่า เด็กแต่ละคนมี  Area ในการสนใจในสิ่งต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป

 

2. สามารถวาดรูปตามรอยหรือก๊อปปี้ รูปเรขาคณิต ต่างๆ เช่น ดาว หรือ  เพชร ลูกก็สามารถทำได้ดี ตอน 3 ขวบ

 

3. เล่นการ์ด หรือ บอร์ดเกมส์เข้าใจวิธีการเล่นและระบบกติกาโดยแจ่มแจ้ง อันนี้ลูกเล่นกับแดดดี้มาตั้งแต่ลูกอายุ 3 ขวบ บอร์ดเกมส์ แรกที่ลูกเล่นคือ โมโนโพลี

 

4. ระบายสีด้วยแปรงหรือใช้นิ้วมือ อันนี้ลูกทำตั้งแต่ 18 เดือน

 

5. สามารถสร้างโครงสร้างต่างๆ ด้วยบล๊อก อันนี้ ลูกก็สามารถทำได้ดีมาก เพราะเรามี บล๊อกเรียกว่า Lincoln blocks , magnet และ บล๊อกไม้ต่างๆ ลูกสามารถสร้าง สิ่งต่างๆ ได้มากมาย แม่คิดว่า แม่ดีใจที่ แม่กับแดดดี้เลือกของเล่นที่เหมาะสมกับการพัฒนาการของลูกได้ดี

 

6.สามารถแต่งตัว และ ถอดเสื้อผ้าได้เองโดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือ ลูกก็ทำได้ดี ซึ่งลูกยังสามารถจัดการใส่ตระกร้าสกปรก และ ยังช่วยแม่จัดการกับเสื้อผ้าสะอาดของตัวเองเอาเข้าตู้เสื้อผ้าของลูกเองได้อย่างเรียบร้อยดีมาก

 

การพัฒนาการด้านภาษา

 

ตามตำราบอกว่า เมื่ออายุ 4-5 ขวบ เด็กวัยนี้จะต้องสามารถเล่าเรื่องหรือ เล่าได้ทั้งหมดของเรื่อง และ แม่คิดว่าลูกก็สามารถทำได้ดีในวัยเริ่มต้นของลูกตอนนี้ โดยลูกจะเล่าเรื่องในหนังสือที่แดดดี้อ่านให้ฟัง เล่าและนำมาพูดมาบอกให้แม่รับรู้ เราเลยได้บทสนทนาที่สนุกในระหว่างวันของเราสองคน

 

นอกจากนี้ ลูกจะต้องพูดประโยคที่มีคำมากกว่า 5 คำและ ต้องใช้ประโยค Future tenses ซึ่งลูกพูดมาได้นานแล้ว แม่ต้องยกความดีให้กับ ตัวเองและแดดดี้อีกเช่นกันที่ เราสองคนช่างพูด ช่างฟัง ช่างซักถาม และทำให้ลูกรู้สึกสนุกที่จะพูดจะเล่า และ บอกชื่อ บอกสถานที่ ต่างๆได้ดี

 

หลายคน ให้ความเห็นว่าลูกเป็นเด็กลูกครึ่ง จำเป็นต้องพูดภาษาแม่ได้ด้วย สำหรับแม่ แม่บอกตรงๆเลยว่าแม่ไม่แคร์ เพราะลูกเข้าใจสิ่งที่แม่พูด ลูกจะตอบภาษาอะไร แม่ไม่ให้ความสำคัญตรงนั้น โดยเฉพาะ แม่ให้ความสำคัญตรงที่ ลูกสามารถใช้ภาษากับสิ่งแวดล้อมที่ลูกอยู่ และสามารถใช้กับมันได้ถูกต้องหรือไม่ อันนี้แม่ให้ความสำคัญมากกว่า เพราะแม่เคยบันทึกไปแล้วว่า ความสำคัญของภาษาคือการเข้าใจและสามารถสื่อสารได้ถูกต้อง สำหรับภาษาไทยลูกไม่ได้ถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมเลย ลูกได้แค่กับแม่เท่านั้น และแม่ก็ไม่ได้ เน้นว่าลูกต้องท่อง ก ถึง ฮ ได้แบบเจื้อยแจ้วจำนรรจา แม่ไม่อยากให้ลูกของแม่เป็นนกแก้วนกขุนทอง และยิ่งไปกว่านั้น หากลูกให้ความสำคัญกับมันวันใดวันหนึ่ง ลูกยังมีแม่ ที่จะสามารถสอนให้ลูกเข้าใจได้ แจ่มแจ้ง เพราะทุกวันนี้ลูกแค่พอเข้าใจ ภาษาไทยและพูดได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ภาษาอังกฤษ มันเป็น ธรรมชาติของลูกเอง แม่คิดว่าอะไรที่มันเป็นธรรมชาติมันง่ายต่อการเรียนรู้ ง่ายต่อการอินพุทให้กับลูก แม่พอใจในระดับหนึ่ง และแม่ไม่ได้ถือเอาคำพูดใครมาเป็นสำคัญว่า มีแม่เป็นคนไทยทำไมลูกไม่พูดไทย เพราะแม่คิดว่า เค้าไม่ใช่แม่ของลูก เค้าไม่มีหน้าที่มาตัดสินใจให้กับแม่หรือกับลูกของแม่

 

การพัฒนาการด้าน การเรียนรู้

 

ผลแห่งการให้ลูกเข้าโรงเรียน ในวัยยังน้อย แม่ว่ามันก็มีส่วนหนึ่งในการปรับตัวและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของลูกก่อนข้างไว เพราะโดยปกติ เด็กอเมริกันส่วนใหญ่จะเข้าโรงเรียนร พรีสคูล หรือระดับอนุบาลกันจริงๆ คือ สามขวบหรือ สี่ขวบไปแล้ว เนื่องจาก ต้องผ่าน การฝึกเข้าห้องน้ำแบบเต็มรูปแบบก่อน แต่ลูกสามารถเข้าห้องน้ำ จัดการกับตัวเองได้ตั้งแต่อายุ 27 เดือน ในวัยนี้ ตามตำราคาดหวังว่า เด็กต้องสามารถนับได้ 10 หรือมากกว่านั้น ซึ่งแม่ว่าลูกนับได้ ถึง 30 นะ แต่แม่เห็นเด็กหญิงบางคน นับได้ถึงร้อยเลยก็มี แม่ไม่ได้เปรียบเทียบ แม่คิดว่ามันเป็นความสามารถเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน

 

ลูกจะต้องสามารถบอกสี บอกลักษณะวัตถุได้ถูกต้องอย่างน้อย 4 อย่าง อันนี้แม่มองข้ามไปเลยลูกเพราะลูกของแม่ได้มากมายกว่านั้น เหลือเกิน

 

เข้าใจคอนเซปเรื่องของเวลา แม่ สอนลูกให้รู้จักมองนาฬิกา ตั้งแต่ลูกอายุสามขวบครึ่ง ตอนนี้ลูกอาจจะไม่แม่นนักเรื่องเวลา แต่ลูกจะรู้ว่า การนับเวลา 5 นาที 10 นาทีเป็นอย่างไรโดยการมองเข็มยาว แม่คิดว่า อีกไม่นาน ลูกจะสามารถเข้าใจได้มากกว่านี้ และ เข้าใจคอนเซปได้ชัดเจนขึ้น เพราะตอนนี้แม่คิดว่าลูกผ่าน

เข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเช่น เงิน อาหาร อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ แน่นอน แม่กับแดดดี้ไม่พลาดที่จะสอนให้ลูกรู้จักกับมัน เพราะ เรื่องของการเงิน แม่กับแดดดี้สอนให้ลูกรู้จักประหยัดอดออม และ รู้ถึงคุณค่าของมัน

 

ด้านพัฒนาการด้านสังคม

 

ต้องการจะเอาใจเพื่อน แม่ว่าลูกเริ่มมีแล้วนะ คือการที่ลูกต้องการให้แม่ เชิญเพื่อนมางานวันเกิดของลูก โดยที่ลูกระบุเลยว่า ลูกต้องการให้ใครมาบ้าง

 

ต้องการที่จะเป็นจะเหมือนเพื่อน อันนี้แม่ยังเห็นไม่ค่อยชัด เพราะส่วนใหญ่ ลูกจะนำเสียมากกว่า พอลูกจะทำอะไร เพื่อนจะทำตาม แต่สิ่งที่แม่เห็นว่าลูกอยากเหมือนเพื่อนบ้างคือ เพื่อนเลี้ยงปลา หรือ มีของเล่นที่ลูกไม่มี ลูกจะบอกว่า อยากได้อยากมี แต่เมื่อเราอธิบายกันด้วยเหตุผลว่าทำไม ถึงไม่ได้ ลูกก็รับฟังและยอมรับมันแต่โดยดี พัฒนาการด้านนี้ แม่จะต้องสังเกตไปอีกซักระยะนะลูก

 

ชอบที่จะร้องเพลง เต้น และ แสดงออก แน่นอน ลูกรักของแม่ ลูกของแม่ชอบร้องเพลง ชอบเต้นเหลือเกิน ก้นกระดุ๊ก

กระดิ๊ก หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แม่เลยซื้ออุปกรณ์ดนตรี และเครื่องเล่นต่างๆให้ลูก ซึ่งลูกก็ชอบมันเหลือเกิน

 

แสดง ความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แม่อ่านแล้วแม่ แอบยิ้ม แม่ว่าลูกของแม่ มีมาตั้งแต่สองขวบแล้วนะ กับการเป็นตัวของตัวเอง กล้าแสดงออก และ กล้าแนะนำตัวเอง

 

พัฒนาการด้านอารมณ์

 

ตามตำราว่า ลูกจะต้องรู้จักที่ จะ แยกแยะ เพศหญิงชาย แม่ว่าลูกของแม่เริ่มตอนสามขวบนิดๆ ไม่ยอมเล่นกับเด็กหญิงนี่สิ

 

สามารถที่จะแยกและสนุกกับ ความฝัน จินตนาการ และความเป็นจริงได้ แม่ว่าลูกเริ่มมีจินตนาการมาระดับหนึ่ง และ เริ่มที่จะฝัน เริ่มที่จะเล่า เรื่องสนุกๆ และ อธิบาย ความเป็นไปว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น

 

บางที ก็ มีความต้องการแบบนี้แบบนั้น และ บางทีก็ร่วมมือ แน่นอนลูก ลูกของแม่ก็เป็นแบบนั้น เดี๋ยวบอสซี่ขึ้นมาทันที เดี๋ยวก็เป็นเด็กดีก็ได้ แม่คิดว่าทั้งหมดทั้งมวล อยู่ที่การพูดคุยการสื่อสารและการอธิบายกันระหว่าง พ่อแม่ลูกของเรานะ

 

สิ่งที่ต้องพึงระวังในเด็กวัยขนาดนี้ หากมีพัฒนาการเหล่านี้ ต้องไปปรึกษาแพทย์หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชียวชาญ จริงอยู่ลูกของแม่ไม่ได้มีปัญหาแต่แม่อยากจะบันทึกเก็บเอาไว้ เพื่อเป็น ความรู้

1.เป็นเด็กขี้กลัวหรือขี้อายมาก

2. เป็นเด็กที่ก้าวร้าวมาก

3.ไม่สามารถที่จะแยกจากพ่อแม่ได้ จะต้องมีการงอแง ไม่ยอมทำอะไรต่อหน้าคนอื่นหรือร่วมกิจกรรมกับคนอื่นโดย ไม่มีพ่อแม่ร่วม

4.โดนเบี่ยงเบนความสนใจได้โดยง่าย สมาธิสั้น หรือไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ได้ไม่เกิน 5 นาที

5. ให้ความสนใจในการเล่นกับเด็กอื่น เพียงน้อยนิด

6. ไม่ค่อยสนใจหรือยินดีจะทำความรู้จักกับคนอื่น หรือ มีการตอบสนองกับคนอื่นในกรณีที่เจอหน้ากันครั้งแรก

7. ไม่ค่อยที่จะมีจินตนาการหรือ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการเล่นสิ่งต่างๆ

8. ไม่ค่อยจะเป็นเด็กร่าเริง เท่าที่ควรจะเป็น

9. ไม่ค่อยชอบร่วมกิจกรรมหรือ สนใจกิจกรรมอื่นๆ จากที่เคยทำ

10. ไม่ค่อยแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกต่างๆ ยกเว้น โกรธ งอแง

11. มีปัญหาเกี่ยวกับการกิน การนอน หรือ การใช้ห้องน้ำ

12. แยกแยะไม่ออก ระหว่าง จินตนาการกับความเป็นจริง

13. เป็นเด็กโอนอ่อนผ่อนตาม ยอมง่ายๆ

14. ไม่เข้าใจคำสั่ง ต่างๆ เช่นวางแก้วบนอ่าง ก้มหาลูกบอลใต้โต๊ะเป็นต้น

15. ไม่สามารถที่จะให้ ชื่อจริง นามสกุลจริงตัวเองได้

16. ไม่สามารถที่จะใช้ คำพหูพจน์ หรือ ประโยคที่เหมาะสมได้

17. ไม่พูดไม่เล่าเกี่ยวกับ กิจกรรม หรือ ประสบการณ์ที่ได้รับในแต่ละวัน

18. ไม่สามารถที่จะสร้างบล๊อกแบบต่างๆ ได้ หรือ บล๊อกแบบง่ายโดยต่อให้สูงถึง 8-9 บล๊อก

19. ไม่สามารถจับ ดินสอสี หรือ สีเทียนได้ ด้วย การใช้นิ้วมือที่ถูกต้อง

20. มีปัญหาในการใส่เสื้อผ้า หรือ ถอดเสื้อผ้าตัวเอง

21. ไม่สามารถแปรงฟันตัวเองได้สะอาด และมีประสิทธิภาพ

22. ไม่สามารถที่จะล้างและเช็ดมือตัวเองได้ดี

 

ทั้งหมดคือตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้นนะลูก แต่ขอให้เชื่อแม่ เถอะว่า ลูกของแม่ ก้าวกระโดด ไปไกลกว่านั้นมากมาย และแม่เชื่อว่าเมื่อลูกของแม่ครบ ห้าขวบเมื่อไหร่ แม่คงจะมีเรื่องให้ภูมิใจในตัวลูกของแม่อีกมากมายหลายเรื่องนัก

 

แม่รักและภูมิใจในตัวของลูกมาก

 

     Share

<< 27 Weeks mommy diaryMy life with you >>

Posted on Tue 15 Jan 2008 3:59


36 Weeks mommy diary
Right way to Nurse
Benefits of breastfeeding III
Benefits of breastfeeding II
Benefits of breastfeeding
35 Weeks mommy diary
Body after labour
34 Weeks mommy diary
33 Weeks mommy diary
Postpartum : the first week
32 Weeks mommy diary
Does it necessary ?
31 Weeks mommy diary
30 wks +4 ds OB visited
30 Weeks mommy diary
29 Weeks mommy diary
Autistic issue
28 Weeks mommy diary
My life with you
4 years old milestone
27 Weeks mommy diary
when you were sick
26 weeks mommy diary
The first month
Sex during pregnancy
25 weeks mommy diary
24 Weeks Mommy Diary
Tiny baby big list.
Be prepared
23 weeks pregnant
Fetal development :: Week 21-22
Icky patchy itchy skin while preggy
20 weeks together
Immunizations
Knock Knock who is there??
Baby basic health care
Helping baby sleep
My pregnancy 19 weeks journal
Basic infant care