Thing we shared

ลูกรักของแม่

แม่มีเรื่องบันทึกมากมายให้กับลูก แต่เวลาของแม่มีจำกัดจริงๆ แม่จะพยายามเก็บเอาไว้ให้มากที่สุด

ระยะนี้ ลูกชายของแม่ มีพัฒนาการ เกี่ยวกับการนอนได้ดีมาก สามารถนอนได้ตลอดคืนมาหลายๆคืน เกือบเดือนแล้ว แม่ปลื้มใจและภูมิใจในตัวลูกมาก ลูกเองก็คงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองเช่นกัน แม่คิดว่า ส่วนหนึ่งลูกเริ่มเติบโตพอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไม แม่กับแดดดี้ถึงได้เข้มงวดกับลูกเกี่ยวกับเรื่องการนอนมากนัก เพราะลูกเป็นเด็กนอนยาก และ ไม่ตลอดคืนไงลูก ไม่ว่าแม่จะปฎิบัติอย่างไร ทำตามทฤษฏีอะไรก็แล้วแต่ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม่เลยปล่อย เพราะคิดว่า ธรรมชาติของร่างกายของลูกเองคงจะปรับและจัดการกับตัวเองได้ และมันก็จริง

ส่วนหนึ่งแม่อ่านจากหนังสือ บอกว่าเด็กที่คลอดก่อนกำหนดจะมีระดับการพัฒนาการต่างๆ ช้ากว่า เด็กที่คลอด ฟูลเทอม สำหรับแม่ แม่ว่าจริงในบางเรื่องและไม่จริงในบางเรื่อง เพราะ หลายเรื่อง ลูกทัน หรือ ล้ำหน้าเด็กคลอดฟูลเทอม และหลายเรื่องที่ลูกตามหลัง เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การดูดนม ลูกดูดไม่เป็นจนเมื่อเลยสามเดือนไปแล้ว สามารถดุดจากเต้าแม่ได้ การนอน ลูกจะนอนได้ยาก และ นอนหลับไม่สนิท และ การพัฒนาการกล้ามเนื้อบางส่วนลูกแข็งแรงจริง แต่ การควบคุม เมื่อแม่เทียบกับเด็กวัยเดียวกันแล้ว เด็กคลอดฟูลเทอม ค่อนข้างคอนโทรลได้ดีกว่าในระยะเบื้องต้น แต่พอถึงในที่สุด ลูกก็เด็กเดินไวและพัฒนาการไว ตามทันนั่นเอง แม่เลยไม่ได้เอามากังวลมากนัก จริงอยู่ ลูกของแม่ทั้งสองคนคลอดก่อนกำหนด แต่แม่ดูแล้วลูกทั้งสองก็แข็งแรงดี สุขภาพแข็งแรงดี แม่เลย ไม่ได้กังวลมากนัก สิ่งที่แม่ เข้มงวดกวดขันคือเรื่องของการนอน แม่อยากให้ลูกรู้จักมีวินัยว่าถึงเวลาก็ต้องนอน น้องสาวของลูกค่อนข้างจะง่ายในการฝึกให้นอน ต่างกับลูกมากนัก และ การนอนก็นอนได้ยาวกว่าลูกมากนัก และแม่ลองเปรียบเทียบกันดู แม่ว่า น่าจะจริงเพราะน้องอยู่ในท้องนานกว่าลูกสามสัปดาห์ ลูกคลอดที่ สามสิบห้าสัปดาห์ น้องคลอดที่ สามสิบแปดสัปดาห์ ดังนั้น ระบบ ต่างๆ ของน้อง จะ Mature กว่า เห็นได้ชัดคือ น้องสามารถดูดนมแม่ได้ทันที ที่เจอหน้าแม่ครั้งแรก ต่างกับลูกเหลือเกิน

 

จริงๆ แม่อยากจะบันทึกเรื่องที่แม่เอาลูกๆ ไปเยี่ยมเด็กป่วยมะเร็ง ที่โรงพยาบาลเด็ก ลูกรู้ไหม แม่ดีใจเหลือเกินกับการตัดสินใจครั้งนี้ แม่ว่าแม่ตัดสินใจถูกต้องอย่างมากที่ ได้เอาลูกทั้งสองคนของแม่ไป เยี่ยมเด็ก และ แบ่งปันของเล่นของลูกให้กับเด็กที่เจ็บป่วย จริงอยู่ ลูกเห็นแล้วลูกกลัว แต่ ลูกก็ยังแบ่งปัน แอบมอง และ นั่งคุยกับเด็กๆได้ แม่รู้ว่า ลูกคงงง และ สับสนว่าทำไม แม่เวลาคุยกับเด็กๆ และพ่อแม่ ของเด็กๆ เหล่านั้น แม่ถึงได้น้ำตาซึมน้ำตาไหลเกือบตลอดเวลา เพราะ แม่คิดถึงคุณตา แม่รู้ว่า คุณตา คงจะเจ็บปวดไม่น้อย และ แม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อแม่ ว่ารู้สึกยังไงกับการได้เห็นลูก ของตัวเองเจ็บปวด เพราะหัวใจของแม่ แค่ได้เห็น แค่ได้คิด แม่ก็แทบจะหัวใจแหลกเสียแล้ว แต่พ่อแม่ที่มีเด็กป่วยแบบนี้ ไม่ได้แค่คิด ไม่ได้แค่ฝัน เพราะลืมตาตื่นมาทุกครั้งมันก็คือความจริงอยู่ดีว่า ลูกของเค้าเจ็บปวด และป่วย ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตยืนยาวไปได้อีกซักเท่าไหร่

แต่ แม่นับถือหัวใจของทุกคนจริงๆ เค้าเข้มแข็งอดทน และ มีความหวัง ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าคนที่ เจ็บปวดและต้องเผชิญกับความไม่มั่นคง ในชีวิตและสุขภาพ กลับหัวใจเข้มแข็งได้ขนาดนี้ แม่ เอง ก็เชื่อเหมือนกันว่าคุณตา ก็ต้องเป็นแบบนี้เช่นกัน แม่เลยอดไม่ไหวที่จะ ร้องไห้ออกมาบ้างเมื่อเห็น เพราะแม่จะนึกถึงคุณตาตลอด

แม่ภูมิใจที่ลูกของแม่รู้จักแบ่งปัน แม้ว่าลูกจะกล้าๆ กลัวๆ งงๆ กับสิ่งที่ได้พบได้เห็นตรงหน้า แม้ว่าแม่จะได้อธิบายมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ คำอธิบายเหล่านั้นไร้ความหมายเมื่อลูกได้เห็นกับตา เพราะ สิ่งที่ลูกได้เห็นคือ ชัดเจนกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด เพราะแม่พูดไปก็เท่านั้น ยังไง ลูกก็นึกไม่ออก แต่พอลูกได้เจอ ลูกยังครองตัวเองได้เก่งมากที่ไม่หลบมาหลังแม่ หรือ แสดงอาการละล้าละลัง ลูกจะ แสดงอาการงงๆ แต่ก็ยังปฏิบัติตัวได้ดี และมีเรียกแม่เป็นครั้งคราว

ลูกแบ่งของเล่น และ บอกกับเด็กๆ และพ่อแม่ของเด็กๆ ว่า ของเล่นทุกชิ้น เราเลือกด้วยความตั้งใจ หนังสือ เราเลือกด้วยความรัก และ หวังว่าเด็กๆทุกคนจะ รู้สึกเหมือนอย่างที่เรารู้สึก

พอเราออกมา แม่บอกกับลูกว่าแม่ภูมืใจในตัวลูกมาก ลูกกลับนิ่งแล้วบอกกับแม่ว่า ลูกกลัว เพราะลูกไม่เข้าใจ ว่าทำไมคนตัวเล็กแบบลูกต้องเจ็บ ต้องมีอะไรแปลกกว่าที่ลูกเคยเห็น แม่อธิบายบอกกับลูกว่าคนเรา เจ็บป่วยด้วยกันทุกคน แต่คนที่จะเจ็บหนักๆ แบบนี้ คือ คนที่เข้มแข็ง แม่เอาลูกมา เพราะแม่อยากให้ลูกรู้ว่า เด็กเหล่านี้เข้มแข็งและต้องการเพื่อน ต้องการความสดใสที่ลูกมี ลูกบอกกับแม่ ได้อย่างน่าชื่นใจ ลูกขอบคุณแม่ ที่แม่ดูแลลูกอย่างดี เท่านี้หัวใจแม่ ปลื้มพองๆนักหนาลูก

แม่หวังว่า การที่เราไปเยี่ยม เด็กเหล่านี้ ความเข้มแข็งที่เค้ามี คงได้ส่งมาให้กับแม่บ้าง เพราะหัวใจของแม่ เจ็บปวด ทุกข์ระทม กับการจากพราก การจากไปของคุณตา ทำให้หัวใจของแม่เจ็บปวด เหลือเกินลูก แม่เจ็บปวด ที่แม่ไม่มีโอกาสได้ดูแลคุณตา เจ็บปวดที่รู้ว่าคุณตาต้องเจ็บ ต้องอดทน แม่อยากรู้ว่าคนที่เค้าเป็นเค้าต้องอดทนแค่ไหน และเค้าคิดเหมือนที่คุณตาคิดไหม และ ยิ่งไปกว่านั้น แม่อยากจะทำอะไรให้กับคนเหล่านี้ เพราะ แม่คิดว่าคุณตาคงจะดีใจหากรู้ว่า แม่พยายามที่จะทำให้กับ คนที่ต้องการ ซึ่งแท้จริงแล้ว แม่เองก็ต้องการจากเค้าเหล่านั้นเช่นกัน

แม่รัก และคิดถึงคุณตาเหลือเกิน ทุกค่ำคืนของแม่ ก่อนนอน แม่จะกราบไหว้พระ ตามพุทธศาสนาของแม่ ขอพรพระ ให้ปกป้องคุณตา ให้มีความสุข สุขคติ อย่าให้มีกังวลอะไรกับลูกหลาน แม่หวังแค่นี้จริงๆ แม่อยากจะกราบคุณตา อยากจะกลับบ้าน อยากจะไป ถึงบ้าน แล้วจะบอกกับคุณตาที่รูปของคุณตา รูปสุดท้ายว่า แม่รัก และ จะทำตัวให้ดี ให้สมกับที่คุณตาทุ่มเททุกอย่างให้กับแม่ เพื่อการศึกษา เพื่อให้แม่เป็นคนเต็มคนได้อย่างทุกวันนี้ แม่ ภูมิใจในตัวคุณตาเสมอ ยิ่งน้านิ้งบอกกับแม่ว่า คุณตาพูดว่า คุณตาภูมิใจในตัวแม่ แม่ได้ฟังแค่นี้ แม่ร้องไห้ เพราะแม่คิดถึงคุณตาสุดหัวใจ เพราะ คุณตาภูมิใจในตัวแม่ได้ นั่นเพราะคุณตาได้อบรม ให้ความรัก สอนความรับผิดชอบ และ ทำทุกอย่างในชีวิตของพ่อคนหนึ่ง จะทำให้ลูกได้ เท่านี้แม่คิดได้เท่านี้ แม่รู้สึกว่า วัยวันของคุณตา เร็วเหลือเกิน แม่เสียใจ แม่อาดูร แม่คิดถึงคุณตาทุกวัน ทุกเวลา และแม่สัญญากับตัวเองว่า แม่จะดูแลลูกให้สมกับที่คุณตา เลี้ยงดูแม่มาอย่างดี ให้การศึกษา สอนความเป็นไปในชีวิตของแม่ ให้รู้จักยอมรับความจริง ยอมรับตัวเอง รู้จักตัวเอง และ รับผิดชอบตัวเองให้มากที่สุด

แต่การจากไปของคุณตา มันอยากเหลือเกินที่แม่จะยอมรับ แม่ยังทำใจไม่ได้เลยจริงๆ แม่รู้สึก ตัวชาๆ หัวใจชาๆ ทุกครั้งที่คิดว่า คุณตาไม่มีอีกแล้วไม่มีรอยยิ้มที่อ่อนโยน แววตาที่อบอุ่น ห่วงใย ไม่มีคนคอยบอกว่าต้องออกกำลังกาย ต้องตื่นเช้า ต้องทานอาหารดีๆ ไม่มีคนคอยซื้อขนมเอาใจลูกๆ แม่คิดถึงคุณตาทุกเมื่อเชื่อวัน ความอาลัยอาดูร ของแม่ ยังเต็มเปี่ยม แม่ไม่เคยหลุดพ้นจากมันเลย ไม่ว่าแม่จะพยายามเท่าไร ทั้งๆที่แม่เตือนตัวเองเสมอว่า เราต้องมีชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป เรามีสายเลือดของคุณตาในร่างกายของแม่ แม่มีความรักของคุณตาอยู่เต็มหัวใจ เต็มร่างกาย แต่ แม่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสียน้ำตาในบางวัน เพียงเพราะคิดถึง คุณตา คิดถึง คิดถึง จนใจแทบจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ

แม่เลยติดสินใจ ไปโรงพยาบาลครั้งนี้ แม่เองหวังไม่มากก็น้อยว่า สิ่งหนึ่งที่ลูกจะได้รับคือ การแบ่งปันความสุข พลังของชีวิต และ ความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ยิ่งแม่เห็น คนอื่นที่ได้รับความเจ็บปวด ต้องแบกรับ ความอดทน แบกรับความกดดัน ต่างๆ แม่รู้สึกว่า สิ่งที่แม่ได้เผชิญ ยังเทียบกันไม่ได้ จริงอยู่เราจะสูญเสียเหมือนกัน แต่การได้เห็นคนที่รัก ต้องเจ็บปวด ต้องต่อสู้ ต้องทรมาณ มันทุกข์ใจ มันเจ็บปวดกว่าการที่ได้เห็น คุณตาจากไปอย่างสงบมากกว่าต้องทนเห็นคุณตาในสภาพนี้ ความเข้มแข็งของแม่ เริ่มกลับมา และ พอจะคิดได้ว่า คนที่ต้องทุกข์ทน กับการจากพราก มีมากมายนัก และ ต้องเห็น ต้องรอ ไม่รู้ว่าวินาทีไหนเมื่อไหร่ แต่เค้าก็ ยังเปิดใจรอรับกับมัน

แม่หวังว่า ลูกตัวน้อยของแม่ทั้งสอง จะได้รับรู้ ว่าชีวิตมีค่า ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง รู้จักโอบอ้อมอารี มีน้ำใจแบ่งปันได้ก็แบ่งปัน เพราะความสุขจากการได้ให้มันเต็มอิ่ม มันเต็มหัวใจ นะลูกนะ

และขอให้รับรู้ไว้ว่า แม่รักลูกมาก รักสุดหัวใจ และ แม่เชื่อว่าคุณตาก็ย่อมรู้สึกแฉกเช่นเดียวกับที่แม่รู้สึก และ แม่ก็มั่นใจว่า สิ่งที่แม่ได้ทำ ทำให้ลูกรู้จักที่จะแบ่งปัน และ รู้จักที่จะให้ เพราะหัวใจน้อยๆ ของลูก เมื่อนั่งรถกลับมาบ้านลูกบอกกับแม่ว่า

ลูกพร้อมจะกลับไปอีกครั้ง จะแบ่งของเล่นของลูกให้กับเด็กเมื่อวันคริสต์มาสที่จะมาถึง ลูกรู้ไหม หัวใจของแม่ ชุ่มฉ่ำดีแท้

แม่รักลูก รักสุดหัวใจ

     Share

<< Why should wait until 4 months old?Muscle Tones >>

Posted on Sat 2 Aug 2008 8:37