A 9 months old girl

 

เด็กหญิงคนดีของแม่

หนูรู้ไหม วันนี้หนูของแม่ เก้าเดือนเต็มพอดี แม่ไม่อยากจะเชื่อเลย เพราะ วันเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม่มีความสุข สนุกกับการได้เลี้ยงดูหนูทุกวัน เพราะหนูเป็นเด็กท้าทาย ไม่ใช่เด็กที่เลี้ยงง่ายหรือทำนายพฤติกรรมของหนูได้เลย แม่ชอบที่หนูเป็นแบบนี้ เพราะทำให้วันเวลาของแม่แต่ละวันที่เลี้ยงดูหนู เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น น่าสนุก ท้าทายทุกๆวัน หนูจะมีพฤติกรรมไม่ค่อยซ้ำในแต่ละวัน แม่ชอบที่จะได้เจอกับสิ่งใหม่ๆ แบบนี้ทุกวัน

พัฒนาการของหนู แม่อยากจะบอกหนูเหลือเกินว่าหนูพัฒนาการเร็วมาก แต่สมมติว่า หากหนูเป็นเด็กพัฒนาการช้า แม่ก็ไม่มีปัญหาเพราะ ความรักของแม่ไม่น้อยลงเลย และ อย่างที่แม่บอกหนูพฤติกรรม และ การพัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับแม่ แม่เทียบหนูจากอัตราเฉลี่ยการเติบโตและพัฒนาการตามตำราเท่านั้น แม่ไม่ได้เปรียบเทียบหนูกับใคร เพราะแม่ไม่แคร์ แม่รู้ว่าเด็กเมื่อถึงจังหวะหนึ่ง ก็จะไล่พัฒนาการทันกันเอง อยู่ที่สิ่งแวดล้อม และ พ่อแม่สนับสนุนเพียงไรเมื่อเติบใหญ่

สำหรับหนู ในวัยเก้าเดือน หนูของแม่ สามารถเกาะเดินไปทั่วทุกที่ ที่หนูมีที่เกาะ หนูสามารถ เกาะเดินมือเดียว โดยเอามือ ระ ไปตามฝาบ้านหรือตามเฟอร์นิเจอร์ได้ แต่บางครั้งหนูของแม่ก็ลืม ปล่อยมือแล้วยืนนิ่งๆ จับของเล่นอยู่แบบนั้น แม่กับแดดดี้ได้แต่มองแล้วก็ลุ้นว่าหนูจะ ล้มก้นจุ้มปุ๊กเมื่อไหร่ แต่หนูก็ ยืนหนักแน่นไม่ล้ม เมื่อเอียงๆ หนูจะรีบเอามือไปจับกับ วัตถุที่ใกล้ตัวหนูมากที่สุด แล้วก็ร้องเพลงลัลล้าของหนูต่อไป

การคลาน หนูของแม่เป็นโปรมาก หนูสามารถคลานข้าม วัตถุ สิ่งของที่กีดขวางหรือสูงระดับเข่าหนูได้เป็นอย่างดี หนูสามารถคลานข้ามขาแดดดี้หรือขาแม่ ตอนนอนตะแคงได้อย่างสบาย นอกจากนี้หนูยังสามารถคลานขึ้นบันไดได้แล้ว แต่หนูมีปัญหากับการลง เพราะหนูยังไม่สามารถทำได้ แม่กับแดดดี้ให้หนูทำ ให้หนูจัดการกับตัวเองได้ แต่เราสองคนก็จับตามองหนูตลอดเวลา เพราะการขึ้นลงบันไดอันตรายมากๆนะลูก แต่หากแม่ไม่ให้หนูทำ หนูก็จะไม่ได้รู้จักการเรียนรู้และการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนอื่นของหนูได้เลย

แม่ไม่ได้ให้หนูใส่รองเท้า เพราะแม่ได้อ่านและศึกษาแล้วพบว่า การที่เด็กกำลังฝึกเดินนั้น รองเท้าไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย แต่หนูจะสามารถใส่รองเท้ากันหนาว เมื่อออกนอกบ้านได้ แต่ไม่ควรใส่รองเท้าให้เมื่อยังไม่เดินหรือกำลังหัดเดิน เพราะการเดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้า จะทำให้การ ทรงตัวได้ดีกว่าและธรรมชาติต่อเท้าอวบๆ ของหนูมากกว่านะคะ

การเล่นของหนู เดี๋ยวนี้หนูเล่นแบบมีเหตุมีผลมากขึ้น หนูจะไม่เล่นของเล่นเบบี้อีกต่อไปแล้วหนูจะชอบเล่น บล๊อก หนูสามารถต่อบล๊อกได้หนึ่งบล๊อก แต่เมื่อแม่หรือแดดดี้ ต่อให้สูงๆ หนูจะชอบผลักให้ล้มแล้วหนูก็จะหัวเราะเสียงดัง แม่ก็จะต่อใหม่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ เพราะแม่รู้ว่ามันคือพัฒนาการส่วนหนึ่งของหนู หนูชอบเล่นของเล่นแบบเชฟ สีสัน และ มีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะถ้วยสีขนาดต่างๆ หนูจะจับมันใส่ลงในถ้วยใบใหญ่ แล้วย้ายมันออกมา ใส่สลับกันไปเรื่อยๆ หนูสามารถเล่นแบบนี้ได้ระยะเวลานานพอสมควรเลยทีเดียว แต่ที่แม่รู้สึกว่าตลก ปนน่ารักคือหนูชอบเล่นของเล่นของพี่หนูมากๆ โดยเฉพาะพวกรถต่างๆ หนูจะเกาะบนรถแล้วเข็น ซึ่งแม่ว่าหนูมีความพยายามดี เพราะหนูยังยืนหรือเดินแบบนี้ไม่ถนัด ล้มลุกคลุกคลานหนูก็ยังพยายามจะทำ

หนูสามารถเล่นเกมส์โดยส่งของมาให้แม่ เมื่อแม่ขอ หรือทำสัญลักษณ์ขอ แต่บางอย่างที่หนูเล่นอยู่แล้วแม่คิดว่าอันตราย เช่นของเล่นชิ้นเล็ก สายไฟ หรือ อื่นๆ แม่จะขอแล้วหนูไม่ให้ แม่จะขออีกครั้งหนูคลานหนี แม่ก็จะอุ้มหนูมา แล้วบอกว่า เล่นไม่ได้นะคะ อันตราย แม่ขอ แล้วแม่จะหยิบออกจากมือหนูเลย หนูก็จะร้องกรี๊ดแบบเสียใจและโกรธ แม่เข้าใจว่ามันทำใจยากแต่แม่ก็ดึงความสนใจหนูออกจากสิ่งนั้นโดยหาของเล่นอันใหม่ให้หนูแทน ซึ่งได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่แม่ก็ไม่ได้ตามใจเพราะแม่ไม่อยากให้หนูเอาชนะแม่ด้วยการร้องไห้และร้องกรี๊ด

ตอนนี้หนูติดแม่หนักยิ่งกว่าเดิม แม่รู้ว่ามันจะเป็นช่วงพีคของวัยติดแม่ เพราะหลังจากนี้ หนูจะสามารถจัดการกับตัวเองได้ หลายตำราแนะนำรวมถึงแม่ๆ ต่างๆ แนะนำว่าควรมี Security object ให้กับหนู แม่มองไม่เห็นความจำเป็น เพราะ หนูจะติดแม่อีกนานแค่ไหน การที่ให้หนูไปติดอะไรก็ไม่รู้ ไปจนโตแล้วต้องมาแก้นิสัยนี้อีกแม่ยอมเหนื่อยตอนนี้ดีกว่า แล้วการที่หนูติดแม่ อาจจะทำให้แม่ทำงานได้ยากขึ้น แต่ ไม่ได้ทำให้แม่ รู้สึกแย่ เพราะทำให้แม่รู้สึกดีด้วยซ้ำที่ แม่สามารถดูแลหนูได้ และหนูไว้ใจแม่ แม่คิดว่ามันไม่ได้เป็นระยะนานเลย เพราะอย่างพี่หนูก็ติดแม่ไม่นาน เดี๋ยวนี้ พี่ชายหนูก็เป็นเด็กมั่นใจดี มีความสุขดี แม่ว่า การให้แม่ เป็นสิ่งมั่นคงมั่นใจสร้างความผูกพัน และ เชื่อมั่น่กับลูกผลที่ได้รับมันน่าภูมิใจกว่าอีก เพราะลูกร้องหาแม่ แม่จะหาอย่างอื่นมาแทนแม่ทำไมกัน

ภาษาของหนู ตอนนี้ชัดเจนมากกว่าหนูเรียกแม่ ว่ามัมม่า และ เรียกแดดดี้ ว่า แด้ แด้ เรียก พี่หนูว่า เน้ เน้ และหากหนูหิว หนูจะมาเอียงตัวนอนตรงตักแม่ แล้วร้องว่า หม่ำ หม่ำ หม่ำ แล้วทำเสียง แบบ แม่จ๋าขอนมหนูหน่อย แม่ล่ะชอบแกล้งหนูทุกทีสิ เปิดเสื้อแล้วให้หนูเห็นนมแต่ยังไม่ยอมป้อน หนูจะเด้ง ตัวจะพยายามจับหน้าอกแม่ป้อนเข้าปากหนูให้ได้ แดดดี้บอกว่า แม่ใจร้าย

การหยิบจับสิ่งของชิ้นเล็กๆของหนูเป็นเรื่องจ้อยมาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนแล้วหนูสามารถหยิบ ได้อย่างง่ายได้ และหนูชอบเล่นเกมส์ จับปูดำ และ รำกับคุณยายมากเป็นพิเศษ การทานอาหารของหนู หนูจะชอบ ทานอาหารชิ้นเล็กๆ เป็นบางวัน บางวันหนูชอบทานอาหารบดเหลวๆ วันไหนหนูมีอารมณ์ทานอาหารชิ้นเล็กๆ หนูจะไม่ยอมอ้าปากทานอาหารเหลวเลย หนูจะเบือนหน้าและปิดปากหนี แล้วทำเสียงเน้ๆๆ ทำให้แม่รู้ว่าหนูไม่เอาแน่ๆ แม่เลยต้องหยิบ ถั่วลันเตามานึ่ง หรือ ผักต้มนิ่มๆ หั่นชิ้นเล็กๆให้หนู หนูก็จะสามารถหยิบจับเข้าปากได้เอง ดื่มน้ำได้เองแล้ว หนูชอบดื่มน้ำส้มมากที่สุด หนูจะไม่ชอบน้ำแอปเปิ้ลหรือน้ำองุ่นเลย

ผลไม้ที่หนูชอบคือแอปเปิ้ล กีวี และ กล้วย นอกนั้นหนูก็ไม่เอา อ๋อ แต่ตอนเราอยู่เมืองไทยหนูชอบทานส้มที่เมืองไทยมากๆ แปลกมาที่นี่หนูกลับไม่ชอบเอาเสียเลย แม่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะแม่ลองชิม รสชาดที่เมืองไทยมันอร่อยกว่ากันเยอะนะลูก

เรื่องการนอน หนูของแม่ยังเป็นเด็กนอนยาก ตื่นง่าย แค่เสียง กระซิบหรือเบาๆ หนูก็สามารถตื่นได้ แม่เองแรกๆ ก็หงุดหงิดว่าทำไม เป็นแบบนี้ เพราะ ใครๆ ก็บอกว่า หลับยังกะเบบี้ แต่สำหรับแม่ เบบี้ของแม่ไม่ได้หลับง่ายแบบนั้น แม่เลยปรับห้องนอนหนูให้มืด และ เปิดเพลงแบบเบาๆ เป็นการทำให้หนูชินกับการมีเสียงบ้าง เพราะหากเงียบแล้วพอมีเสียงอะไรหน่อยหนูจะตื่นทันทีและตื่นแบบ อะเลิร์ตมากๆ ด้วย ซึ่ง แม่ใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่งในการเรียนรู้และการปรับตัวเพื่อให้หนูนอนได้เป็นเพทเทิร์น ซึ่งแม่ก็ทำได้ หนูเข้านอนราวๆ สองทุ่ม ตื่น มาดูดนมแม่ราว ๆ ช่วงตีหนึ่งหรือตีสาม แล้วแต่คืน หนึ่งครั้ง จากนั้นก็จะนอนยาวไปจน เจ็ดโมงเช้า และนอนกลางวัน สองรอบ คือ ช่วงราวๆ เก้าโมงหรือสิบโมงเช้า หากไม่มีใครกวนมาก หนุจะนอนราวๆ สามสิบนาทีถึงสี่สิบห้านาที และตอนบ่ายราวๆ สี่โมงเย็น นอนราวๆ ชั่วโมงหนึ่ง สำหรับแม่ ถือว่าเก่งแล้ว เพราะ ลูกของแม่ทั้งสองคนไม่ใช่เด็กนอนเก่ง และไม่ใช่เด็ก กินง่าย

แต่แม่เห็นแล้วว่าลูกทั้งสองของแม่ แข็งแรง ร่าเริงและสุขภาพดี ซึ่งแม่ไม่ได้กังวลมากนัก แม่ถือว่าเป็นนิสัยส่วนตัวของหนู นั่นเอง

การสื่อสารระหว่างเรา แม่ว่าเป็นไปค่อนข้างดี แม่พูดกับหนูภาษาไทยตลอด ในบ้าน แต่นอกบ้านแม่พูดอังกฤษ เหมือนกับที่แม่พูดกับพี่หนู แต่พี่หนูเลือกที่จะพูดอังกฤษตอบมา แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะ พี่หนูเข้าใจภาษาไทยในระดับหนึ่ง แต่ไม่ยอมพูดเท่านั้นเอง และสำหรับหนู แม่เองก็ไม่บังคับเพราะมันเป้นสิทธิของหนู

หนูสามารถโบกมือ บ๊าย บาย สามารถทักทาย สามารถตบมือได้ เล่นสนุก โดยเล่นเพลงตบมือแปะๆ ลูกแพะก็มา หนูจะชอบมากๆ และเกมส์ Patty cake หนูจะตื่นเต้นเล่นได้แบบสนุกที่สุด

หนูจะหันมาเมื่อแม่เรียกชื่อหนู หันมายิ้ม แต่บางที หนูจะคลานหนี แล้วให้แม่ ไล่ตาม แม่ก็จะแกล้งทำเป็นคลานจะให้ทันหนู หนูจะร้องกรี๊ดๆ แบบตื่นเต้นที่สุด

หนูสามารถบอกได้ว่าอันไหนที่หนูชอบหรือไม่ชอบ โดยการส่งเสียง และ ส่ายหน้า แต่เวลาหนูอารมณ์ดีๆ หนูจะชอบร้องเพลงลัลล้า ๆ แล้วก็เล่น กล่อง เล่นของเล่นเพลินๆ แม่ก็สามารถทำงานบ้านทำนั่นนี่ได้แบบไม่ต้องมองหนูตลอดเวลา แต่พอหนูรู้สึกว่าแม่หายไปนานหนูจะส่งเสียงเรียกแม่ มัมม่า มัมม่า พอแม่ บอกว่า ว่าไงคะ ลูกสาวคนดี หนูจะยิ้มแล้วยื่นมือมาให้แม่ แม่ถามว่าอุ้มไหม หนูจะตอบว่า อ๊ะๆ แม่เลยเข้าใจเอาเองว่า อุ้มๆ

แม่ขอบันทึกไว้เท่านี้ก่อน เพราะแม่ต้องไปจัดการ ค้นหาข้อมูลสำหรับการย้ายบ้าน ไว้แม่มีจังหวะมากขึ้น แม่จะมาบันทึกย้อนหลังและบันทึกรายละเอียดต่างๆ ที่แม่ จดไว้ให้หนูอีกรอบนะลูก

เช่นการเดินทางไปเมืองไทย

ฟันขึ้น

การเกาะเดิน

การทานอาหาร

อารมณ์

การเจอบุคคลใหม่ๆ

แม่รักหนูสุดหัวใจ รัก รัก รัก

 

 

     Share

<< another stepsWell baby 9 months check up >>

Posted on Sun 4 Jan 2009 9:10