Pregnancy hurts

 

 

ลูกรักของแม่

 

ช่วงสองวันที่ผ่านมาแม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแบบใหม่ที่ในชีวิตของแม่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย

นับจากวันอาทิตย์ กลางคืนหลังจากแม่อาบน้ำ แม่รู้สึกเจ็บตรงก้น แม่บอกแดดดี้ว่าแม่เจ็บมากๆ มันระบมแปลกๆ แม่เลยให้แดดดี้ เช็คให้ แดดดี้บอกว่ามันดูบวมๆ เป็น ถุงออกมา คืนนั้นแม่นอนหลับไม่สนิท แต่แม่คิดว่าเป็นภาวะปกติเสียอีก เพราะ ปกติแม่เองก็นอนไม่ค่อยจะหลับอยู่แล้ว ตอนเช้ามืด แม่รู้สึกเจ็บบริเวณนั้นอย่างมาก จนแม่ทนแทบไม่ไหว แม่เลยโทรไปหา หมอเจอพยาบาล บอกว่า อาการแบบนี้ เกิดจากการกดทับของทารกในครรภ์ และมีแรงกดดัน ทำให้เส้นเลือดปูดออกมาเรียกได้ว่าเป็น ริดสีดวงทวารขั้นแรก และ แม่บอกว่าอยากให้หมอดูมากกว่าที่จะ ให้พยาบาลคิดเอาอย่างนั้น แม่เลยได้ เข้าไปพบหมอแต่เช้า หมอได้บอกว่า อาการแบบนี้เป็นปกติสำหรับคนตั้งครรภ์ ร้อยละ 50 จะเป็นในครรภ์ที่สองเนื่องจาก มดลูกและกล้ามเนื้อต่างๆ หย่อนไม่เหมือนครรภ์แรก โดยเฉพาะแม่ ตัวเล็กด้วยเลยแบกน้ำหนักเยอะ แม่บอกหมอว่าแม่ไม่มีอาการท้องผูก ไม่มีอาการท้องเสียแต่อย่างใด อาการขับถ่ายของแม่ปกติที่สุด หมอบอกว่าไม่จำเป็นหรอก เพราะ อาการแบบนี้คือ อาการกดทับจากเด็กทารกในครรภ์นั่นเอง หมอให้แม่ทายา Preparation H แต่แม่ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด หมอก็บอกว่า หมอยังไม่ทำการผ่าคลอดให้ เนื่องจากหมอกังวลว่า ปอดของลูก((สาว))แม่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงรัฐที่เราอยู่ในขณะนี้คือ การผ่าตัดครั้งที่สองจะไม่ทำก่อน 39 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์ยกเว้นว่ามี Medical issue ต่างๆ ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของหมอ และทั้งนี้ทั้งนั้นหมอประจำทีมของแม่ ที่แม่จะเจอวันพฤหัส จะเป็นคน ประเมินสภาพของแม่เอง แม่เลยกัดฟันทนเอา

 

ความเจ็บปวดทวีมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงค่ำของวันจันทร์ แม่นอนร้องไห้ บอกกับแดดดี้ว่า แม่เจ็บจนทนจะไม่ไหวแล้ว แต่แม่ต้องเอาลูก((ชาย))ของแม่เข้านอน และ  ระหว่างนั้นแดดดี้ โทรไปที่ Birthing center ครั้งแรก เจอพยาบาล แม่ก็ได้คุยกับพยาบาล พยาบาลบอกว่า ที่หน่วยคลอดหมอจะไม่ทำอะไรให้แม่ แน่นอน แม่ต้องรอจนเช้าไปหาหมอที่ OB UNIT แต่หากว่าทนไม่ไหวจริงๆ ก็ให้เข้า ER ของโรงพยาบาล และ ให้หมอ ที่ห้องฉุกเฉิน จัดการประเมินว่า จะจัดการกับ ถุงก้อนนี้อย่างไรดี แดดดี้จึง เดินไปหาเพื่อนบ้านของเรา เพื่อให้เพื่อนบ้านของเรามาดูแล ลูกชายของแม่ เพราะนอนหลับอยู่คนเดียว ซึ่งแม่และแดดดี้ ไม่สามารถทิ้งไว้คนเดียวได้ ซักพักหมอโทรมา หมอจากห้องคลอดนั่นเอง บอกแดดดี้ว่าให้ เอาแม่ไปพบได้ เพราะหมอไม่อยากให้หมอที่ห้องฉุกเฉินมาจัดการกับแม่ แดดดี้เลยขับรถเอาแม่ไปหาหมอที่ หน่วย Birthing center

 

แม่ได้พบหมอ ซึ่งคุณหมอน่ารักมากๆ หมอได้ทำการเช็ค ถุงนั้นและพยายามจะดันให้มันกลับเข้าไปด้านใน Rectum แม่เจ็บจนน้ำตาไหล เกิดมาไม่เคยเจ็บอะไรเท่านี้มาก่อน แดดดี้เข้ามากอด แม่ร้องไห้ บอกว่าเจ็บเหลือเกิน คุณหมอก็บอกขอโทษบอกว่ามันจำเป็นต้องทำแบบนี้ จากนั้นหมอก็ให้ยา และจัดการให้แม่ รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด และ Monitor  ดูการเคลื่อนไหว และ อัตราการเต้นของหัวใจของหนู ไปด้วย เพราะหมอจะให้มอร์ฟีนกับแม่ แต่แม่ตัดสินใจว่า แม่จะลองใช้ยาพวก สเปรย์ และ พวกที่ทำให้แม่รู้สึกชามากกว่า เพราะมอร์ฟีน แม่รู้ว่ามันจะมีผลต่อ การเต้นต่อหัวใจของลูกสาวแม่ แม่เลยบอกว่า แม่จะลองทนดู โดยใช้ยาที่ ทำให้ถุงน้ำอันนี้ไม่ปวด ไม่ร้อน ไม่ระบม และทำให้พอสู้ไหวดีกว่า หมอเลยให้โฟมสำหรับฉีดเข้าไปด้านใน ลำไส้ใหญ่ และ ให้ยาทามา และแม่ไม่ได้รับยาแก้ปวดอะไร แม่ไม่อยากรับตอนนี้ เพราะแม่รู้ว่าอีกไม่นาน เมื่อแม่ผ่าคลอดหนูจะได้รับ ไปอีกขนานใหญ่ผ่านจากตัวแม่เช่นกัน

 

หมอบอกว่า ในวันพฤหัสนี้ วันที่จะต้องเจอหมอในทีมทำคลอดให้แม่ ให้แม่คุยว่า หมอมีความเห็นว่าอย่างไร เพราะหมอบอกว่าโดยปกติ ถุงเหล่านี้จะยุบไปเอง เมื่อคลอดแล้ว แต่หมอจะลองปรึกษา General surgical ดูด้วยว่า แม่มีความจำเป็นต้องผ่าเอาออกก่อนผ่าทำคลอดหรือไม่ และ ให้หมอในทีมของแม่เป็นฝ่ายตัดสินใจ หรืออาจจะผ่าหลังจากที่ผ่าเอาหนูออกมาแล้วคือเป็นการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กร่วมกัน แต่ หมอบอกว่าในความเห็นของหมอคือ ปล่อยไว้และรอให้หายเอง หากไม่หาย หมอที่ดูแลแม่อยู่จะส่งแม่ไปผ่าตัดเองทีหลัง หรือ อาจจะนัดผ่าพร้อมกันหลังจากผ่าคลอดแม่แล้วก็จะผ่าถุงนี้ออกไปด้วยพร้อมๆ กัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่การตัดสินใจของหมอในทีมของแม่

 

กลับมาถึงบ้าน แม่รู้สึกระบมไปหมด แม่เลยขอนอนในห้องลูกสาวแม่แทน เพราะแม่รู้ว่าแม่คงขยับตัวมาก แม่ไม่อยากปลุกแดดดี้ เพราะกว่าเราจะถึงบ้านก็ดึกมากแล้วเกือบเที่ยงคืน แดดดี้ ก็ใส่ยาให้แม่อีกครั้งก่อนนอน แม่บอกแดดดี้ว่า แม่อายนะ ให้แดดดี้มาจัดการกับแม่ แบบนี้ แดดดี้บอกแม่ว่า อายทำไม เราสาบานกันต่อหน้าพระเจ้าและพ่อแม่ของเรา แล้วใช่ไหมว่าจะดูแลกันและกันไม่ว่ายามแม่((และแดดดี้))แข็งแรงหรือป่วยไข้ และ แดดดี้ก็บอกกับแม่ว่า หากแดดดี้ ไม่สบาย แม่ก็ต้องดูแลแดดดี้แบบนี้เหมือนกัน เราไม่ทิ้งกัน เพราะเรา ต้องมีเรา เราต้องจับมือไปด้วยกัน แม่ร้องไห้เลย มันบอกไม่ถูก แดดดี้บอกว่าเราโตแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้ว การพูดถึงเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ว่าจะเป็นแบบไหน คนไหนมองว่าเรื่องน่าขบขัน แดดดี้บอกว่าน่าสมเพชมากกว่า ที่ขบขันบนความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาณของผู้อื่น แม่เลย นอนหลับไปแบบสบายใจ ((** ถึงตอนนี้แม่อยากจะบันทึกเกี่ยวกับเรื่องขำที่แดดดี้เล่าให้แม่ฟังซักนิดคือ ตอนหลังจากแม่ไปหาหมอแล้วแม่ไม่ว่างไปซื้อยา เลยให้แดดดี้แวะไปซื้อยาให้แม่แทน คือ Preparation H & Tuck ที่หมอสั่ง แล้วแดดดี้บอกว่าระหว่างที่รอ คิวค่อนข้างยาวแต่พอหลายๆ คนเห็นว่า ยาที่แดดดี้ถือ ทุกคนรีบบอกแดดดี้ว่า ไปต่อหน้าเค้าได้เลยลัดคิวได้เลย แดดดี้บอกว่า ทุกคนให้แดดดี้ไปจ่ายเงินค่ายาก่อนทันทีเลย สงสัยทุกคนเข้าใจว่า มันเจ็บมาก หรือหน้าตาแดดดี้ซีเรียสก็ไม่แน่ใจ แต่ทำเอาแม่ขำเหมือนกัน))

 

ตอนเช้าก่อนแดดดี้ไปทำงาน แดดดี้ก็ทายา ใส่ยาให้กับแม่ในบริเวณนั้นอีก แดดดี้บอกว่า ไว้เราตัดสินใจกันว่าจะทำอย่างไร เพราะ หากหมอจะผ่าตัดเอาลูกสาวแม่ออกมาก่อน หมอจะต้องทำการเจาะน้ำคร่ำผ่านช่องท้องของแม่ เพื่อตรวจดูว่า ปอดหนูแข็งแรงดีแล้วหรือยัง แดดดี้บอกว่า ตอนแรก แดดดี้ไม่เคยคิดจะทำอะไรฝืนหรือรบกวนหนูแบบนี้เลย แต่แดดดี้ เห็นแม่เจ็บปวดทรมาณแบบนี้แล้ว แดดดี้บอกว่า แดดดี้ คิดว่าจะทำ และ จะลองปรึกษาหมอดูว่าจะยังไง เพราะ อย่างน้อยรักษา ความปลอดภัยให้กับหนูในทางเดียวกัน ก็ต้องให้แม่บรรเทาความเจ็บปวดจากตรงนี้ด้วยเหมือนกัน

 

สำหรับแม่แล้ว แม่ทนได้ หากอาการยังทรงแบบนี้ ....เพราะนับจากนี้ แม่ก็ไม่ต้องทำงานไม่ต้องทำอะไรอีกมากมาย เหมือนเก่าแล้ว มีเวลานั่งๆ นอนๆ อยู่บ้านมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของหมอ และ อาการของแม่ด้วยเช่นกัน ขอให้หนูรู้ไว้นะลูกนะ ว่าแม่ทน และพยายามอย่างที่สุดแล้ว .....ไม่ใช่ว่าแม่อยากจะเร่งรัดให้หนูออกมาก่อนกำหนดหรืออย่างไร แม่อยากให้หนูรู้ว่าแม่รักหนูที่สุด แม่พยายามจะเลี่ยงทุกสิ่งทุกอย่างที่จะมีผลต่อหนู แต่หากมันจำเป็นจริงๆ แม่สัญญาว่า เมื่อหนูออกมา แม่จะดูแลหนูอย่างสุดความสามารถ สุดความรัก สุดหัวใจของแม่ที่จะทำให้หนูสุขภาพดี มีสุขให้ได้มากที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งพึงมีนะลูก

 

แม่รักหนูสุดหัวใจ

     Share

<< 37 Weeks mommy diary4 Weeks old little girl >>

Posted on Wed 26 Mar 2008 0:09


Thing we shared
Why should wait until 4 months old?
14 Weeks
Food for thought
Sweet award
Letter to my angel
3 months old can do
3 Months old girl
My life and my heart
How are thing going??
Well infant
When minor has a major mess
2 Months to 3 months old development milestone
Do Vaccines Cause Autism?
When only I learn from you
Wonderful time together
4 weeks checked up
1 Months old infant development
4 Weeks old little girl
Pregnancy hurts
37 Weeks mommy diary
36 Weeks mommy diary
Right way to Nurse
Benefits of breastfeeding III
Benefits of breastfeeding II
Benefits of breastfeeding
35 Weeks mommy diary
Body after labour
34 Weeks mommy diary
33 Weeks mommy diary
Postpartum : the first week
32 Weeks mommy diary
Does it necessary ?
31 Weeks mommy diary
30 wks +4 ds OB visited
30 Weeks mommy diary
29 Weeks mommy diary
Autistic issue
28 Weeks mommy diary