mommy time

 

 

ลูกรักของแม่

 

หนูรู้ไหม ช่วงที่หนูป่วย ตัวร้อน สองวัน แม่ เป็นห่วงหนูที่สุดเลย แต่หนูก็น่ารักที่สุด หนูไม่เคยงอแง หรือ โยเย เลย สิ่งที่หนูต้องการอย่างเดียวคือ อ้อมกอดของแม่เท่านั้น หากแม่ไม่ว่าง หรือ ต้องทำธุระอย่างอื่น แดดดี้กอดหนู หนูก็จะซบ แล้วก็ส่งเสียงเหมือนกับว่า หนูไม่ค่อยสบายตัว ดูแลหนูหน่อย แต่หนูก็ยังมีรอยยิ้ม ร่าเริง ให้กับ แม่และแดดดี้เห็นเสมอ ยิ่งพี่ชายหนูมาคุยด้วยหนูจะ ยิ้ม และ โยกตัวไปมา เหมือนกับทักทาย และคุยกับพี่หนูแบบมีความสุข

 

แม่ สังเกตอาการหนูมาโดยตลอด แม่ว่าหนูดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เทียบกับ อุณหภูมิที่หนูขึ้นสูงในคืนวันพฤหัสจนแม่ต้องรีบ เอาหนูไปหาหมอที่ห้องอีอาร์ จากนั้นตอนบ่ายวันศุกร์ แม่ก็เอาหนูไปเจอหมอเด็กและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางหายใจในเด็กเล็ก

 

หมอชมว่าแม่ เป็นแม่ที่ละเอียดรอบคอบ และมีความรู้ แม่ ว่า แม่ทุกคนก็ต้องเป็นแบบนี้นะลูก เพราะชีวิตของหนู ของเด็กตัวน้อยๆ ของแม่ คือหัวใจ คือความรัก คือ ชีวิตของแม่ หนูเจ็บ แม่เจ็บ หนูไม่สบาย แม่ยิ่งกว่าไม่สบาย แต่ แม่เชื่อมั่นในตัวเองเสมอ แม่เชื่อว่า แม่จัดการได้ แม่ดูแล ลูกของแม่ได้ เพราะ แม่เคยอ่าน งานวิจัย และ มีความเชื่อส่วนตัวว่า ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ลูกจะสามารถเซ้นส์ความรู้สึกจากแม่ได้ แม่เครียดลูกก็เครียด แม่กลัว ลูกก็กลัว แม่นิ่ง แม่มีความสุข แม่สงบหนูก็จะเป็นแบบนั้น แม่เลยรู้สึกว่าหนูมีความสุขดี แม้ว่า หนูมีไข้ที่จัดว่าสูง

 

ตอนแรก แม่นึกว่าติดไวรัส เพราะ พี่หนูเป็นไวรัสลงท้องเมื่อไม่นาน ที่แม่คิดแบบนั้นเพราะ แม่อ่านและศึกษาพบว่า ไวรัสในเด็กจะทำให้เด็กมีไข้สูงอย่างรวดเร็ว แต่ความจริง แล้วหนู เป็นหูอักเสบ โดยเบคทีเรียในช่องหู เนื่องจากเด็กทารกแบบหนู มีน้ำมูก คัดจมูก หนูยังสั่งน้ำมูกไม่เป็น เมื่อมันค้าง และสะสม ทำให้เบคทีเรียนเติบโต ได้ หมอบอกว่า มันเป็นคอมมอน มากๆที่เด็กทารกเกือบทุกคนจะได้เป็นในช่วงชีวิต ไม่ต้องรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง หรือ Take it too personally แม่บอกหมอว่า แม่ไม่เคยคิด ว่าเป็นความผิดของแม่ เพราะทุกวัน ทุกเวลา แม่ดูแลหนูอย่างดี ดูแลด้วยความรัก ดูแลด้วยหัวใจ แม่เชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น เพราะ มันจะต้องเกิด แม่บอกหมออย่างนั้น เด็กทุกคนต้องผ่านการเจ็บป่วย

 

แม่เชื่อมั่นในคุณค่าของน้ำนม และ ความรักของแม่ เพราะ แค่สองวันหนูของแม่ สดใสร่าเริงและไม่มีอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด หนูฟื้นตัวเร็วมาก แต่สิ่งที่แม่กังวลคือหนูไม่ยอมทานอาหารอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว หนูดูดแต่นมแม่เท่านั้น น้านิ้งบอกว่าไม่ต้องกังวล เพราะแม่ทานอาหารเยอะ และ หลากหลาย นมแม่มีคุณค่า ทางอาหารมากพอแก่ความต้องการของหนู และเป็นเรื่องปกติ เด็กยามไม่สบาย ก็ไม่อยากจะรับอาหารอะไรอยู่แล้ว ให้ระวังเรื่องขาดน้ำเท่านั้นเอง แต่หากได้นมแม่เพียงพอ อึ ฉี่ปกติ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง

 

และไม่มีอะไรน่าห่วงจริงๆ เพราะนมแม่สิแน่จริง หนูอึ วันละหลายรอบเลย เหมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กทารกตัวน้อยๆ ของแม่อีกแล้ว เพราะหนูรับแต่นมแม่อย่างเดียว แต่การอึ และ การฉี่ ก็มีส่วนช่วยทำให้ หนูสบายตัว ลดอาการไข้ได้ แม่ดีใจที่แม่สามารถ มีนมให้กับความต้องการของหนู

 

แม่เชื่อว่าการที่ ได้ดูแลเอาใจใส่ รายละเอียดของหนูในทุกวันเวลา ทำให้สิ่งที่หมอพูดก็ไม่ได้ถูกเสมอไป บางทีหมอที่ห้องฉุกเฉินอาจจะไม่มีประสบการณ์กับเด็กทารก แต่แม่ก็ยังดีใจอย่างน้อย หมอก็พยายาม จะช่วยหนูให้หนูรู้สึกดีขึ้น แต่สิ่งที่แม่ไม่เชื่อ คือ หมอบอกว่า หนูเป็นปอดบวม แม้ว่า ผลจากเอ๊กซเรย์ออกมา แม่ก็ยังไม่อยากจะเชือว่าจริง เพราะหนูไม่มีอาการ “ชัดเจน” เช่น ระดับออกซิเจน ซึ่งแม่ขอให้หมอวัด หนูก็อยู่ในเกณท์ ปกติ แม่ขอให้หมอเช็คปอด หมอฟังก็บอกว่าปกติ ที่สำคัญลูกสาวแม่ไม่ได้มีอาการ ปอด ((ซี่โครง)) ขยายมากเวลาหายใจ หรือ มีริมฝีปากเขียว หรือ จมูกบานเพื่อสูดลมหายใจเข้าเลย

 

จริงอยู่หนูตัวร้อน และ มีน้ำมูก พร้อมกับไอ ด้วย แต่มันไม่ใช่ แม่เลย ต้องขอให้หมอทำเรื่องส่งไปให้หมอ ผู้เชี่ยวชาญ และ หมอเด็ก เพราะแม่ คิดว่ามันไม่ใช่ ที่สำคัญ แม่เคยอ่านเจอว่า เด็กตัวน้อยๆเท่าหนู ผลการเอ๊กซเรย์หรืออ่าน ต้องอ่านโดยผู้เชี่ยวชาญ และ ไม่ได้ชัดเจนมากนัก เนื่องจากพื้นที่ในการอ่านมันเล็กมาก และไม่ชัวร์ ต้องมีการทดสอบ หลายๆ อย่าง แม่ถึงขอ หมอก็ไม่ได้ว่าอะไร และ เห็นดีงามกับแม่ว่า หนูควรได้เจอหมอ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการหายใจ

 

วันที่แม่ไปเจอหมอ โดยเอาหนูไป หมอตรวจหลายรอบมาก เช็คแล้วเช็คอีก เพราะแม่มีคำถามมหาศาล ทั้งปริมาณยา การตรวจ และ อื่นๆ หมอต้องคอยตอบคำถามแม่อย่างระมัดระวัง และ ตรวจ ซ้ำ ด้วยระดับออกซิเจน และ ระดับเม็ดเลือดของหนู หมอถามกว่า แม่เป็นหมอ หรือ พยาบาล แม่บอกว่าไม่เป็นอะไรซักอย่าง ชั้นเป็นแค่แม่  หมอบอกว่า แม่ เป็นแม่ที่ มีความรู้ .....แม่ก็ต้องยอมรับ ทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับเด็ก แม่อ่านหมด อ่านเพื่อเป็นความรู้ของตัวเอง และ รู้วิธีที่จะรับมือ หากมันเกิดกับลูกของแม่ หรือคนใกล้ตัวแม่  เพราะการที่เรารู้ เกี่ยวกับคนที่เรารัก มันไม่ได้เสียหายอะไรใช่ไหมลูก

 

ตอนนี้ วันนี้ หนูลูกสาวแม่ หลับสนิทดี มีอาการไอเล็กน้อย ไม่ชอบทานยา เป็นอย่างมาก เม้มปากสนิทเลย แม่ต้องป้อนยาแก้อักเสบให้หนู 250 มก / 5 มล และแม่ต้องหลอกล่อ หนูน่าดู จิบไป ให้นมแม่ไป กว่าจะหมด แม่สงสารหนูเหลือเกิน แม่เองก็ไม่ชอบยาเลย แต่ มันจำเป็นนะลูก เพื่อสุขภาพของหนู  แม่เห็นหนูเบื้อนหน้าหนี แม่เองก็แสนจะปวดใจ แม่ถึงต้องถามย้ำกับหมอ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่พอโทรไปหาน้านิ้งด้วยว่าปริมาณยาเหมาะสมแน่นะ เพราะแม่ไม่อยากให้ลูกรับยา มากเกินไป ยิ่งยาแก้อักเสบ หนูฉี่ออกมากลิ่นยาแร๊งแรง

 

แต่ไม่เป็นไรนะลูก เพราะ ตอนนี้หนูดีขึ้นมากแล้ว เดินเล่น ส่งเสียงร้องเพลงร่าเริงมีความสุขดี แม่เองก็ดีใจด้วย และไม่กังวลเหมือนคืนก่อนๆ แล้ว แม่นอนไม่หลับเลย แม่พยายามจะคอยดูหนู อยากจะอุ้มหนูไว้ตลอด แต่หนูก็ไม่ชอบ หนูนอนเตียงหนูเอง ยกเว้นว่าตอนไหนที่หนูตื่นจริงๆ หนูจะมานอนซบแม่แป๊บๆ แล้วก็สามารถหลับไปเองได้อีกที่เตียงหนู

 

แม่รักหนูมากๆนะลูก

     Share

<< when you are getting sickTo you >>

Posted on Mon 26 Jan 2009 8:07