Right way to Nurse

 

ลูกรักของแม่

 

แม่เป็นคนที่เชื่อเรื่องธรรมชาติ และเชื่อเรื่องสัญชาตญาณแห่งการเลี้ยงลูกด้วยความรู้สึกแห่งความเป็นแม่ ดังนั้นไม่แปลกเลยหากแม่จะเชื่อว่า ธรรมชาติได้สรรค์สร้างให้แม่และลูกมีความผูกพันต่อกันด้วยการให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเอง  เพราะสำหรับแม่แล้ว การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นเป็นโอกาสให้แม่ได้แสดงบทบาทของความเป็นแม่ได้อย่างสมบูรณ์ สวยงาม แม่ได้โอบกอด ได้สัมผัสลูกด้วยความรัก ได้ยินเสียงหัวใจแม่เต้น ได้สบสายตา และ มือแม่ที่ยังว่างอยู่ไม่ต้องถือขวดนม ยังสามารถ สัมผัสรักกับลูกได้อย่างอบอุ่น

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประสบความสำเร็จนั้นมีเทคนิคไม่มาก เพราะแม่เจอความยากลำบากในการให้นมแม่มา และแม่ได้รับคำแนะนำที่ดี กำลังใจที่ดี แม่เลยอยากบนทึกเก็บเอาไว้ นั่นคือ ต้องขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงและความเพียรพยายามของแม่เป็นสำคัญ หัวใจสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก้าวแรกที่จะทำให้แม่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองนั้น แม่เองจะต้องเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่สำคัญของนมแม่ต่อลูก เพราะเท่าที่แม่รู้ยังมีแม่มือใหม่อีกหลายคนที่มีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ลูกได้ดื่มนมจากอกของตัวเอง ทั้งๆที่มันคือ สุขสุดยอดของการเป็นแม่จริงๆ ในความรู้สึกของแม่

 

การให้ลูกได้ดูดน้ำนมจากอกแม่จะช่วยให้ลูกเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรง สมบูรณ์ เพราะน้ำนมแม่มีคุณค่าสารอาหารที่เหมาะสมเพียงพอกับความต้องการของลูก และน้ำนมแม่ก็มีภูมิคุ้มกันโรค ทั้งยังช่วยพัฒนาสมอง และสายตา ของลูกด้วย นอกจากนั้นการที่ลูกดูดนมจากอกแม่ยังเป็นการสร้างการผูกพันระหว่างแม่กับลูกได้ดีที่สุด ซึ่งเทคนิคของการให้นมแม่นั้นก็คือ ดูดทันทีที่แม่ฟื้นจากการคลอด ดูดกระตุ้นบ่อยๆ และดูดอย่างถูกวิธี

 

 ลูกจะต้องได้ดูดนมแม่ทันทีหลังจากฟื้นตัวจากการคลอด เพราะช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ลูกตื่นเต็มที่และพร้อมที่สุดในการเรียนรู้โลกใหม่ การดูดของลูกจะกระตุ้นฮอร์โมนสร้างน้ำนมของแม่ ยิ่งเริ่มต้นให้ลูกดูดนมแม่เร็วเท่าไรนมแม่ก็จะมาเร็วเท่านั้น

 

ดูดบ่อย หมายถึงการให้ลูกดูดนมแม่บ่อย ๆ โดยเฉพาะใน 2-3 วันแรกหลังคลอด ควรให้ลูกดูดนมอย่างน้อย  3 ชม/ ครั้ง เพื่อจะช่วยให้ร่างกายของแม่มีการสร้างน้ำนมมากพอกับความต้องการของลูก

 

ดูดอย่างถูกวิธี คือ ให้ลูกอ้าปากกว้าง อมหัวนมแม่ ให้ลึกถึงลานนม จัดท่านอนของลูกและท่าของแม่ให้ถนัด เมื่อทั้งแม่และลูกอยู่ในท่าที่ถูกต้องแล้ว แม่ก็จะไม่รู้สึกเจ็บมาก ขณะที่ลูกดูดนมด้วย

 

การประคองเต้านมที่ถูกต้องจะช่วยให้หัวนมเข้าไปในปากลูกได้ลึกขึ้น โดยมือแม่ควรอยู่นอกลานหัวนม นิ้วมือทั้งสี่อยู่ด้านล่างเต้านม นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน ปรับมือที่ประคองเต้านมไปตามแนวปากของลูกเป็นรูปตัว U หรือตัว C แม่ควรประคองเต้านมไว้ตลอดเวลาจนกว่าลูกจะดูดนมแม่ เก่งแล้ว เพราะ การดูดนมที่ถูกวิธีนั้น จะช่วยป้องกันปัญหาเจ็บหัวนม หัวนมแตก และช่วยให้ลูกได้น้ำนมอย่างเต็มที่จากการดูดด้วย

 

การอมหัวนมให้ลึกพอ  (latch-on) แม่ใช้หัวนมแม่เขี่ยริมฝีปากลูกให้อ้ากว้างที่สุด  และเคลื่อนลูกเข้าหาเต้านมโดยเร็ว  เพื่อลูกจะอมหัวนมได้ลึกถึงลานหัวนมโดยสังเกตจากปลายจมูกลูกอยู่ชิดเต้านม  เว้นปีกจมูกไว้หายใจ  ริมฝีปากบนและล่างกางออก  คางแนบเต้านม 

 

การดูดมีประสิทธิภาพ  จะพบเนื้อเต้านมบริเวณเหนือริมฝีปากลูกขยับตามแรงดูดของลูก  เพราะลูกสามารถใช้ลิ้นยื่นไปโอบใต้ลานหัวนมดึงยืดออกมาคล้ายกับว่าดึงหัวนมและรีดน้ำนมในถุงน้ำนมที่อยู่ใต้ลานหัวนมให้ไหลเข้าปากลูกได้  และอาจได้ยินเสียงกลืนน้ำนมเป็นบางครั้ง แม่ชอบเสียงนี้มากที่สุด

 

การอุ้มให้นมลูกอย่างถูกวิธีจะทำให้ลูกนอนดูดนมในลักษณะที่แม่ลูกมีความสบาย มีความสุขและความพอใจสังเกตได้จากมือและเท้าลูกนิ่ง มือที่กำเริ่มคลายออก บางครั้งอาจจะเลื่อนมาจับนมแม่ หรือ จับนิ้วแม่ การดูดจะเป็นจังหวะช้าๆสม่ำเสมออาจเห็นเต้านมกระเพื่อมไปตามจังหวะการดูด ถ้าลูกดูดได้น้ำนมมากอาจได้ยินเสียงกลืนนม การดูดที่ถูกต้องลูกจะดูดอย่างเดียวไม่ใช่ทั้งดูดและดึงเต้านมไปด้วย ดังนั้นต้องระวังไม่ให้ลูกดึงเต้านมโดยการประคองหัวและคอลูกเอาไว้ จะช่วยรักษาเต้านมไม่ให้ยาน หัวนมจะไม่ถูกดึงให้ยืดยาวออก และข้อสำคัญขณะดูดนมแม่จะไม่เจ็บหัวนม เพราะเหงือกลูกกดลงบนลานหัวนมไม่ได้กดที่หัวนมแล้วดึงเพราะหากเจ็บหัวนมต้องรีบหาสาเหตุเพื่อแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ ไม่เช่นนั้นจะทำให้มีปัญหาในการให้นมต่อไป

 

ระยะเวลาการให้นม ในระยะแรกหลังคลอดควรให้ลูกดูดนมแม่ทั้ง 2 ข้างๆละ 15 นาทีเพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีน้ำนมเพิ่มมากขึ้น ต่อมาเมื่อมีน้ำนมมากควรให้ลูกดูดให้เกือบเกลี้ยงเต้า** ((ตามรายงานวิจัยบอกว่าลูกจะสามารถดูดนมออกจากเต้าได้เพียง 64-65 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น แม่สามารถปั๊มนมส่วนแรก หรือส่วนหลังสลับเก็บไว้ในคลังน้ำนมได้หลังหรือก่อนให้นมแม่))  เพราะร่างกายจะได้สร้างน้ำนมชุดใหม่ได้อย่างเต็ม ที่เอาไว้ให้ลูกดูดได้มากๆในมื้อต่อๆไป

 

การเอาหัวนมออกจากปากขณะที่ลูกกำลังดูดนมแม่อยู่หรือขณะที่ลูกหลับ แม่ไม่ควรดึงหัวนมออกจากปากทั้งที่ลูกกำลังอมหัวนมอยู่เพราะลูกอาจจะงับแรงขึ้น วิธีที่จะทำให้ลูกคายหัวนมออกโดยไม่ทำให้หัวนมแตกหรือถลอก คือ ใช้นิ้วก้อยสอดเข้าไประหว่างมุมปากลูกและแทรกผ่านเหงือก หรือใช้มือกดคางลูก ลูกก็จะปล่อยหัวนมออกเอง ในขณะเดียวกันให้แม่ค่อยๆถอนหัวนมออกจากปากลูกอย่างนุ่มนวล

 

การไล่ลม - Burb ควรทำให้ลูกเรอทันทีหลังจากให้ลูกดูดนมเสร็จแล้วทุกครั้งหรือทำให้ลูกเรอก่อนที่จะให้ลูกมาดูดนมอีกข้างหนึ่ง มี 2 วิธี


1. การไล่ลมในท่าอุ้มพาดบ่า ให้คางลูกอยู่ที่บ่าของแม่ ใช้ฝ่ามือลูบหลัง หรือตบหลังเบาๆจนได้ยินเสียงเรอ

2. การจับลูกนั่งหลังตรงแล้วมือประคองคอ จับมืออีกข้างจับตรงคางแล้วยกให้สูงขึ้นลูกก็จะเรอสบายตัว

 

สำหรับท่าการให้นมลูกมีหลายท่าอุ้ม มีดังนี้คือ  

 

ท่าการให้นมของแม่และลูกควรอยู่ในท่าที่สบาย ผ่อนคลายทั้งท่านั่งและท่านอน ในช่วงระยะ 2-3 เดือนแรกแม่ควรใช้หมอนรองตัวลูก  เพื่อไม่ต้องออกแรงอุ้มลูกมากนักไม่ปวดข้อศอกหรือข้อมือเพราะมีแม่บางคนที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการปวดข้อหลังคลอดเนื่องจาก ระหว่างท้องร่างกายจะทำให้ข้อต่างๆของร่างกายหลวมเพื่อเตรียมการคลอด เมื่อคลอดแล้วอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการกลับคืนเข้าสู่สภาพเดิม ยิ่งไปกว่านั้น  แม่จะไม่เมื่อยและช่วยลูกให้อยู่ในตำแหน่งคงที่ไม่เลื่อนไหลเนื่องจากขนาดของลูกยังเล็ก การใช้หมอนให้นมรองตัวลูกจะทำให้ลูกอมหัวนมแม่ได้ลึกพอ  ลดปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา  เช่น  หัวนมเจ็บ  หัวนมแตก  เต้านมคัด  เต้านมอักเสบเป็นหนอง 

 

การออุ้มโดยให้ลูกนอนตะแคงตัวเข้าหาแม่เสมอ ท้องลูกแนบท้องแม่ ปากลูกอยู่ตรงกับหัวนมแม่ ศีรษะและลำตัวลูกอยู่ในแนวเดียวกันหรือก้มเล็กน้อย คอไม่บิด ศีรษะลูกอยู่สูงกว่ากระเพาะอาหารเล็กน้อยโดยให้ท้ายทอยลูกพาดอยู่ที่ข้อพับแขนแม่ในลักษณะแม่โอบกอดลูกไว้ในวงแขน ท่าในการอุ้มให้นมลูกมี  4 ท่า ดังนี้


1. ท่านอน - Side lying แม่และลูกนอนตะแคงข้างเข้าหากัน วิธีนี้จะเหมาะกับแม่ที่ได้รับการผ่าตัดเพราะช่วงแรกๆยังเจ็บบาดแผลผ่าตัด ทำให้นั่งไม่ถนัด อุ้มลูกแนบลำตัวยังเจ็บอยุ่  วิธีคือแม่โอบกอดลูกไว้ในวงแขนโดยใช้แขนข้างเดียวกับเต้านมที่จะให้ดูด

 

2. ท่านั่ง มี 3 ท่า ควรใช้เมื่อแม่พร้อมจะลุกขึ้นนั่งได้และความเหมาะสมความถนัด ในแต่ท่าที่ทำให้แม่อุ้มลูกสบายและไม่เกร็ง


 
2.1  ท่า Cradle position แม่อุ้มลูกไว้บนตักและโอบกอดลูกไว้ในวงแขนแนบอก โดยใช้แขนข้างเดียวกับเต้านมที่จะให้ดูด ศีรษะลูกอยู่ที่ข้อพับแขน ฝ่ามือแม่ประคองที่ก้นหรือต้นขาลูก เป็นท่าที่แม่ทุกคนนิยมใช้และลูกไม่มีปัญหาการดูดนมแม่

  

2.2 ท่า Modified Cradle position แม่อุ้มลูกไว้บนตักแต่เปลี่ยนมือจากท่า Cradle เป็นใช้มือข้างเดียวกับเต้านมที่ลูกดูดจับเต้านมไว้ และใช้แขนอีกข้างโอบกอดลูก มือจับและพยุงบริเวณท้ายทอยลูก เป็นท่าที่ใช้กับลูกที่มีปัญหาการดูดนม เพื่อประคับประคองลูกได้ถนัดและนำลูกเข้าหาลานหัวนมแม่ได้เร็วขึ้น เพื่อลูกจะอมหัวนมแม่ได้ลึกพอ ทำให้ลูกไม่หงุดหงิดหรือปฏิเสธการดูดนมแม่ เช่น กรณีหัวนมแตก/พอง ใช้เพื่อเปลี่ยนรอยงับของลูก ลดการเจ็บหัวนมของแม่ลง

 

2.3 ท่า Football position อุ้มลูกนอนตะแคงไว้ด้านข้างลำตัวแม่ ปลายเท้าลูกชี้ไปด้านหลัง มีหมอนรองตัวลูก 2 ใบ แม่ใช้มือข้างเดียวกับเต้านมที่ลูกดูดจับและพยุงบริเวณท้ายทอยลูก ส่วนแขนโอบกอดลูกให้กระชับเข้าหาตัวแม่ เหมาะกับแม่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องเพื่อไม่ให้ลูกนอนทับแผลแม่ แม่มีลูกแฝดเพื่อลูกได้ดูดนมแม่พร้อมกัน ลดเวลาการให้นมลูก แม่หัวนมสั้น หัวนมใหญ่เพื่อให้ลูกอมหัวนมได้ลึกพอ ไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างปากลูกกับหัวนมแม่ แม่หัวนมแตกเพื่อเปลี่ยนทิศทางรอยงับของลูก แม่เต้านมคัดบางส่วน (block duct) เพื่อลูกจะได้เปลี่ยนทิศทางการดูดรีดน้ำนมส่วนที่คัดออกมา

 

การเก็บน้ำนมแม่

 

กรณีที่ลูกไม่สามารถดูดนมแม่ได้อันเนื่องมาจากให้พ่อให้นมแม่ หรือ แม่มีความจำเป็นต้องออกไปไหน หรือ ป่วย ก็สามารถเก็บน้ำนมไว้ให้ลูกดื่มจากขวดได้


1. การเตรียมภาชนะใส่น้ำนม ควรมีฝาปิดมิดชิด เช่น ขวดนม หรือ ถุงสำหรับเก็บรักษานมผ่านการฆ่าเชื้อโรคมาแล้ว

 

2. แม่ต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนการปั๊มน้ำนม ระวังเรื่องความสะอาด พยายามไม่ให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรค

 

3.กระตุ้นการหลั่งของน้ำนมด้วยการใช้ผ้าขนหนูอุ่นๆวางประคบบนเต้านมสัก 1-2 นาที จากนั้นใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งประคองเต้านมด้านล่างและใช้ปลายนิ้วมืออีกข้างหนึ่งนวดคลึงเต้านมเบาๆเป็นวงกลมเริ่มจากฐานของเต้านมไปยังหัวนม


4. ใช้เครื่องปั๊มแบบแมนนวลหรือไฟฟ้า แล้วแต่ที่แม่มี ความประสงค์และเหมาะกับการใช้งาน

 

แม่ที่ควรได้รับการช่วยเหลือเรื่องการให้นมคือ 

 

1. แม่อ่อนเพลีย  เจ็บแผลผ่าตัดมาก  ควร ใช้ท่านอนให้นมลูก

2. แม่เจ็บแผลฝีเย็บ  ใช้ห่วงยางรองก้นเพื่อให้แม่นั่งให้นมได้ถนัด

3. ลูกร้อง  ควรปลอบให้หยุด  ก่อนนำลูกมาดูด และต้องไม่ให้ตอนลูกหิวมากเกินไป

4. ลูกปฏิเสธการดูดนมแม่  ขณะฝึกดูดนมแม่   ไม่ควรบังคับ  ควรปลอบโยน  ให้ได้รับการผ่อนคลายโดยการพูดด้วยเสียงปลอบประโลมใจ และพักการให้นมเป็นระยะ ๆ และทำให้แม่รู้สีกว่าทั้งแม่และลูกไม่ถูกบังคับให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 

4.1   กรณีลูกติดขวดนมและนมผสม อาจต้องให้แม่ให้นมด้วยตัวเองซ้ำหลายครั้งจนกว่าลูกจะยอมดูดนมแม่และให้กำลังใจแม่เป็นระยะๆ

 

4.2 กรณีลูกปฏิเสธนมแม่รุนแรง  คือลูกของแม่นี่ล่ะ ไม่ยอมดูดจากเต้าเลย แต่จะชอบนมแม่จากขวด และไม่ยอมรับนมผสมจากขวด แม่ต้องพยายามอย่างหนักในการให้ลูกให้ยอมรับแม่  โดยหมอและผู้เชี่ยวชาญการให้นมบอกกับแม่ว่า การอุ้มลูกเขย่าและเดินไปรอบบ้านเป็นสิ่งไม่ควรทำ  วิธีที่ควรทำคือ ให้แม่และลูกมีโอกาสใกล้ชิดกันโดยแม่อุ้มลูกนั่งเก้าอี้โยกหรือแม่นอนกอดลูกไว้จนเกิดความคุ้นเคยและยอมรับแม่  จึงเริ่มฝึกการดูดนมแม่ ซึ่งแม่ก็ทำสำเร็จ

 

5 แม่ยังไม่มีน้ำนมหรือน้ำนมมาน้อย ในระยะ 1 - 2 วันแรกหลังคลอดให้ลูกดูดนมแม่ในท่านอน  เพื่อแม่จะได้พักผ่อน  ลูกเรียนรู้การดูดนมแม่มากขึ้นและหลับในอ้อมกอดแม่  ทำให้แม่สบายใจ  น้ำนมออกเร็วขึ้น  ก่อนและหลังลูกดูดนม  ควรบีบน้ำนมออกเล็กน้อยเป็นการลดความดันของนม และ ประเมินปริมาณน้ำนมให้แม่ทราบว่ายิ่งลูกดูดน้ำนมมาก  น้ำนมยิ่งสร้างมาก  เพื่อให้แม่เกิดความมั่นใจ  และไม่นึกถึงการนำนมผสมมาให้ลูก   นอกจากนี้แม่ควรจะเรียนรู้เรื่องปริมาณน้ำนมที่ลูกต้องการเปรียบเทียบกับความจุของกระเพาะลูก 

 

ในช่วงระยะแรกเกิดกระเพาะลูกมีความจุประมาณ 20 ซีซี  แต่ปริมาณน้ำนมที่ลูกต้องการจะขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักแรกเกิดของลูก  เช่น  ลูกอายุ 1 วัน  น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม  ต้องการน้ำนมประมาณ 40 ซีซี / 8 มื้อต่อวัน

 

6. กรณีแม่หัวนมแตก ไม่ควรงดดูดนมแม่แต่ หาสาเหตุ   เช่น    ลูกอมหัวนมแม่ไม่ลึกพอ  ให้ปรับการดูดให้ถูกวิธี  หลังลูกดูดนมแม่  บีบน้ำนมแม่ทาที่หัวนมและผึ่งแห้งหรือหากแห้งแตกเจ็บมากสามารถทาครีมสำหรับทาหัวนมโดยเฉพาะได้ กรณีที่ลูกมีพังผืดยึดใต้ลิ้นผิดปกติ   ปรับการดูดให้ถูกวิธีแล้วแม่ยังเจ็บหัวนมมากเหมือนเดิม  ควรส่งปรึกษาศัลยกรรมเด็ก  เพื่อ release  tongue  tie  หลังผ่าตัดแก้ไขแล้วควรฝึกลูกดูดนมแม่ได้

 

7. กรณีแม่เต้านมคัด ควรประคบเต้านมด้วยน้ำอุ่นจัดนาน 10 นาที   เปิดหัวนมไว้  เพราะหัวนมไวต่อการรับความรู้สึก  บีบน้ำนมให้ลานหัวนมนิ่ม  แล้วจึงนำลูกมาดูด  เพื่อลดอาการคัดเต้านมลง กรณีเต้านมคัด  เจ็บมาก  จับต้องไม่ได้  หลังประคบเต้านมแล้ว  ใช้  Electric  breast  pump  หรือที่ปั๊มแบบแมนนวลช่วยระบายน้ำนมออกจนทุเลาอาการคัดเต้านมลง  แล้วจึงนำลูกมาดูด

 

สรุป  การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ใช่เป็นเรื่องของธรรมชาติอย่างเดียวแต่เป็นการเรียนรู้ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และความเข้าใจ ด้วยซึ่งแม่ทุกคนจะต้องเข้าใจและให้ความสำคัญ  

 

ข้อควรปฏิบัติ และไม่ควรปฏิบัติของแม่ที่ให้นมลูก

1. ควรให้นมแม่เร็วที่สุดเมื่อแม่และลูกพร้อม โดยยึดหลัก 3 ประการ คือ ดูดเร็ว ดูดบ่อย และดูดถูกวิธี


2. ให้นมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหรือเครื่องดื่มชนิดใดเสริมเพราะนมแม่มีเพียงพอสำหรับทุกความต้องการของลูกอยู่แล้ว และยังเป็น ระยะสำคัญในการสร้างรากฐานการเจริญเติบโตของร่างกาย สายตาและ สมองลูก จากนั้นให้นมแม่ควบคู่ไปกับอาหารเสริมตามวัย จนลูกอายุ 12 เดือน หรือมากกว่า

3. แม่ควรทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อร่างกายจะสามารถผลิตน้ำนมที่มีประโยชน์สำหรับลูกอย่างเต็มที่

4. การอุ้มลูกให้นมอย่างถูกวิธี เป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จในการให้นม เพราะหากลูกดูดถูกวิธี น้ำนมแม่จะไหลสะดวก เป็นการช่วยป้องกันหัวนมแตกได้ด้วย ซึ่งต้องเป็นท่าอุ้มที่สบายทั้งแม่และลูก ดังที่ได้กล่าวไว้ด้านบน

5. ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังคลอด ควรให้ลูกดูดนมทุก 3 ชม. เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายแม่สร้างน้ำนมและประเมินความต้องการของลูก เพื่อการสร้างน้ำนมที่เพียงพอกับความต้องการของลูก 

6. สำหรับแม่ที่มีน้ำนมเยอะ ก่อนให้ลูกดูดควรบีบน้ำนมออกเล็กน้อย เพื่อลดแรงดันในท่อน้ำนม น้ำนมจะได้ไหลช้าลง ลูกจะได้ไม่สำลัก 

7. การเก็บน้ำนม ควรแยกเป็นถุง หรือ ล๊อต  เขียนวันที่ เวลา อาหารที่ทาน เก็บไว้ด้วย จะได้รู้ว่าต้องอันไหนก่อนหลังและลูกมีปัญหาเกี่ยวกับอาหารที่แม่ทานหรือไม่ โดยนมแม่หากแช่ช่องธรรมดาจะอยู่ได้ 24 ชั่วโมง และหากแช่ในช่องฟรีชธรรมดาจะอยู่ได้ที่ 3 เดือน แต่หากแช่ช่องแช่แข็งแบบดีฟฟรีซ - 20 F  จะสามารถเก็บได้นานถึง 6 เดือน


สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ

1. ไม่ควรให้นมลูกตามเวลาแป๊ะ  แต่ให้ดูตามความเหมาะสม คือให้เมื่อลูกหิวแต่ไม่ใช่รอจนหิวจัด


2. อย่าหยุดให้นมแม่ก่อน 6 เดือน เนื่องจากระบบการย่อยอาหาร ของเด็กยังไม่สมบูรณ์พอที่จะย่อยอาหารบางอย่างได้ โดยเฉพาะไขมัน ฉะนั้นเมื่อมีน้ำย่อยไขมันออกมาต้องอาศัยนมแม่ช่วย 

3.ห้ามใช้ครีมทาที่ลานนม และหัวนม เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันของท่อน้ำนมได้ ยกเว้นครีมสำหรับป้องกันหัวนมแตกซึ่งมีเฉพาะ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือใช้นมแม่ทารอบๆ ก็จะหายเจ็บและไม่แห้งมาก ไม่อาบน้ำแล้วฟอกสบู่บริเวณหัวนมหรือลานนม ใช้แค่น้ำอุ่นล้างสะอาดก็เพียงพอแล้ว  ไม่จำเป็นต้องเช็ดหัวนมก่อนให้นมลูก การเช็ดหรือล้างมากๆ จะทำให้ผิวยิ่งแห้ง เพิ่มโอกาสหัวนมแตกมากขึ้น เพราะการอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดชำระล้างกายเพียงพอแล้ว

4. ไม่ควร สลับนมแม่กับนมขวด เพราะจะทำให้ลูกสับสนกับวีธีดูดที่แตกต่าง การดูดจากเต้าต้องใช้กล้ามเนื้อหลายมัดทำงาน การดูดจากขวดเป็นการกัดจุกนมไว้ไม่ให้นมไหลในจังหวะที่ลูกกลืน ฉะนั้นเวลาเปลี่ยนจากเต้าเป็นขวด ลูกจะกลืนไม่ทันเพราะนมจะไหลเข้าปากตลอด ส่วนการเปลี่ยนจากขวดเป็นเต้าลูกจะกัดนมแม่แรง

5. หลังคลอดไม่ควรลดน้ำหนัก เพราะแม่จะมีกิจกรรมที่ต้องทำเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว การนอนหลับพักผ่อนที่เปลี่ยนไปจากที่เคยหลับยาวตลอดคืนมาเป็นหลับๆ ตื่นๆ เพราะต้องตื่นขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก ดูแลลูก การให้นมลูก แค่นี้ก็ทำให้น้ำหนักลดเยอะแล้ว 

6. หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เนื้อสัตว์ปรุงไม่สุก อาหารที่มีรสจัดเกินไป แอลกอฮอล์ อาหารที่มีแก๊ซ เช่นพวกบร๊อคคอรี่ กระเทียม ผักกลิ่นแรงต่างๆ กะหล่ำปลี  อาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอิน รวมถึง ใส่ใจการจดจำอาหารในแต่ละวันที่ทานไป เพราะ อาหารบางชนิด จะมีผลต่อระบบการย่อยอาหารของเด็กเหมือนกัน 

7. ไม่ควรอุ่นนมแม่ด้วยไมโครเวฟ เพราะน้ำนมจะเสียคุณภาพของเอนไซม์และโปรตีนต่างๆ ไปกับความร้อน หากต้องการให้อุ่น เอาแช่กับ น้ำอุ่น หรือ ให้น้ำอุ่นไหลผ่านถุงเก็บนมแม่ก็เพียงพอแล้ว

 

การคลอดส่งผลกับน้ำนม

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในการคลอดของแม่ล้วนมีผลต่อลูกไม่ว่าจะเป็นภาวะอารมณ์ของแม่ในการคลอด รวมทั้งยาที่ใช้ในการคลอดก็มีผลต่อลูกเช่นกัน อันนี้แม่เจอมากับตัวเอง เพราะแม่ป่วยเป็นหวัดได้รับยาแก้ปวด และยาแก้หวัดทำเอานม และ ของเหลวในร่างกายแม่แห้งไปเสียเกือบทุกส่วน กว่านมจะมา ใช้เวลาเกือบอาทิตย์

 

โดยการใช้ยาแก้ปวดบางชนิดเช่น Ibuprofen หรือ  Tylenol  ตลอดจนวิธีการคลอดสามารถส่งผลต่อปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติของลูกใช้ลงกว่าปกติ 1-2 วัน แม่ที่คลอดธรรมชาติ ลูกจะเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการให้นม ในขณะที่การคลอดที่มีการบล็อกหลังหรือผ่าตัดคลอด พบว่ากลไกการดูดกลืนของเด็กส่วนใหญ่จะช้าลง 1-2 วัน ซึ่งเป็นผลกระทบจากยาที่ผ่านไปยังลูก ทำให้ยาไปกดการทำงานอัตโนมัติของสมองบางส่วนของลูกทำให้ลูกง่วงนอน ไม่ตื่นตัวมาก เท่านั้นเอง

 

หากการคลอดของแม่ผ่านไปด้วยดี น้ำนมแม่ก็จะดีแต่ถ้าการคลอดมีปัญหาหรือต้องผ่าคลอด แม่อาจต้องเจอหรือต้องแก้ไขปัญหาในช่วงแรกมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าการคลอดมีปัญหาแล้วจะแก้ไขอะไรไม่ได้ ดังนั้นแม่จึงควรยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังคลอดด้วย เพื่อเรียนรู้ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นและวิธีแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่าลืมว่าต้องพยายามเริ่มให้เร็วดูดให้บ่อยและถูกวิธี อย่างที่แม่ทำ ก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

 

กำลังใจสำคัญที่สุดเพราะ ปัญหาใหญ่ในการให้นมแม่ครั้งแรก คือ แม่หมดกำลังใจ พอเห็นว่าน้ำนมยังไม่มาหรือมาน้อย ให้นมลูกไม่ได้แม่ก็หมดกำลังใจ อันนี้แม่เข้าใจดี ช่วงแรกแม่มักเจอปัญหาว่า ทำไมลูกไม่ดูด ดูดไม่ได้แม่เองอุ้มลูกไม่ได้ ไม่ค่อยถนัดเพราะเจ็บแผล แต่ยังดีว่าแม่ พยายามให้มากขึ้นและทำให้ดีขึ้น โดยที่แม่ได้รับกำลังใจจากแดดดี้และ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนมตลอดจนเจ้าหน้าที่ ที่โรงพยาบาลทั้งหลาย ได้บอกกับแม่ว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเพราะถ้าแม่ยิ่งเครียด ยิ่งกังวล ยิ่งรู้สึกหมดแรงใจ แม่ก็จะยิ่งทำไม่สำเร็จ แดดดี้ เป็นคนสำคัญที่สุด ที่จะทำให้แม่ฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกทางหนึ่ง แดดดี้ให้กำลังใจแม่มาก แล้วก็บอกว่า แม่ต้องทำได้ แม่รู้สึกดี และมีกำลังใจมากขึ้นจริงๆ

 

ทำไมหมอและผู้เชี่ยวชาญตลอดจนถึงแม่ที่ให้นมแม่ประสบความสำเร็จ บอกว่าน้ำนมแม่ยังไงก็พอ ก็เพราะว่าในน้ำนมแม่ ประกอบด้วยโปรตีน  Whey ขนาดเล็ก ที่เรียกว่า Feedback Inhibitor of Lactation (FIL) เมื่อน้ำนมถูกผลิตสะสมจนเต็มเต้านม FIL จะมีมากและทำให้การผลิตน้ำนมเริ่มน้อยลงและช้าลง  ในทางกลับกันเมื่อน้ำนมถูกนำออกไปจนเต้านมว่าง FIL จะน้อยลง กลไกในการผลิตน้ำนมจะทำงานเร็วขึ้น และมากขึ้น อีกทั้งฮอร์โมน  Prolactin มีบทบาทสำคัญมากในกระบวนการผลิตน้ำนม กล่าวคือ ที่ผนังของเซลล์ผลิตน้ำนม (Lactocyte) นั้นจะมีตัวรับฮอร์โมน Prolactin  ซึ่งจะส่งผ่านโปรแล็คตินเข้าสู่กระแสเลือดไปยังเซลล์ผลิตน้ำนม และทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างน้ำนม

 

ทำให้น้ำนมถูกผลิตอยู่ตลอดเวลา ด้วยความเร็วที่ขึ้นอยู่กับว่าเต้านมนั้นจะว่างหรือเต็ม น้ำนมที่ถูกผลิตจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาระหว่างมื้อนมที่ให้ลูกดูดแต่ละครั้ง เมื่อน้ำนมสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ลุกดูดครั้งสุดท้าย เมื่อน้ำนมเต็มการผลิตน้ำนมจะช้าลง ถ้าต้องการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน จะต้องพยายามให้น้ำนมออกจากร่างกายให้เร็วขึ้นและบ่อยขึ้น เพื่อให้น้ำนมสะสมในร่างกายให้น้อยลงนั่นเอง เพียงเท่านี้แม่มือใหม่ และมือเก่าแบบแม่ ก็ไม่กังวลอีกต่อไปแล้วว่า...น้ำนมจะไม่พอให้กับลูกน้อย เพราะถ้าเข้าใจทำยังไง...น้ำนมแม่ก็พอ....

     Share

<< Benefits of breastfeeding III36 Weeks mommy diary >>

Posted on Fri 14 Mar 2008 0:09


Food for thought
Sweet award
Letter to my angel
3 months old can do
3 Months old girl
My life and my heart
How are thing going??
Well infant
When minor has a major mess
2 Months to 3 months old development milestone
Do Vaccines Cause Autism?
When only I learn from you
Wonderful time together
4 weeks checked up
1 Months old infant development
4 Weeks old little girl
Pregnancy hurts
37 Weeks mommy diary
36 Weeks mommy diary
Right way to Nurse
Benefits of breastfeeding III
Benefits of breastfeeding II
Benefits of breastfeeding
35 Weeks mommy diary
Body after labour
34 Weeks mommy diary
33 Weeks mommy diary
Postpartum : the first week
32 Weeks mommy diary
Does it necessary ?
31 Weeks mommy diary
30 wks +4 ds OB visited
30 Weeks mommy diary
29 Weeks mommy diary
Autistic issue
28 Weeks mommy diary
My life with you
4 years old milestone
27 Weeks mommy diary