14 Weeks

 

 

เด็กหญิงคนดีของแม่

 

หนูคงแปลกใจ ว่าแม่ไม่เคยเรียกหนูว่านางฟ้าตัวน้อย หรือเจ้าหญิงของแม่......เหตุผลคือ เพราะหนูคือเด็กหญิงธรรมดานี่ล่ะคะ หนูไม่ใช่นางฟ้า หนูไม่ใช่เจ้าหญิง แต่หนูเป็นเด็กหญิงคนดี ที่แม่รักที่สุด ที่แม่เรียกหนูว่าหนูเป็นเด็กหญิงคนดี เพราะแม่รู้ว่าหนู จะต้องเป็นเด็กดี เป็นคนดี มีคุณภาพ เพราะแม่ รู้ว่าแม่สามารถสอน และดูแลหนูให้หนูเป็นได้ แต่แม่ไม่สามารถทำห้หนูเป็นนางฟ้าหรือเจ้าหญิงได้ หนูเข้าใจเหตุผลของแม่แล้วใช่ไหมลูก และแม่หวังว่า หนูจะได้รู้จักตัวเองเพียงพอว่าหนูคือเด็กหญิงที่น่ารักของบ้าน

 

นับตั้งแต่ แม่มีหนูมาจนถึง ตอนนี้ หนูอายุ 14 สัปดาห์แล้วนะลูก ไม่น่าเชื่อเลย ว่า วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม่มีความสุขทุกวินาทีที่มีหนู...จากเด็กหญิงตัวเล็กๆ แดงๆ ที่แม่เฝ้ารอ เฝ้าทนุถนอมในท้อง จนได้เห็นหนู ....ทั้งๆที่แม่เองแอบเสียใจที่ไม่ได้เห็นหนูในวินาทีแรกที่หนูได้ออกมาสู่โลก เพราะเป็นความผิดพลาดทางการแพทย์ แต่ก็นับว่าดีแล้วที่เราสองคนปลอดภัย และสุขภาพดีด้วยกันทั้งคู่นะลูก

 

จากวันนั้น ถึงวันนี้ พัฒนาการของหนู จากเด็กตัวเล็กๆที่ สามารถทำได้ไม่กี่อย่าง คือ กิน นอน อึ – ฉี่ ตอนนี้หนู กำหัวใจของทุกคนในบ้านไว้ด้วยรอยยิ้ม เสียงที่หนูเปล่งออกมา และ ท่าทางที่น่ารักของหนู พัฒนาการของหนูหลายอย่างที่ทำให้หัวใจของแม่ ละลายไปด้วยความรัก รัก รัก รัก รักหนูเหลือเกิน

 

หนูเริ่มมองจ้องแม่ตลอดเวลา ไม่เคยคลาดสายตาหนูเลยเมื่อเราเดินออกกำลังกายด้วยกัน แม่จะมองหนู และ ยิ้มให้กับหนูเสมอและ บอกกับหนูว่า แม่คนนี้ ที่หนูมองเห็น จะดูแล จะปกป้อง จะคุ้มครองหนูด้วยความรัก ความเอาใจใส่ และ ทำดีที่สุดให้กับหนู ได้มีความสุข มากเท่าที่เด็กหญิงอย่างหนูควรจะได้รับ หนูก็จะยิ้ม แล้วก็ ส่งเสียงตอบกลับมาหาแม่ หนูรู้ไหม รอยยิ้มของหนู ทำให้โลกของแม่ สว่างสดใส มีกำลังใจที่จะอดทน ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกอย่างหมดแรงใจของแม่จริงๆ

 

เดี๋ยวนี้ หนูของแม่ ออกฤทธิ์ไม่น้อยไปกว่าความน่ารักที่หนูมี บางครั้งหนูคึกคักที่จะได้นั่งคาร์ซีท หนูจะเตะขาไปมาส่งเสียง ให้รู้ว่าหนูชอบหนูตื่นเต้น ทั้งสีหน้าแววตาของหนู แล้วเราก็ไปไหนมาไหนด้วยกัน เดินเล่นบ้าง ไปกิจกรรมพี่ชายหนูบ้าง หรือ ไปธุระกับแม่บ้าง แต่หากหนูไม่ชอบหรือไม่มีอารมณ์จะไปด้วยเมื่อไหร่หนูจะดีด จะเด้งตัวออกมา ขนาดหนูแค่สามเดือนกับสองอาทิตย์ หนูแรงยังเยอะขนาดนี้ หนูร้องกรี๊ดๆ เหมือนกับบอกว่าหนูไม่ไปนะ อย่ามายุ่งกับหนู แม่ต้องปลอบต้องชวนหนูคุย แล้วบอกกับหนูทุกครั้งว่า เราจำเป็นต้องเอาหนูไปด้วย เพราะ ไม่สามารถทิ้งหนูให้อยู่คนเดียวได้ อดทนนั่งในคาร์ซีทไปนะคะ แม่ก็พูดไปเรื่อย แม่รู้ล่ะว่าหนู ไม่เข้าใจทุกถ้อยคำ แต่วันหนึ่งหนูก็จะเข้าใจไปเอง เพราะแม่ไม่เคยพูดภาษาทารกกับหนู เมื่อแม่อธิบายอะไรซักอย่าง แม่อธิบายเหมือนกับหนูคือคนโตๆ คนหนึ่ง เพราะแม่เชื่อว่าหนูจะจับน้ำเสียง และ คำอธิบายของแม่ได้เองซักวัน

 

หนูรู้ไหมลูก...ทุกครั้งที่เรา สี่คน กับ สมูทตี้ได้เดินออกกำลังกายพร้อมๆ กันในยามเย็น พี่ชายหนูจะปั่นจักรยาน ไปด้วยกัน พี่จะชี้ชวนให้แม่ดูนั่นดูนี่และไม่เคยเลยที่พี่ชายหนูจะละเลยไม่บอกว่า นี่อะไรนั่นอะไรให้กับหนูทุกครั้ง แม่เห็นหนูยิ้ม ส่งเสียงตอบให้กับพี่ชายจ้องมองกันด้วยสายตา แห่งความน่ารัก หนูรู้ไหมว่ามันคือภาพที่สวยงามที่สุดในสายตาของแม่ สวยกว่าสิ่งใดๆ ทั้งหมด เพราะ พี่ชายหนูรักหนูเหลือเกิน หนูคงจะได้ยินพี่หนูบอกว่า รักหนูวันละหลายสิบหน และได้รับรอยยิ้ม กอด หอม และ เข้ามาพูดคุยกับหนู นับครั้งไม่ถ้วน หนูรู้ไหม หนูน่ะโชคดีเหลือเกินในสายตาของแม่ เพราะ การได้มีพี่ชายซักคนที่ดูแลรักน้องแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะคะแม่ว่า และแม่ก็ชอบที่จะมองลูกสองคน เล่นกันเสมอ

 

หลายๆสิ่งของหนู เริ่มเปลี่ยนแปลง ทั้งกายภาพของหนู ผมหนูเริ่มร่วง จะหมดแล้ว ..ผมแม่เองก็เริ่มร่วงมากเช่นกัน แม่ไม่แน่ใจว่าจากฮอร์โมนของแม่เอง ที่เป็นธัยรอยด์หรือร่างกายปรับฮอร์โมนจากการท้อง แต่เราสองคนร่วงแข่งกัน แน่นอนแม่ยังชนะหนูอยู่เพราะแม่ยังมีผม แต่หนูกำลังจะล้าน และผมที่ขึ้นมาใหม่ของหนูคือสีน้ำตาลอ่อน มากๆ ยิ่งโดนแดดหรือแสงไฟจะสะท้อนเป็นสีบลอนด์แดงๆ ซึ่งแม่ โดนแดดดี้ บอกประจำว่า ผมดำที่ยูภูมิใจว่าลูกสาวเรามีตอนคลอดใหม่ๆนะ หายไปแล้วนะ แค่มีให้แม่ดีใจ ตอนนี้ แดดดี้เทิร์น แม่ล่ะหมั่นไส้มากจริงๆ

 

ไม่ว่าหนูจะเหมือนใคร แต่แม่และแดดดี้มองเห็น ความเป็น “เรา” ในตัวของหนู และพี่ชายของหนูเสมอ แม่มองเห็นแบบนั้น และ แดดดี้ก็บอกแม่แบบนั้นจริงๆ

 

ตอนนี้หนูชอบที่จะ เตะของเล่น และ จับของเล่น จากมือหนึ่งย้ายไปอีกมือหนึ่ง และ เอามือเข้าหากันมากขึ้น หนูเริ่ม  “พ่น” น้ำลายมากขึ้น เป่าเป็นฟองฟอดเชียว และเอานิ้วมือเข้าปากมากขึ้น แม่ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะแม่ถือว่ามันคือพัฒนาการของหนู แต่แม่ จะพยายามเอาออกมาบ้างเพราะแม่ไม่อยากให้หนูติด กับการดูดนิ้ว และแม่เห็นแล้วว่าหนูยังไม่ติด โดยเฉพาะเมื่อตอนแม่เอาหนูเข้านอน หนูจะเคลิ้มๆ เมื่อแม่ให้นม แล้วแม่จับหนูเรอ และ เอาหนูนอนเตียงหนู หนูจะงอแงบ้าง ส่งเสียงนิดหน่อยบ้าง บางทีก็หลับไปเลย แล้วแต่ ระดับความง่วงของหนู แต่ หนูไม่เคยเอานิ้วเข้าปากเวลาหนูง่วงนอนเลย นั่นทำให้แม่สบายใจได้มากขึ้นว่า หนูไม่ติดนิ้ว แม่เคยมี หลายคนถามว่าเลี้ยงลูกยังไงไม่ให้ติดอะไรเลย แม่ก็ตอบไม่ได้ เพราะแม่ไม่รู้ว่า ทำไมต้องเลี้ยงให้ติด และ แม่ก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำลูกยังไง เช่นเด็กบางคนติดผ้าห่ม แม่ก็ไม่เห็นลูกติดอะไร แม่ว่าหนูติดแม่ เหมือนพี่ชายหนูติดแม่น่ะดีแล้วนะลูก เพราะแม่ คือ สิ่งที่ มั่นคง จะอยู่กับหนู เราจะเติบโตไปด้วยกัน และ พร้อมจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไปด้วยกัน Security object ที่หลายคนพูดถึงว่า ควรให้เด็กๆมี แม่ไม่เห็นความจำเป็น เพราะแม่เองไม่รู้วิธีทำให้ลูกติด นั่นแหล่ะคือสิ่งที่แม่ตอบกับหลายคนไป เพราะบางคนให้ลูกติด จุกหลอก ให้ลูกติดผ้าห่ม ตุ๊กตา อะไรก็ว่าไป แม่ไม่มีความสามารถที่ให้ลูกติดกับสิ่งเหล่านั้น แต่แม่สามารถทำให้ลูกติดแม่ได้ เพราะ แม่ มีความสุขกับสิ่งที่แม่ทำกับลูกของแม่ แม่ชอบอยู่กับลูกๆ ชอบกอด ชอบหอม ชอบที่จะรัก และ เอาใจใส่หนูอย่างที่สุด ทำไงได้นะลูกนะ เพราะวันหนึ่ง หนูเองก็ต้องมีอิสระ มีชีวิตแบบที่หนูต้องการ ตอนนี้ แม่กับหนูขอใช้เวลาที่ เป็นแม่ลูก ได้กอดได้หอมให้แม่ชื่นใจ นะลูกนะ

 

แรง แม่ว่าหนูเรี่ยวแรงเยอะจริงๆ แข็งแรงมากๆ หนูสามารถยกตัวหนูเองออกจาบาวเซอร์ได้ หากไม่ติด เซฟตี้เบล หรือสายรัดไว้แม่ว่าหนูคงหลุดออกมาแน่ๆ เพราะหนูยกตัว หนูดิ้น ขยับไปมา ใช้เท้ายัน ทำเอาบาวเซอร์สะเทือนไปหมด แม่ละกลัวว่าจะคว่ำซักวันตอนนี้แม่เลย ไม่กล้าไปไหนไกลเมื่อเอาหนูไปนั่งเล่นนอกบ้าน จะนั่งใกล้หนูเสมอ  แต่หนูจะชอบนั่งเล่นหลังบ้าน ดูนก ชมไม้ อารมณ์ดีมาก แต่หนูไม่เคยซักครั้งที่จะหลับคาบาวเซอร์ ทั้งๆที่ เพื่อนข้างบ้านเอาลูกมานั่งเล่นด้วยกัน เค้าสามารถหลับคาของเล่นหรือบาวเซอร์แต่ลูกสาวแม่ ยังนั่งส่งเสียงเจื้อยแจ้วแม่ง่วงแค่ไหนก็ตามที หรือ ลูกทั้งสองของแม่ เป็นแบบนี้หนอ

 

หนูชอบยืนเป็นที่สุด เดี๋ยวนี้แม่ไม่ต้องจับหนูตรงใต้แขนหนูอีกต่อไปแล้ว แค่เอามือ ห่างๆ จากตัวหนูนิดๆ หนูก็จะสามารถ ยืนบนขาของหนูได้อย่างแข็งแรง โยกเยกยังไงแม่ก็รับหนูไว้ได้ แต่หนูไม่มีที่ท่าจะล้มสิคะ หนูชอบยืนเอามากๆจริงๆ แล้วนิ้วเท้าน้อยๆของหนู จิก กดลงมาบนเนื้อหนังของแม่หนูรู้ไหมค่ะ เท้าน้อยๆ ของหนู ทำเอาแม่ช้ำไปหลายจุด และ กิจกรรมที่หนูชอบเล่นกับแม่ กับพี่ชายหนูมากที่สุดตอนนี้ คือ โยกเยก แม่จะร้องเพลงโยกเยกเอ๋ย น้ำท่วมเมฆ ...ซึ่งทั้งหนูและพี่ชายหนูชอบโยกเยกด้วยกันทั้งคู่เลย แม้กระทั่งตอนนี้ พี่ชายหนูยังชอบอยู่เลย และหนูก็จะชอบเล่นแมงมุมลาย พอแม่ เอามือไต่ๆหนู แล้วร้องเพลงนี้หนูจะกรี๊ด แล้วหัวเราะทำท่าจั๊กจี้มาก่อนเลย ตลกดีจังเลยลูก และอีกอันที่หนูชอบมากคือ เพลงนิ้วโป้งอยู่ไหน แม่จะร้องทั้งไทยและอังกฤษให้หนู เพราะ แม่จะฝึกกล้ามเนื้อมือของหนู หนูก็ชอบมากๆเช่นกันค่ะ  ไว้หนูนั่งได้ แข็งแรงกว่านี้แม่จะเล่นจ้ำจี้ และ กิจกรรมแบบไทยๆ กับหนูอีกๆหลายๆอย่างนะคะ

 

การดูดนมของหนู แม่ว่าหนูดูดนมได้มากขึ้น นานขึ้น กลางวันหากเราออกนอกบ้านหนูจะสามารถ ดูดนม แต่ละมื้อ ทุกๆ 3 ชม หรือ สามชั่วโมงครึ่ง แต่หากอยู่บ้านหนูจะดูดไปเรื่อยๆ แม่เองก็ไม่ได้ สตริ๊ก หรือ กำหนดว่า ต้อง กี่ชม กี่มื้อ แม่มีนมให้หนู หนูอยากดูด แม่ก็ให้ดูด เราพอใจกันทั้งสองฝ่าย เพราะนมแม่ มีไว้ให้หนูนะคะ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่มีวินัย แม่ไม่ได้คิดว่า การดูดนม ของหนูต้องฝึกกันทุกๆกี่ชม แม่คิดว่า หนูอยากดูด เพราะ มันคือความต้องการของหนู แม่ยังพูดขำๆ กับเพื่อน ที่ให้นมผสมกับลูกว่า เค้าเสียดายทุกครั้งที่ลูกแหวะ หรือ อาเจียนออกมา เพราะ นมผงราคาแพง แม่บอกว่า แม่ไม่เสียดายเพราะนมแม่ลูกอิ่มลูกแหวะ ลูกอาเจียนเท่าไหร่ก็ได้ แม่ผลิตได้เพียงพอแก่ความต้องการของหนู ทำเอาแม่นมผงค้อนแม่ไปหลายจังหวะ แต่นะคะ แม่แต่ละคนตัดสินใจและมีคอนดิชั่นไม่เหมือนกัน แม่พอใจแบบนี้ หนูพอใจแบบนี้เราสุขกันทั้งสองฝ่ายก็พอแล้ว

 

กลางคืน เดี๋ยวนี้แม่รู้ตารางของหนูตรงเป๊ะทุกวัน เวลา ทุ่มครึ่งแม่จับหนูกับพี่ชายอาบน้ำ สองทุ่มเราอ่านหนังสือกัน หนูก็จะนั่งฟังด้วย แม่ก็จะจับหนูนั่งตัก แม่อ่านบ้างแดดดี้อ่านบ้าง หนูเก่งมากๆ ที่นั่งฟังได้ ไม่มีงอแง จากนั้นแม่ก็ให้นมหนู ราวๆ สองทุ่มครึ่งหนูก็จะเข้านอน ง่ายบ้างโยเยบ้าง อย่างที่แม่บันทึกข้างต้น หนูก็ต้องนอนได้เองอยู่ดี และ หนูก็ รู้แล้วว่า เวลานอน...

 

หนูจะชอบเวลาอาบน้ำมากๆ เวลาแม่บอกว่า อาบน้ำนะคะ พอแม่อุ้มหนูไปที่อ่างอาบน้ำ หนูจะเต้น ขยับตัวกระดุก ๆ ขึ้นลงไปมา บนแขนแม่ แม่ต้องบอกว่า เบาๆหน่อยลูก หนูหนักเดี๋ยวตก หนูเลย ยิ้ม แล้วมองหน้าแม่ เหมือนกับไม่เชื่อว่าแม่จะปล่อยให้หนูตก แน่นอนลูกรัก ชีวิตของแม่ ปกป้องดูแลหนู แม่มั่นใจว่า แม่ไม่มีวันทำให้หนูเจ็บ เพราะอยู่กับลูกแม่ ตั้งสติ และระมัดระวังอย่างที่สุด....แต่เชื่อแม่นะลูกคนเรา ต้องเรียนรู้จากการเจ็บ และ ขอให้หนูมั่นใจเสมอว่าแม่ไม่มีวันทำหนูเจ็บ แม่จะเป็นคนรักษาความเจ็บปวดให้กับลูกเอง ให้หนู เข้มแข็งพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง อีกครั้ง

 

แม่รักลูกทั้งสองของแม่มากสุดหัวใจ รัก รัก รัก รัก จนแม่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ว่ามากเพียงใด รู้แต่ว่าทุกอณูเนื้อในร่างกายของแม่ แม่พร้อมจะ ยอมให้ลูกได้เสมอ ให้ลูกได้เสมอ เพียงเพื่อให้ลูก อยู่ดีมีสุขและปลอดภัย

 

รักลูกหมดจดหมดใจ

     Share

<< Food for thoughtWhy should wait until 4 months old? >>

Posted on Mon 21 Jul 2008 8:49